<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Thailand Sports Online &#187; ปิศาจแดง</title>
	<atom:link href="http://www.thailandsportsonline.com/tag/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.thailandsportsonline.com</link>
	<description>สรุปข่าวกีฬาล่าสุด ทั้งในประเทศ และนอกประเทศ</description>
	<lastBuildDate>Fri, 09 Dec 2011 12:28:45 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.9.1</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>&#8216;ปิศาจแดง&#8217; แผลงฤทธิ์ ขยี้ &#8216;อาร์เซนอล&#8217; พังพาบ 3-1</title>
		<link>http://www.thailandsportsonline.com/%e0%b8%9f%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c-%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%89/</link>
		<comments>http://www.thailandsportsonline.com/%e0%b8%9f%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c-%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%89/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 01 Feb 2010 05:53:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฟุตบอลอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ปิศาจแดง]]></category>
		<category><![CDATA[ปืนใหญ่]]></category>
		<category><![CDATA[พรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[อาร์เซนอล]]></category>
		<category><![CDATA[แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thailandsportsonline.com/?p=632</guid>
		<description><![CDATA[ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่สุดท้ายประจำวันอาทิตย์ที่ 31 ม.ค.2553 เป็นเกมบิ๊กแมตช์ ระหว่าง &#8220;ปืนใหญ่&#8221; อาร์เซนอล ทีมอันดับ 3 ของตาราง เปิดรังเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ รองจ่าฝูง &#8220;ปิศาจแดง&#8221; แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
อาร์แซน เวงเกอร์ กุนซือทีม อาร์เซนอล ไร้ชื่อของ โซล แคมพ์เบลล์ ทั้งตัวจริงและตัวสำรอง ขณะที่ได้วิลเลียมส์ กัลลาส คู่กับ โธมัส แฟร์มาเลน ที่ฟิตทันหลังจากที่บาดเจ็บไปในเสมอ แอสตัน วิลลา 0-0 มาเล่นเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟคู่กันในเกมรับ ขณะที่ เอดูอาร์โด ดา ซิลวา กับ อาบู ดิยาบี ที่มีอาการบาดเจ็บเล่นงาน ก็จะไม่มีส่วนกับทีมเช่นกัน อย่างไรก็ตาม อเล็กซานเดอร์ ซง และ นิคลาส เบนท์เนอร์ ที่หายเจ็บกลับมาแล้วจะคัมแบ็กสู่ทีม โดยเล่นเคียงข้างกับ อังเดร [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่สุดท้ายประจำวันอาทิตย์ที่ 31 ม.ค.2553 เป็นเกมบิ๊กแมตช์ ระหว่าง &#8220;ปืนใหญ่&#8221; อาร์เซนอล ทีมอันดับ 3 ของตาราง เปิดรังเอมิเรตส์ สเตเดี้ยม รับการมาเยือนของ รองจ่าฝูง &#8220;ปิศาจแดง&#8221; แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด<span id="more-632"></span></p>
<p>อาร์แซน เวงเกอร์ กุนซือทีม อาร์เซนอล ไร้ชื่อของ โซล แคมพ์เบลล์ ทั้งตัวจริงและตัวสำรอง ขณะที่ได้วิลเลียมส์ กัลลาส คู่กับ โธมัส แฟร์มาเลน ที่ฟิตทันหลังจากที่บาดเจ็บไปในเสมอ แอสตัน วิลลา 0-0 มาเล่นเป็นเซ็นเตอร์ฮาล์ฟคู่กันในเกมรับ ขณะที่ เอดูอาร์โด ดา ซิลวา กับ อาบู ดิยาบี ที่มีอาการบาดเจ็บเล่นงาน ก็จะไม่มีส่วนกับทีมเช่นกัน อย่างไรก็ตาม อเล็กซานเดอร์ ซง และ นิคลาส เบนท์เนอร์ ที่หายเจ็บกลับมาแล้วจะคัมแบ็กสู่ทีม โดยเล่นเคียงข้างกับ อังเดร อาร์ชาวิน เช่นเดียวกับกองกลางซามีร์ นาสรี ได้รับโอกาสเป็นตัวจริงอีกครั้ง โดยทำเกมริมเส้นคู่กับ โธมัส โรซิคกี </p>
<p>เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือทีม แมนฯยูไนเต็ด น่าจะให้ เวย์น รูนีย์ ยืนเป็นกองหน้าตัวเป้าต่อไป หลังจากโชว์ฟอร์มได้อย่างสุดยอดในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ และ ไมเคิล โอเวน ต้องรอโอกาสที่ม้านั่งตัวสำรอง ขณะที่ อันโตนิโอ วาเลนเซีย ที่ได้พักในเกมกลางสัปดาห์ยังเป็นตัวสำรอง โดยส่งนานี มายืนเป็นปีกซ้าย แทนที่ของ ไรอัน กิ๊กส์ โดยแดงกลางเป็นหน้าที่ของไมเคิล คาร์ริค และ พาร์ค ชี ซอง แต่แนวรับไร้ ริโอ เฟอร์ดินานด์ ที่โดนโทษแบนเล่นงานเป็นเกมแรกจากทั้งหมด 4 นัด ทำให้คู่เซนเตอร์ฮาล์ฟเป็น จอนนี อีแวนส์ และเวส บราวน์ ส่วนแบ็กขวาใช้บริการ ราฟาเอล ดา ซิลวา ด้านซ้ายเป็นปาทริช เอวรา </p>
