tennisonline

อัพเดท 21 พฤษภาคม 2551
หมวยโวชุสตินไม่อยู่ มีลุ้นแชมป์เฟรนช์ โอเพ่น

เยเลน่า ยานโควิช สาวหมวยเซอร์เบียเพิ่งประสบความสำเร็จคว้าแชมป์ อิตาเลียน โอเพ่น เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาเป็นการป้องกันแชมป์ได้อีกสมัยทำให้ความมั่นใจตอนนี้สูงมากก่อนศึกเฟรนช์ โอเพ่น จะเริ่มต้นขึ้นในสัปดาห์หน้าโดยปีนี้หมวยมุ่งมั่น เป็นพิเศษที่จะประเดิม คว้าแชมป์เมเจอร์แรกในชีวิตที่โร ลองการ์รอสคราวนี้เลยเพราะตัวเต็งหนึ่งอย่าง ชุสติน เอน่า ก็เปิดช่องเลิกเล่นไปแล้วทำให้หมวยมีโอกาสไม่น้อยเลยทีเดียวที่จะประสบความสำเร็จ
หมวย ตอนนี้กลับไปที่เบลเกรด เพื่อโปรโมตแสตมป์รูปตัวเองซึ่งทางโอลิมปิกเซอร์เบียจัดทำขึ้น งานนี้ เธอรู้สึกปลาบปลื้มใจมากที่จดหมายมากมายจากเซอร์เบีย ที่ออกไปทั่วโลกจะมีแสตมป์เป็นรูปเธอ และก็จะเป็น การพักผ่อนก่อนจะเดินทางต่อไปฝึกซ้อมที่ปารีส รับศึกใหญ่โคตรดินแดงที่จะเปิดฉากวันที่ 26 นี้แล้ว
"ที่ผ่านมาในศึกเมเจอร์ส่วนใหญ่ฉัน จะแพ้ให้กับคนที่ก้าวไปเป็นแชมป์ตลอดเลย เฟรนช์ โอเพ่นปีที่แล้วก็แพ้ ชุสติน เอน่า (รอบรอง 6-2 6-2)ฉันมั่นใจ ว่าตัวเองเป็นมือสองบนเคลย์รองจากชุสติน เมื่อชุสตินเลิกเล่นไปแล้ว ฉันก็ต้องเป็นเบอร์หนึ่งบนเคลย์แทนที่แน่นอน" หมวย คุย
หมวย บอกว่าต้นปี 2006 เธอแพ้ไป 9 แมตช์รวดเลย แต่ไม่ยอมแพ้สุดท้ายนัดที่สิบเธอ ก็สะกดคำว่าชนะเจอจนได้ โดยมีแม่เป็นกำลังใจเดินทางมาเชียร์ที่โรมนี่แหละ จนได้แชมป์สองปีติดเลยตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา
"เคยโทร.ไปร้องไห้กับคุณแม่บอกว่าหนูไม่ไหวแล้ว แพ้อย่างเดียวเลย ตียังไงก็แพ้ เอาแร็กเกตทุบกำแพงให้พังเลยนะ หนูจะกลับไปตั้งใจเรียนแล้ว แม่บอกใจเย็นๆ นะแล้วแม่" หมวย ครวญสุดท้ายได้แม่เดินทางมาเชียร์ก็เลยคว้าชัยนัดแรกได้สำเร็จที่โรมนั่นเอง ซึ่งหมวยถือว่าเริ่มตีเทนนิสค่อนข้างช้าด้วยวัย 9 ขวบครึ่ง ด้วยความที่บ้านเป็นคนไฮโซก็เลยมีโอกาสได้เลือกอะไรหลายอย่างไม่ว่าจะเป็นเปียโน แต่แล้วเธอก็บอกคุณแม่ไปว่าอยากตีเทนนิสมากที่สุด แต่การเรียนต้องมาก่อนทำให้หมวยต้องเรียนไปด้วยตีเทนนิสไปด้วย
จนกระทั่งอายุ 13 หมวยจึงตัดสินใจมาฝึกเทนนิสอย่างจริงจังที่ นิค โบลเลทเทียรี่ส์ อคาเดมี่
