อังกฤษ :
อัพเดท
6 สิงหาคม 2551

โด้ดื้อไม่กลับผี-ป๋าตัดหางย้ายไปซะ

คริสติอาโน่ โรนัลโด้ปีกจอมสับเล่นมุกแตกหักหมายเพิ่มโอกาสย้ายไปเล่นให้เรอัล มาดริดเมื่อยืนกรานไม่ขอกลับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในวันอังคารส่วนเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันเหนื่อยหน่ายใจให้สัญญาพร้อมขายแต่ก็ยังหวังลึกๆว่าจะพลิกสถานการณ์ได้
แข้งวัย 23 ปีมีกำหนดการเข้าคุยกับเฟอร์กี้ในวันอังคารเพื่อเปิดอกถึงประเด็นปัญหาและ อนาคตในถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดท่ามกลางความสนใจของสื่อและแฟนบอลทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม "โด้จิ๋ว" บอกกับเพื่อนสนิทว่าเขาจะไม่กลับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเด็ดขาด "ผมจะไม่กลับไปแมนเชสเตอร์"
ในขณะเดียวกันแข้งทีมชาติโปรตุเกสไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อโดยพูดเพียงสั้นๆว่า "ตอนนี้ผมไม่ขอพูดอะไรทั้งนั้น"
สื่อเชื่อว่าโรนัลโด้ไม่อยากพูดอะไรที่บั่นทอนความหวังย้ายซบซานติเอโก้ เบอร์นาบิวในซัมเมอร์นี้และยังคงพักอยู่ที่เกเรสเมืองเล็กๆแถบตอนเหนือของโปรตุเกสเช่นเดิม โดยกำลังพิจารณาว่าจะทำอะไรต่อและปล่อยให้เอเยนต์มาคุยกับทาง "ปิศาจแดง" แทน
เฟอร์กี้ยังมองว่าจะสามารถรั้งให้โรนัลโด้อยู่เล่นต่ออีกซักปีหลังเคยเดินทาง ไปเยี่ยมถึงโปรตุเกสเมื่อเดือนก่อนใน ขณะที่สื่ออังกฤษระบุว่าการเจรจาขายปีกจอมสับตระเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว
การปล่อยให้นักเตะและสโมสรขัดแย้งกันเองเป็นอีกความสำเร็จของเรอัล มาดริดหลังเคยได้ผลกับในรายของหลุยส์ ฟิโก้ที่ย้ายมาจากบาร์เซโลน่า
ตอนนั้นมีการตกลงสัญญาล่วงหน้าที่มีเซ็นกันเรียบร้อยหากฟลอเรนติโน่ เปเรซได้รับเลือกตั้งเป็นประธานสโมสรก็จะย้ายทีมอย่างเป็นทางการ
ด้าน "ปิศาจแดง" ที่ยืนกรานไม่ขายมาตลอดแต่เมื่อนักเตะเล่นแง่ไม่อยาก อยู่ถิ่นโอลด์แทรฟฟอร์ดต่อก็มีท่าทีต้องยอม เพราะหากปล่อยให้ยืดเยื้อก็มีแต่เสียประโยชน์และจะหาตัวแทนไม่ทันเดดไลน์
ว่ากันว่า "ราชันชุดขาว" ยื่นข้อเสนอขอซื้อในวงเงิน 70 ล้านปอนด์ซึ่งเป็นสถิติโลกซึ่งแหล่งข่าวของยูไนเต็ดเปิดเผยถึงเรื่องวุ่นๆในแคมป์ครั้งนี้ว่า
"เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสันตั้งใจจะไม่ขายโรนัลโด้ตอนนี้ เป็นแค่การตัดสินใจเบื้องต้น"
"แต่มีผู้ใหญ่ 1-2 คนของยูไนเต็ดซึ่งคิดว่ามันจะมีประโยชน์อะไรที่จะรั้งตัวเขาไว้ต่อ เมื่อเรอัลพร้อมเสนอเงินก้อนโตขนาดนี้และโรนัลโด้ก็จะพลาดลงสนาม ในช่วงต้นฤดูกาลจากปัญหาบาดเจ็บ"
"ตอนแรกการแก้ปัญหาคือจะให้โรนัลโด้อยู่เล่นต่ออีกซักซีซั่นโดยมีหลักประกันว่าเขา สามารถย้ายทีมโดยที่มีการตกลงค่าตัวกันล่วงหน้าหลังจบฤดูกาล"

ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์คิกออฟ ฉบับที่ 3303

 
 

Back to the top