<p>เกมในครึ่งแรกเพีงแค่นาทีที่ 5 เวย์น รูนีย์ก็มีโอกาสหวุดหวิดจะทำประตูให้แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมเยือน แต่วิลเลี่ยม กัลลาส เซ็นเตอร์ฮาล์ฟตัวเก๋าของอาร์เซนอล สกัดบอลได้ก่อนถึงเท้ารูนีย์แบบฉิวเฉียด ต่อมานาทีที่ 7 นานี่ที่ทำเกมรุกจากริมเส้นฝั่งขวา ก็โชว์ฟอร์มที่ร้อนแรงลากบอลตัดหลังแบ็คซ้ายของอาร์เซนอล ผ่านบอลมาหน้าประตูแต่อเล็กซานเดอร์ ซง สกัดออกไปได้อีกครั้ง โดยตลอด 10 นาทีแรกของเกมจังหวะหวาดเสียวเป็นของแมนฯ ยูไนเต็ด เกือบหมด จนทำให้เจ้าบ้านตั้งตัวแทบไม่ทัน ต่อมานาทีที่ 12 เป็นเจ้าบ้านได้โอกาสบุกบ้าง อังเดร อาชาวิน ลากบอลจากครึ่งสนามแล้วล็อคหลบ เวส บราวน์ ก่อนยิงบอลออกนอกกรอบ</p>
<p>ด้าน แมนฯ ยูที่รอดักบอลแล้วโต้กลับเร็ว ก็เติมเกมบุกต่อเนื่องทั้งจากพอล สโคลล์ และราฟาเอล ที่ขึ้นสูงมาเติมเกมรุก ขณะที่ต้องระวังเกมบุกโต้กับของอังเดร อาชาวิน แต่แผงหลังของแมนฯ ยูไนเต็ด ก็ป้องกันได้อย่างยอดเยี่ยม แล้วในนาทีที่ 32 นานี่ก็ลากบอลมาเจาะทางแบ็คซ้ายของอาร์เซนอล แล้วชิพบอลลอยโค้งข้ามหัวอัลมูเนีย นายทวารทีมปืนใหญ่ เข้าประตูไปทำให้ทีมเยือนได้ออกนำก่อน 1-0 พอเสียประตูอาร์เซนอลจึงทำเกมบุกหวังจะตีเสมอ แต่ว่าพลาดถูกตัดบอลหน้าประตู โยนยาวให้นานี่ลากบอลเข้าหาประตู ก่อนจ่ายผ่านให้รูนีย์ยิงด้วยเท้าขวาส่งบอลไปตุงตาข่ายนำห่างเป็น 2-0 จากนั้นทำอะไรกันต่อไม่ได้ หมดครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด นำอาร์เซนอลอยู่ 2-0</p>
<p>เริ่มเกมในครึ่งหลังอาร์เซนอลทำเกมบุกหวังทวงประตูคืนให้เร็วที่สุด แต่เหมือนว่ายิ่งเปิดเกมบุก ก็ยิ่งเปิดช่องโหว่ในแนวหลัง เพราะแมนฯ ยูไนเต็ดสามารถสวนกลับได้รวดเร็ว และเล่นบอลไม่กี่จังหวะก็ถึงหน้าประตูอาร์เซนอล แล้วในนาทีที่ 52 พาร์ค ชี ซอง ที่ได้ลงสนามเป็นตัวจริงแทนไรอัน กิ๊กส์ ก็ได้โชว์ความสามารถเฉพาะตัว ลากบอลขึ้นมาหน้าประตูอาร์เซนอลดวลเดี่ยวๆ กับ อัลมูเนีย ก่อนยิงบอลสวนทางนายทวารทีมปืนโตเข้าไปตุงตาข่าย ทำให้แมนฯ ยูไนเต็ดนำห่างออกไปเป็น 3-0</p>
<p>ช่วง10 นาที่สุดท้ายอาร์เซนอลมาได้ประตูตีไข่แตกจาก โธมัส แฟร์มาเลน แหย่เท้าดีดบอลเข้าประตูไปในจังหวะที่บอลขลุกขลิกหน้าประตูของแมนฯ ยูไนเต็ด  ตามมาเป็น 3-1 ทำให้ทีมปืนใหญ่แห่งกรุงลอนดอนพอมีกำลังใจ ฮึดขึ้นมาทำเกมบุกหวังตามตีเสมออีกครั้ง แต่ไม่สามารถทำอะไรกันได้อีก ครบ 90 นาที และช่วงทดเวลาบาดเจ็บแมนฯ ยูไนเต็ด บุกมาเชือด “ปืนใหญ่” อาร์เซนอลแบบสนุกเท้า 3-1 เก็บอีก 3 คะแนนเป็นอันดับที่ 2 ตามจี้จ่าฝูงเชลซีแบบหายใจรดต้นคอเพียงแต้มเดียว  ขณะที่อาร์เซนอลยังคงอยู่อันดับที่ 3 มี 49 คะแนน</p>
<p>รายชื่อนักเตะ 11 ตัวจริงที่ลงสนาม<br />
อา ร์เซนอล (4-4-2) : มานูเอล อัลมูเนีย &#8211; บาการี ซานญา, โธมัส แฟร์มาเลน, วิลเลียมส์ กัลลาส, กาเอล กลิชี &#8211; ซามีร์ นาสรี, เดนิลสัน, เชส ฟาเบรกัส, โทมัส โรซิคกี &#8211; อเล็กซานเดอร์ ซง, อังเดร อาร์ชาวิน</p>
<p>แมนฯยูไนเต็ด (4-5-1) : เอ็ด วิน ฟาน เดอร์ ซาร์ &#8211; ราฟาเอล ดา ซิลวา, เวส บราวน์, จอนนี อีแวนส์, ปาทริช เอวรา &#8211; พาร์ค ชี ซอง, นานี, ไมเคิล คาร์ริก, ดาร์เรน เฟลตเชอร์, พอล สโคลส์, เวย์น รูนีย์</p>
<p>ที่มา: ข่าวไทยรัฐ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thailandsportsonline.com/%e0%b8%9f%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%9c%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8%a4%e0%b8%97%e0%b8%98%e0%b8%b4%e0%b9%8c-%e0%b8%82%e0%b8%a2%e0%b8%b5%e0%b9%89/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8216;ปิศาจแดง&#8217; เปิดบ้านเอาชนะ &#8216;กุหลาบไฟ&#8217; 2-0</title>
		<link>http://www.thailandsportsonline.com/%e0%b8%9f%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99/</link>
		<comments>http://www.thailandsportsonline.com/%e0%b8%9f%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 31 Oct 2009 21:10:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฟุตบอลอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[กุหลาบไฟ]]></category>
		<category><![CDATA[ปิศาจแดง]]></category>
		<category><![CDATA[พรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[แบล็คเบิร์น]]></category>