"ตอนนั้นฉันยังพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย แม่ก็ ไปๆ มาๆ เพราะต้องกลับไปทำงาน ปล่อยฉันอยู่ที่นี่ตาม ลำพัง เหงามากๆ คุยกับใครก็ไม่รู้เรื่อง ร้องไห้อยากจะกลับบ้านอีก"
"พออายุ 14 เกิดสงครามที่เซอร์เบีย หนูดูภาพข่าว ทางทีวี เห็นตึกโดนถล่ม เป็นห่วงพ่อกับแม่มาก แต่ก็ต้องหักห้ามใจและมุ่งมั่นกับการฝึกเทนนิสอย่างเดียวเรื่องเศร้า ที่บ้านพยายามลืมไปจากหัวให้หมด"
คู่แข่งของหมวยในอคาเดมี่ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน มาเรีย ชาราโพว่า นั่นเอง ทั้งคู่เจอหน้ากันมาตั้งแต่เด็กๆ และมาเรียก็บอกตลอดว่าเธอกับหมวยรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว
"ก็เจอกันบ่อยค่ะ แข่งกันบ่อยด้วยแต่จำไม่ได้แล้วว่าใครแพ้ใครชนะ แต่เวลาฉันตีลงเส้น มาเรียก็ชอบบอกว่าออก เวลามาเรียตีออกเธอบอกว่าลง คือตีไปใกล้เส้นทีไรตามประสาเด็กๆ จะบอกว่าออกทุกครั้งเลย ซึ่งพอโต มาแล้วนึกถึงสมัยเด็กๆ มันก็ตลกดี" หมวย อำมาเรีย ขำขำ
"แต่มาเรียก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กแล้ว เธอไม่ค่อยพูดจากับใครหรอก เวลาลงแข่งทุกคนเป็นศัตรูหมด แต่พอแข่งจบแล้วก็เออ ไปนั่งดื่มกาแฟกันคุยหยอก ล้อกันได้ คือยังไงเจอหน้ากันก็ต้องทักทายกันตลอด อย่างน้อยก็เออเป็นไงบ้าง สบายดีมั้ยวันนี้ อะไรทำนองนั้น"
หมวยเคยได้แชมป์เมเจอร์ แล้วแต่เป็นการแข่งขันประเภทคู่ผสมวิมเบิลดัน จับคู่กับ เจมี่ มาร์รี่ย์ หนุ่มสกอต ซึ่ง เป็นข่าวใหญ่มากเมื่อหมวยหอมแก้มฝ่ายชายตอนได้แชมป์
"ฉันไม่รู้จักหรอก เจมี่ ฉันรู้แต่ แอนดี้ มาร์รี่ย์ แต่พอเราจับคู่กันก็เข้ากันได้อย่างลงตัว เล่นไปขำไปสุดท้ายเข้ารอบชิงและก็ได้แชมป์จนได้ ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เขาอาจจะชอบฉันก็ได้ แต่ให้เลือกได้ฉันก็ไม่อยากมีแฟนหนุ่มเป็นนักเทนนิสสักเท่าไหร่ คือแบบเราแข่งเสร็จก็แย่แล้วยังต้องไปตามเชียร์แฟนริมคอร์ตอีกเหรอ วันๆ คงไม่ได้ไปไหนแน่อยู่แต่สนามเทนนิสเนี่ย"
หมวย บอกตัวเองเคยมีแฟนแล้วแต่ก็เลิกรากันไปแล้ว ด้วยเหตุที่ว่าต่างคนต่างไม่มีเวลาให้กัน
"ฉันเคยมีแฟนเป็นนักบาส ตอนนี้เขาเรียนจบแล้ว แหละ ทำธุรกิจอะไรสักอย่างอยู่ เขาเป็นคนฉลาดมาก เรียนเก่งสุดๆ พูดได้ห้าภาษาอะ แต่เราอยู่ไกลกัน รักแท้แพ้ระยะทาง ก็เลยไปไม่รอด รวมๆ แล้วคบกันร่วม 2 ปีครึ่งได้ ฉันบอกกับเขาว่ายังไงเทนนิสก็คือสิ่งสำคัญที่สุดตอนนี้"