		<category><![CDATA[แมนฯยู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thailandsportsonline.com/?p=551</guid>
		<description><![CDATA[ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่สุดท้าย ประจำวันเสาร์ที่ 31 ต.ค.นี้ แมนฯยู เปิดโอลด์​แทรฟเฟิร์ด รับมือ แบล็คเบิร์น เกมนี้ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือ &#8220;ปิศาจแดง&#8221; ใช้บริการของ เวย์น รูนีย์ ล่าตาข่ายกับ ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ มี ไมเคิล คาร์ริก ขับเคลื่อนในแดนกลาง เกมรับ จอนนี อีแวนส์ ยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟ กับ เวส บราวน์​
ขณะที่ แซม อัลลาร์ไดซ์ กุนซือของ &#8220;กุหลาบไฟ&#8221; วาง ฟรังโก ดิ ซานโต๊ส ยืนเป็นหอกตัวเป้า โดยให้ เอล-ฮัดจิ ดิยุฟ ทำเกมสนับสนุน และ เดวิน ดันน์ คอยคุมจังหวะ แนวรับ ได้คริสโตเฟอร์​ แซมบ้า กลับมาประจำการเซนเตอร์ฮาล์ฟร่วมกับ ไรอัน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ คู่สุดท้าย ประจำวันเสาร์ที่ 31 ต.ค.นี้ แมนฯยู เปิดโอลด์​แทรฟเฟิร์ด รับมือ แบล็คเบิร์น เกมนี้ เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน กุนซือ &#8220;ปิศาจแดง&#8221; ใช้บริการของ เวย์น รูนีย์ ล่าตาข่ายกับ ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ มี ไมเคิล คาร์ริก ขับเคลื่อนในแดนกลาง เกมรับ จอนนี อีแวนส์ ยืนเซนเตอร์ฮาล์ฟ กับ เวส บราวน์​<span id="more-551"></span></p>
<p>ขณะที่ แซม อัลลาร์ไดซ์ กุนซือของ &#8220;กุหลาบไฟ&#8221; วาง ฟรังโก ดิ ซานโต๊ส ยืนเป็นหอกตัวเป้า โดยให้ เอล-ฮัดจิ ดิยุฟ ทำเกมสนับสนุน และ เดวิน ดันน์ คอยคุมจังหวะ แนวรับ ได้คริสโตเฟอร์​ แซมบ้า กลับมาประจำการเซนเตอร์ฮาล์ฟร่วมกับ ไรอัน เนสัน อีกครั้ง</p>
<p>เริ่ม เกมครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดเกมบุกใส่ทันที โดยในนาทีที่ 4 นานี ได้จังหวะเลี้ยงทางริมเส้นฝั่งซ้าย กระชากตัดเข้าใน ก่อนซัดไกลจากนอกกรอบเขตโทษ แต่บอลไม่เข้าเป้า หลังจากนั้น ในนาทีที่ 13 อันโตนิโอ วาเลเซีย ได้โอกาสส่งบอล แต่ก็ยังหลุดกรอบเหมือนเดิม</p>
<p>แมนฯ ยู ได้โอกาสใกล้เคียงมากที่สุดของเกม โดบในนาทีที่ 30 วาเลนเซีย โยนเข้ามาหน้าปากประตู ดิมิตาร์​ เบอร์บาตอฟ โหม่งกดลงพื้นเต็มๆ แต่ พอล โรบินสัน ยื่นมือปัดบอลข้ามคานออกไปได้ หลังจากเป็น เบอร์บาตอฟ คนเดิม ตัดสินใจยิงเร็วทันที แต่โดน โรบินสัน ปฏิเสธไว้ได้เช่นเดิม ในนาทีที่ 34</p>
<p>ช่วง ท้ายเกม แมนฯยู พยายามอย่างหนักเพื่อควานหาประตูแรกให้ได้ และในนาทีที่ 45 จากจังหวะที่ เวย์น รูนีย์ ประสานงานร่วมกับ เบอร์บาตอฟ ก่อนที่จะเป็น รูนีย์ กระโดดตอกส้นต่อมาให้ หัวหอกทีมชาติบัลแกเรีย ได้ซัดเต็มๆ แต่บอลปลิ้นออกไป หลังจากทำอะไรกันไม่ได้ ผู้ตัดสินเป่าจบเกมครึ่งแรก เสมอกัน อยู่ 0-0</p>
<p>เปิดฉากเกมครึ่งหลังมาได้ 10 นาที แมนฯยูไนเต็ด ได้ประตูเปิดซิงสำเร็จ จากจังหวะที่ ปาทริค เอวรา ยิงยัดเข้ามาในกรอบเขตโทษ และเป็น เบอร์บาตอฟ ได้โอกาสจับบอลด้วยซ้าย ก่อนตวัดยิงวอลเลย์​ด้วยขวา บอลพุ่งเสียบมุมเสาไปอย่างสวยงาม เจ้าถ่ินขึ้นนำ 1-0 ในนาทีที่ 55</p>
<p>ใน นาทีที่ 66 แมนฯยู น่าได้ประตูที่สอง เมื่อ กาเบรียล โอแบร์กต็อง ตัวสำรองที่เปลี่ยนลงมา ได้จังหวะวิ่งควบมากับบอลโล่งๆ แต่ตัดสินใจยิงไม่เด็ดขาด โรบินสัน ยืนรับบอลไว้ได้สบาย และเป็นโอกาสทองของ อีกครั้งของ โอแบร์กต็อง ในนาทีที่ 81 จากจังหวะที่ วาเลนเซีย เปิดยัดเข้ามา บอลหลุดมาถึงเขา แต่ดันยิงระยะแค่ 8 หลา หลุดเสาออกไปซะงั้น</p>
<p>อย่างไรก็ตาม แฟนบอลแมนฯยู ก็หายใจหายคอโล่งขึ้น เมื่อมาได้ประตูนำห่างเป็น 2-0 จนได้ จากจังหวะที่ อันเดอร์สัน ผ่านบอลจากริมเส้น มายังจุดนัดพบ และเป็น รูนีย์ โฉบวิ่งมาตวัดบอลเข้าเสาไกลไปง่ายๆ ในนาทีที่ 87</p>
<p>ใน ช่วงท้ายเกม แบล็คเบิร์น ชวดโอกาสตีไข่แตกไปอย่างน่าเสียดาย เมื่อลูกยิงของพวกเขาโดนผู้ตัดสินยกธงลำ้หน้าไปเสียก่อน ขณะที่ ไมเคิล โอเวน ตัวสำรองของผีแดง ได้ซัดในช่วงทดเจ็บ แต่ก็ถากเสาออกไป หลังจากนั้น ก็ทำอะไรกันเพิ่มไม่ได้ จบเกม แมนฯยู เปิดบ้านเอาชนะ แบล็คเบิร์น 2-0 แซง อาร์เซนอล กลับมาเป็นรองจ่าฝูงอีกครั้ง</p>
<p>รายชื่อนักเตะ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม</p>
<p>แมนฯยูไนเต็ด (4-4-2) : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ &#8211; จอห์น โอเชีย, เวส บราวน์, จอนนี อีแวนส์, ปาทริช เอวรา &#8211; อันโตนิโอ วาเลนเซีย, อันเดอร์สัน, ไมเคิล คาร์ริก, นานี &#8211; เวย์น รูนีย์, ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ<br />
ตัวสำรอง : ไมเคิล โอเวน, พอล สโคลส์, ดาร์เรน เฟลทเชอร์, โทมัสซ์ คุซแชค, กาเบรียล โอแบร์กต็อง, ริตชี เดอ ลาเอ็ต, ฟาบิโอ</p>
<p>แบล็คเบิร์น (4-5-1) : พอล โรบินสัน &#8211; ปาสกาล ชิมบงดา, คริสโตเฟอร์​ แซมบ้า, ไรอัน เนลสัน, กาเอล กลิเวต์ &#8211; เบร็ตต์ อีเมอร์ตัน,เดวิด ดันน์, สตีเวน เอ็นซอนซี, คีธ แอนดรูว์ส, เอล-ฮัดจิ ดิยุฟ &#8211; ฟรังโก ดิ ซานโต๊ส<br />
ตัวสำรอง : เจสัน บราวน์, เบเนดิก แม็คคาร์ธีย์, มอร์เตน กัมท์ส พีเดอร์เซน, ไมเคิล ซัลกาโด, นิโกลา คาลินิช, วินซ์ เกรลลา, เดวิด ฮอลเลตต์</p>
<p>ที่มา: ข่าวไทยรัฐ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thailandsportsonline.com/%e0%b8%9f%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8216;แมนฯยู&#8217; เล็งเด็กแซมบ้า เสียบแทนโรนัลโด</title>
		<link>http://www.thailandsportsonline.com/%e0%b8%9f%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%af%e0%b8%a2%e0%b8%b9-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b9%80/</link>
		<comments>http://www.thailandsportsonline.com/%e0%b8%9f%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%af%e0%b8%a2%e0%b8%b9-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b9%80/#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 24 Jun 2009 17:04:15 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฟุตบอลอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ดักกลาส คอสตา]]></category>
		<category><![CDATA[ปิศาจแดง]]></category>
		<category><![CDATA[เกรมิโอ]]></category>
		<category><![CDATA[แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thailandsportsonline.com/?p=211</guid>
		<description><![CDATA[“ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มเปิดการเจรจากับ เกรมิโอ ต้นสังกัดของ ดักกลาส คอสตา มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 18 ปี ชาวบราซิลที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “โรนัลโดคนใหม่”
แมนฯยู ตามดู นักเตะรายนี้มากว่า 1 ปี แม้ทีมยักษ์ใหญ่อย่างเรอัล มาดริด และอินเตอร์ มิลาน ก็สนใจคอสตาเช่นกัน แต่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มั่นใจว่าจะได้ตัวมาร่วมทีมในฤดูกาลนี้
ดักกลาสเป็นนักเตะถนัดซ้าย ได้รับการยกย่องว่า จะเป็นผู้เล่นอนาคตไกลหลังจากช่วยทีมเยาวชน บราซิล คว้าแชมป์อเมริกาใต้มาแล้ว
เซ ซาร์ บอตเตกา เอเย่นต์ของนักเตะเชื่อว่าแมนฯยูจะกล้าจ่าย 21 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นวงเงินเหมาซื้อสัญญาของดักกลาสที่ยังเหลือกับเกรมิโออีก 4 ปี หากแมนฯยู ยังลังเลรอให้จบฤดูกาลของบอลลีกในบราซิลค่าตัวของดักกลาสอาจแพง ขึ้นเท่าตัวก็เป็นได้
ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าแมนฯยูตกลงซื้อดาโด กองหลังดาวรุ่งชาวบราซิลวัย 17 ปีของคอรินเธียนส์ไว้แล้วด้วยค่าตัว 5.5 ล้านปอนด์ แต่คงต้องรอถึงเดือน ก.พ. ปีหน้า ดาโดจึงจะย้ายมาอยู่กับแมนฯยู
ที่มา: ข่าวไทยรัฐ
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>“ปิศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เริ่มเปิดการเจรจากับ เกรมิโอ ต้นสังกัดของ ดักกลาส คอสตา มิดฟิลด์ดาวรุ่งวัย 18 ปี ชาวบราซิลที่ได้รับการขนานนามว่าเป็น “โรนัลโดคนใหม่”<span id="more-211"></span></p>
<p>แมนฯยู ตามดู นักเตะรายนี้มากว่า 1 ปี แม้ทีมยักษ์ใหญ่อย่างเรอัล มาดริด และอินเตอร์ มิลาน ก็สนใจคอสตาเช่นกัน แต่เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน มั่นใจว่าจะได้ตัวมาร่วมทีมในฤดูกาลนี้</p>
<p>ดักกลาสเป็นนักเตะถนัดซ้าย ได้รับการยกย่องว่า จะเป็นผู้เล่นอนาคตไกลหลังจากช่วยทีมเยาวชน บราซิล คว้าแชมป์อเมริกาใต้มาแล้ว</p>
<p>เซ ซาร์ บอตเตกา เอเย่นต์ของนักเตะเชื่อว่าแมนฯยูจะกล้าจ่าย 21 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นวงเงินเหมาซื้อสัญญาของดักกลาสที่ยังเหลือกับเกรมิโออีก 4 ปี หากแมนฯยู ยังลังเลรอให้จบฤดูกาลของบอลลีกในบราซิลค่าตัวของดักกลาสอาจแพง ขึ้นเท่าตัวก็เป็นได้</p>
<p>ก่อนหน้านี้มีรายงานว่าแมนฯยูตกลงซื้อดาโด กองหลังดาวรุ่งชาวบราซิลวัย 17 ปีของคอรินเธียนส์ไว้แล้วด้วยค่าตัว 5.5 ล้านปอนด์ แต่คงต้องรอถึงเดือน ก.พ. ปีหน้า ดาโดจึงจะย้ายมาอยู่กับแมนฯยู</p>
<p>ที่มา: ข่าวไทยรัฐ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thailandsportsonline.com/%e0%b8%9f%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%af%e0%b8%a2%e0%b8%b9-%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b9%80%e0%b8%94%e0%b9%87%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%a1%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2-%e0%b9%80/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8216;แมนฯ ยู&#8217; พลิกแซง &#8216;วีแกน&#8217; 2-1</title>
		<link>http://www.thailandsportsonline.com/%e0%b8%9f%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b9-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%87-%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%99-2-1/</link>
		<comments>http://www.thailandsportsonline.com/%e0%b8%9f%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b9-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%87-%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%99-2-1/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 14 May 2009 05:32:16 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฟุตบอลอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ปิศาจแดง]]></category>
		<category><![CDATA[พรีเมียร์ลีก]]></category>
		<category><![CDATA[วีแกน]]></category>
		<category><![CDATA[แมนฯ ยู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thailandsportsonline.com/?p=151</guid>
		<description><![CDATA[ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดตกค้าง ในวันพุธที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นการฟาดแข้งกันระหว่าง &#8220;ปิศาจแดง&#8221;​ แมนฯ ยู จ่าฝูงจะบุกไปเยือนถิ่น เจเจ บี สเตเดี้ยมของ &#8220;เดอะ ลาติกส์&#8221; วีแกน ทีมอันดับ 11 ของตาราง โดยทีมเยือน หากคว้าขัยชนะในวันนี้ได้ โอกาสคว้าถ้วยแชมป์ลีกสูงสุดมาครองได้เป็นสมัยที่ 18 ของสโมสร ค่อนข้างสดใสทีเดียว
สภาพความพร้อม เกมนี้เจ้าถิ่นเล่นแบบไร้ความกดดันเนื่องจากไม่มีลุ้นอะไรแล้ว สตีฟ บรูซ กุน ซือเจ้าถิ่นจะขาด คริส เคิร์กแลนด์ นายทวารตัวเก่ง ที่มีอาการบาดเจ็บ  ขณะเดียวกัน อาร์เมอร์ ซากี ศูนย์หน้าแดนมัมมี ก็หมดสิทธิ์ลงสนาม เนื่องจากเจ็บหัวเข่า ด้าน &#8220;เรดเดวิลส์&#8221; ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่ มีปัญหานักเตะแกนหลักบาดเจ็บเพิ่มเติม โดย คาร์ลอส เตเบซ ที่มีข่าวเตรียมย้ายทีม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดตกค้าง ในวันพุธที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นการฟาดแข้งกันระหว่าง &#8220;ปิศาจแดง&#8221;​ แมนฯ ยู จ่าฝูงจะบุกไปเยือนถิ่น เจเจ บี สเตเดี้ยมของ &#8220;เดอะ ลาติกส์&#8221; วีแกน ทีมอันดับ 11 ของตาราง โดยทีมเยือน หากคว้าขัยชนะในวันนี้ได้ โอกาสคว้าถ้วยแชมป์ลีกสูงสุดมาครองได้เป็นสมัยที่ 18 ของสโมสร ค่อนข้างสดใสทีเดียว<span id="more-151"></span></p>
<p>สภาพความพร้อม เกมนี้เจ้าถิ่นเล่นแบบไร้ความกดดันเนื่องจากไม่มีลุ้นอะไรแล้ว สตีฟ บรูซ กุน ซือเจ้าถิ่นจะขาด คริส เคิร์กแลนด์ นายทวารตัวเก่ง ที่มีอาการบาดเจ็บ  ขณะเดียวกัน อาร์เมอร์ ซากี ศูนย์หน้าแดนมัมมี ก็หมดสิทธิ์ลงสนาม เนื่องจากเจ็บหัวเข่า ด้าน &#8220;เรดเดวิลส์&#8221; ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่ มีปัญหานักเตะแกนหลักบาดเจ็บเพิ่มเติม โดย คาร์ลอส เตเบซ ที่มีข่าวเตรียมย้ายทีม เป็นเพียงตัวสำรอง ทำให้คู่หน้าเป็น เวย์น รูนีย์ กับ ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ</p>
<p>ผู้ตัดสินเป่านกหวีดเริ่มเกมแค่เพียง 1 นาที วีแกน เจ้าถิ่น น่าจะได้โอกาสขึ้นนำเป็นอย่างยิ่ง จากการทุ่มไกลมาจากแดนตัวเอง และเป็น อันโตนิโอ วาเลนเซีย วิ่งควบบอล เข้าหากรอบเขตโทษ แต่จังหวะง้าง โดน เนมานยา วิดิช ที่วิ่งไล่หลังมาจนยิงแป๊กหลุดออกกรอบไปเอง</p>
<p>หลังจากที่ปล่อยให้ เจ้าถิ่นได้ทักทายไปก่อน ก็มาเป็น แมนฯยู ที่น่าจะได้ประตูบ้าง ในนาทีที่ 10 จากจังหวะที่ ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ ได้บอลอยู่ทางริมเส้น ก่อนที่จะหยอดใส่พานมาให้ เวย์น รูนีย์ ที่วิ่งโฉบเข้ามา โขกระยะ 7 หลา บอลโดนไม่เต็มหัวหลุดกรอบออกไป แต่อีกเพียงนาทีเดียว พอล สโคลล์ จ่ายบอลให้ เบอร์บาตอฟ ส่งต่อให้ คริสเตียโน โรนัลโด ที่วิ่งมารับบอล ก่อนที่จะปาดเข้ากลางมาให้ ไมเคิล คาร์ริค วิ่งสอดเข้ามาแป แต่ไม่เต็มเท้า บอลปลิวออกข้างเสาไปอย่างน่าเสียดาย</p>
<p>นาทีที่ 14 วีแกน มาได้จังหวะฟรีคิก จากการทำแฮนด์บอล ของ สโคลส์ เป็น ชาร์ลส์ เอ็นซ็อกเบีย กึ่งยิงกึ่งผ่านเขามา แต่ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ยังชกบอลออกไปได้ แต่เจ้าถิ่นยังได้บุกต่อ หลังจากนั้นอีก 2 นาที จากจังหวะที่ อีแวนส์ กะจังหวะโหม่งพลาดแล้วลื่นล้ม ปล่อยให้ โรดัลเลกา ได้จังหวะพาบอลเข้าไป ก่อนที่จะซัดด้วยซ้าย แต่ ฟาน เดอร์ ซาร์ ยังรับเข้าซอง</p>
<p>และในนาที ที่ 28 แฟนเจ้าถิ่น ได้เฮกันลั่น จากจังหวะวางบอลยาวมาในกรอบเขตโทษ วิดิช กระโดดแย่งบอลกับ โรดัลเลกา แต่ไม่โดนทั้งคู่ ก่อนที่จะเป็น โรดัลเลกา ที่หันมาเจอบอลก่อน ตวัดยิงด้วยซ้าย บอลเบียดเสาเข้าไป วีแกน ออกนำ 1-0</p>
<p>หลัง จากได้ประตู วีแกน เริ่มเล่นได้มั่นใจและพาบอลบุกมากดดันในแดนของแมนฯยู ได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในนาทีที่ 44 แมนฯยู น่าจะได้โอกาสตีเสมอ จังหวะที่บอลป้วนเปี้ยนอยู่หน้ากรอบเขตโทษของวีแกน และเป็น เบอร์บาตอฟ ไหลบอลให้ โรนัลโด แทงต่อมาให้ รูนีย์ วิ่งเข้ามายิงเหินข้ามคาน</p>
<p>แต่ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ วีแกน ก็เกือบจะมาได้ประตูออกนำเป็น 2-0 จากจังหวะโต้สวนกลับเร็ว เป็น ลี คัลเทอร์โมล ต่อบอลมาให้ วาเลนเซีย จ่ายต่อมาให้ โรรัลเดกา ได้ปิดสกอร์ แต่บอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว หลังจากนั้น ผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลาครึ่งแรก วีแกน นำ 1-0</p>
<p>เริ่ม เกมครึ่งหลังไม่นาน โรนัลโด้ ได้จังหวะยิงไกล ในนาทีที่ 48 แต่บอลไม่ตรงกรอบ หลังจากนั้น รูปเกมแมนฯยู ยังไม่คืบทำให้ทีมเริ่มขยับด้วยการส่ง คาร์ลอส เตเบซ ลงมาเล่นแทน อันแดร์สัน ในนาทีที่ 58 และเพียงแค่ 2 นาที เตเบซ ก็แผลฤทธิ์ คาร์ริค กึ่งยิงกึ่งผ่านมาตรงหน้าปากประตู เตเบซ ดีดลูกส้นเข้าไป ช่วยให้แมนฯ ตีเสมอเป็น 1-1</p>
<p>รูป เกมยังคงสูสี ผลัดกันรุกผลัดกันรับ และ แมนฯยู เปลี่ยนตัวสำรองอีกครั้ง โดยส่ง ไรอัน กิ๊กส์ ลงไปแทน สโคลส์ ในนาทีที่ 74 และมาในนาทีที่ 76 รูนีย์ ได้จังหวะเลี้ยงบอลเข้ากรอบเขตโทษ ก่อนที่บอลจะกระดอนไปเข้าทางปืนของ โรนัลโด้ ซัดเต็มๆ แต่บอลไปแฉลบผู้เล่นวีแกน เด้งไปเข้ามือ ริชาร์ด คิงส์ตัน ไม่มีปัญหา</p>
<p>ช่วง 10 นาทีสุดท้าย เป็นฝ่ายแมนฯยู ที่ได้เดินเกมบุกกดดันอย่างต่อเนื่อง ในนาทีที่ 81 เตเบซ แตะบอลคืนให้ โรนัลโด ง้างเท้ายิงเต็มๆ บริเวณกรอบเขตโทษ แต่บอลเหินข้ามคานออกไปไกล และถัดมา 1 นาที วีแกน เปลี่ยนตัว ฮอสซัม มิโก ลงมาเล่น แทน ชาร์ลส์ เอ็นซ็อกเบีย</p>
<p>ในที่สุด แฟนเจ้าถิ่น ก็ต้องช็อกกันทั้งสนาม เมื่อ โรนัลโด ไหลบอลให้ จอห์น โอเชีย ตบคืนมาให้ ไมเคิล คาร์ริค ที่วิ่งเข้ามาซัดด้วยขวา แบบไม่ต้องจับ บอลพุ่งหนีมือ คิงส์ตัน เข้าไปตุงตาข่าย ส่งให้ แมนฯยู พลิกแซงขึ้นนำเป็น 2-1 ในนาทีที่ 86 และในนาทีที่ 88 แมนฯยู เปลี่ยน ปาร์ค จี ซอง ลงมาแทน ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ</p>
<p>หลัง จากนั้น ทั้งสองทีม ทำอะไรเพิ่มกันไม่ได้ จบเกม แมนฯยู พลิกกลับมาแซงเอาชนะไป 2-1 เก็บ 3 แต้ม สำคัญ ส่งให้พวกเขาเข้าใกล้แชมป์พรีเมียร์ชิพลีกฤดูกาลนี้เข้าไปทุกขณะ</p>
<p>ที่มา: ข่าวไทยรัฐ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thailandsportsonline.com/%e0%b8%9f%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9/%e0%b9%81%e0%b8%a1%e0%b8%99%e0%b8%a2%e0%b8%b9-%e0%b8%9e%e0%b8%a5%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b9%81%e0%b8%8b%e0%b8%87-%e0%b8%a7%e0%b8%b5%e0%b9%81%e0%b8%81%e0%b8%99-2-1/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>“ปิศาจแดง” เอาชนะ “เรือใบสีฟ้า” 2-0</title>
		<link>http://www.thailandsportsonline.com/%e0%b8%9f%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b0-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b5/</link>
		<comments>http://www.thailandsportsonline.com/%e0%b8%9f%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b0-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b5/#comments</comments>
		<pubDate>Sun, 10 May 2009 19:53:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[ฟุตบอลอังกฤษ]]></category>
		<category><![CDATA[ปิศาจแดง]]></category>
		<category><![CDATA[เรือใบสีฟ้า]]></category>
		<category><![CDATA[แมนฯ ซิตี้]]></category>
		<category><![CDATA[แมนฯ ยู]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thailandsportsonline.com/?p=120</guid>
		<description><![CDATA[ศึกลูกหนัง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2008/09 ประจำวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมา “ปิศาจแดง” แมนฯ ยู จ่าฝูงของตาราง ลงเล่นนัดที่ 35 ของฤดูกาล เปิดรัง โอลด์แทร็ฟฟอร์ด ของตัวเอง ทำศึก ดาร์บีแมทช์ เมือง แมนเชสเตอร์​ รับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ ทีมอันดับ 8 ที่ยังมีลุ้นตั๋วไปลุยบอลยุโรป ในซีซันหน้า
นัดนี้ เจ้าถิ่นส่ง คาร์ลอส เตเบซ ลงยืนตัวจริงในเกมรุกคู่กับ ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ โดย เวย์น รูนีย์​ได้พักที่ม้านั่งตัวสำรอง ส่วนเกมรับไม่มี ริโอ เฟอร์ดินานด์ และเป็น จอนนี อีแวนส์​ ที่จะทำหน้าที่เซนเตอร์ฮาล์ฟ คู่กับ เนมานยา วิดิช ขณะที่ ไรอัน กิ๊กส์ กับ ปาร์ก จีซุงได้ลงเล่นเป็นตัวจริง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>ศึกลูกหนัง พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 2008/09 ประจำวันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค. ที่ผ่านมา “ปิศาจแดง” แมนฯ ยู จ่าฝูงของตาราง ลงเล่นนัดที่ 35 ของฤดูกาล เปิดรัง โอลด์แทร็ฟฟอร์ด ของตัวเอง ทำศึก ดาร์บีแมทช์ เมือง แมนเชสเตอร์​ รับการมาเยือนของ “เรือใบสีฟ้า” แมนฯ ซิตี้ ทีมอันดับ 8 ที่ยังมีลุ้นตั๋วไปลุยบอลยุโรป ในซีซันหน้า<span id="more-120"></span></p>
<p>นัดนี้ เจ้าถิ่นส่ง คาร์ลอส เตเบซ ลงยืนตัวจริงในเกมรุกคู่กับ ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ โดย เวย์น รูนีย์​ได้พักที่ม้านั่งตัวสำรอง ส่วนเกมรับไม่มี ริโอ เฟอร์ดินานด์ และเป็น จอนนี อีแวนส์​ ที่จะทำหน้าที่เซนเตอร์ฮาล์ฟ คู่กับ เนมานยา วิดิช ขณะที่ ไรอัน กิ๊กส์ กับ ปาร์ก จีซุงได้ลงเล่นเป็นตัวจริง ทางด้านทีมเยือน ยังคงยึดผู้เล่นชุดเดิมจากเกมกับแบล็คเบิร์น เมื่อสัปดาห์ก่อน นำทัพโดย โรบินโญ ดาวซัลโวประจำทีม</p>
<p>เริ่มเกม ต่างฝ่ายต่างยังต่อเกมไม่ได้ บอลยังครองกันอยู่กลางสนามเป็นส่วนใหญ่ แต่พอนาทีที่ 2 แมนฯยู ได้โอกาสก่อน เมื่อ ราฟาเอล วิ่งเติมเกมรุกทางฝั่งขวา ก่อนที่จะเปิดบอลเข้ากลางมาเข้าทางปืนของ ปาร์ค จี ซอง อัดเต็ม ๆ บริเวณกรอบเขตโทษ แต่บอลผ่านหน้าปากประตูออกไป</p>
<p>และอีก 2 ถัดมา เตเบซ ได้โอกาสส่องไกล แต่บอลไม่แรง และเข้ามือของ เชย์ กิฟเวน สบายๆ นาทีที่7 คริสเตียโน โรนัลโด ได้จังหวะลากบอลขึ้นมาเองทางกราบขวา โชว์ไขว้บอลย้อนหลัง หลอกไมการ์ ริชาร์ด ก่อนที่ซัดด้วยขวา แต่บอลไม่แรงพอไปเลยเข้ามือ กิเวน อีกเช่นเคย</p>
<p>มาในนาทีที่ 16 แว็งซ็อง ก็องปานี ทำบอลพลาด ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ ฉกบอลไปได้ จน สตีเว่น ไอร์แลนด์ ต้องเข้าไปทำฟาวล์ด้านหลัง แมนฯยู ได้ลุ้นจังหวะฟรีคิก และเป็น โรนัลโด้ รับหน้าที่สังหาร ยิงบอลเรียดผ่านกำแพง บอลกระดอนพื้น เปลี่ยนทาง เข้าไปตุงตาข่าย ส่งให้ เจ้าถิ่น นำ 1-0</p>
<p>หลังเสียประตู แมนฯซิตี้ เริ่มตั้งเกมบุกมากขึ้น โดยพาบอลเข้าไปในแดนของเจ้าถิ่นได้บ้าง แต่ก็ไม่มีจังหวะได้ปิดสกอร์จะแจ้งเท่าไหร่ เนื่องจากบอลส่วนใหญ่จะไปติดแนวรับของแมนฯยู สกัดออกไปได้เกือบหมด จนได้โอกาสใใกล้เคียงที่สุดในนาทีที่ 28 เฟลิเป ไกไซโดได้โอกาสเตะบอลต่อให้ โรบินโญ่ หาจังหวะหลุดตัวประกบ ก่อนที่จะยิงหลุดกรอบออกไป</p>
<p>ในนาที่ 30 แมนฯยู น่าจะได้โอกาสนำ 2-0 อย่างยิ่ง เมื่อ เอวรา ที่เดินเกมรุกขึ้นมา เตะบอลต่อให้ คาร์ลอส เตเบซ ปั่นด้วยขวา บอลไปปชนเสาดังสนั่น เด้งมาโดนตัวกองหลังแมนฯซิตี้ ก่อนที่จะเข้ามือ กิฟเวน หลังจากนั้น ไอร์แลนด์ มาได้รับใบเหลืองแรกของเกม หลังเข้าไปเสียบ เอวรา แบบถอนรากถอนโคน ในนาทีที่ 32</p>
<p>ในนาที่ 37 เอลาโน ลองปั่นโค้งเสี่ยวดวงเข้าไป แต่ ฟาน เดอร์ ซาร์ ที่วันนี้ ยังไม่ได้โชว์เซฟอะไรเลย รับเข้าซองสบายๆ อย่างไรก็ตาม ก็มาเป็นทีม &#8220;ปีศาจแดง&#8221; ที่ได้ขึ้น 2-0 จนได้ จากการเปิดยาวมาจากแดนหหลัง เบอร์บาตอฟ ดึงบอลลง หมุนวนหนึ่งรอบ ก่อนที่จะเปิดต่อให้ เตเบซ ที่อยู่โล่ง บริเวณนอกกรอบเขาโทษ ซัดเต็มข้อ บอลชนเสาเข้าประตูไปอย่างสวยงาม ในนาทีที่ 45 และผู้ตัดสินก็เป่านกหวีดหมดครึ่งแรก เจ้าถิ่นนำ 2-0</p>
<p>กลับมาลง สนามในครึ่งหลัง แมนฯ ซิตี้ น่าจะได้โอกาสตีไข่แตกอย่างยิ่ง เมื่อในนาทีที่ 10 โรบินโญ รับบอลเปิดจากด้านหลัง วิ่งเบียดมากับ ราฟาเอล ตรงกลางประตู แต่รีบยิงไปหน่อย ทำให้บอลหลุดออกกรอบไปอย่างน่าเสียดาย</p>
<p>รูป เกมครึ่งหลัง เริ่มเป็น แมนฯซิตี ที่ได้ครองเกมมากกว่า ทำให้ในนาทีที่ 58 แมนฯยู ต้องขยับเปลี่ยนตัวผู้เล่นเพื่อความสด โดนส่ง เวย์น รูนีย์ และ พอล สโคลส์ ลงมาเล่นแทน คริสเตียโน โรนัลโด และ ปาร์ค จีซุง ตามลำดับ ขณะที่ ทีมเยือนขอเปลี่ยนตัวบ้างในนาทีที่ 62 โดนส่ง วาเลร โบยินอฟ ลงมาแทน ไกไซโด</p>
<p>หลังจากนั้น เกมเริ่มผ่อนลงไปทั้งสองทีม จนกระทั่งในนาที่ 69 โบนิยอฟ ได้โอกาสยิงเหน่งๆ  แต่ไปติดกองหลังของแมนฯยู บอลพุ่งออกกรอบ ไปเป็นลูกเตะมุมของทีมเยือน แต่ เอลาโน โยนเข้าไป ริชาร์ด โหม่งหลุดออกไปเอง และ เจ้าถิ่น มาเปลี่ยนตัวอีกโดนส่ง จอห์น โอเชีย ลงมาเล่นแทน อีแวนส์</p>
<p>ทีม&#8221;เรือใบ&#8221; ลุยเต็มที่ โดนส่ง ไนเล เดอยองก์ ออกไปและส่งมิดฟิลด์ตัวรุกอย่าง มาร์ติน เปตรอฟ ในนาที 72 แต่กลายเป็น แมนฯยู ที่ได้จังหวะเสียว เมื่อ เตเบซ ลากบอลเข้าไปเอง ก่อนที่จะตัดสินใจยิงแต่ติดไซร้ก้อยออกไปเยอะ นาทีที่ 81 พอลสโคล์ โยนยาวมาให้ กิ๊กส์ ที่ยืนอยู่ริมเส้นฝั่งซ้าย ก่อนที่เปิดเข้ากลาง แต่ผ่านไปหมด ทว่า แมนฯยู ยังเก็บบอลไว้ได้ ราฟาเอล ลองส่งไกลดูบ้าง แต่ที่นี่ กิฟเวน รับเข้ามือไม่มีปัญหา</p>
<p>แมนฯ ซิตี้ ได้โอกาสบ้าง โดยนาทีที 85 เปตรอฟ ได้ลองสับไกลยิง แต่ ฟาน เดอร์ ซาร์ ยังนิ่ง กระโดดเซฟปัดข้ามคานออกไปได้ ก่อนที่ในนาที่ 88 จะเปลี่ยนตัว โรบินโญ ออกและส่ง เชด อีแวนส์ ลงมาเล่นแทน</p>
<p>&#8220;ผีแดง&#8221; ได้จังหวะเสียว ก่อนหมดเวลา 1 นาที เมื่อ เปิดลูกเตะมุมเข้ามา เฟลทเชอร์ โหม่งชงต่อให้ เตเบซ ที่ยืนโล่งๆ แต่ดัน โขกไปชนเสา บอลกระดอนออกมา ทำให้ทีมพลาดประตูที่ 3 ไปอย่างน่าเสียดาย และกรรมการเป่าหมดเวลา แมนฯยู ชนะไป 2-0 กลับขึ้นไปเป็นจ่าฝูงอีกครั้ง และเขยิบใกล้แชมป์ลีกสมัยที่ 3 ติดต่อกัน เข้าไปทุกที</p>
<p>รายชื่อผู้เล่นตัวจริงของทั้งสองทีม</p>
<p>แมนฯ ยู ( 4-4-2 ) : เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ &#8211; ราฟาเอล ดา ซิลวา, จอนนี อีแวนส์, เนมันยา วิดิช, ปาทริซ เอวรา &#8211; คริสเตียโน โรนัลโด, พอล สโคลส์, ไรอัน กิ๊กส์, ปาร์ก จี ซุง &#8211; ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ, คาร์ลอส เตเบซ</p>
<p>สำรอง : โทมัส คุซแชค, พอล สโคลส์, นานี, ไมเคิล คาร์ริค, เวย์น รูนีย์, จอห์น โอเชีย, แกรี เนวิลล์</p>
<p>แมนฯ ซิตี (4-2-3-1) : เชย์ กิฟเวน &#8211; เนดุม โอนูโอฮา, ริชาร์ด ดันน์, ไมกาห์ ริชาร์ดส์, เวย์น บริดจ์  &#8211; แว็งซ็องต์ ก็องปานี, ไนเจล เด ยองก์, สตีเฟน ไอร์แลนด์ &#8211; เอลาโน, โรบินโญ &#8211; เฟลิเป ไกไซโด</p>
<p>สำรอง : โจ ฮาร์ท, เกลสัน, เฟร์น็องเดส, มาร์ติน เปตรอฟ, เวเลรี โบยินอฟ, กลูเบอร์ เบอร์ติ, ปาโบล ซาบาเลตา, เชด อีแวนส์</p>
<p>ที่มา: ข่าวไทยรัฐ</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thailandsportsonline.com/%e0%b8%9f%e0%b8%b8%e0%b8%95%e0%b8%9a%e0%b8%ad%e0%b8%a5%e0%b8%ad%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%a9/%e0%b8%9b%e0%b8%b4%e0%b8%a8%e0%b8%b2%e0%b8%88%e0%b9%81%e0%b8%94%e0%b8%87-%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%b2%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b0-%e0%b9%80%e0%b8%a3%e0%b8%b7%e0%b8%ad%e0%b9%83%e0%b8%9a%e0%b8%aa%e0%b8%b5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

