| |
Young Guns ตะลุยพรีเมียร์ลีก
 |
|
เมื่อไม่ได้ย้ายไปไหนก็อยู่เป็น
"พี่ใหญ่" ที่นี่ต่อไปแล้วกันนะบายอร์
|
ผมนั่งเขียนก่อนจะรอชม อาร์เซนอลเปิดรังเอมิเรตส์
ต้อนรับยูเวนตุสในศึก เอมิเรตส์ คัพ ทว่าก็ได้ประเด็นเรียบร้อยแล้ว หลังได้อ่าน
คอมเมนต์ อาร์แซน เวนเกอร์ ก่อนเกม
กุนซือฝรั่งเศสไม่ได้พูดเกี่ยวกับ
เกมหรอกครับ แต่พูดเกี่ยวกับการปั้น เดวิด เบนท์ลีย์ ที่สุดท้ายแล้ว สเปอร์สกำลังจะนำไปใช้ประโยชน์
ได้สูงสุดขณะ ที่แบล็คเบิร์นก็คือ คนกลาง ที่ทำกำไรได้มากที่สุด
ในประเด็น ปั้นเด็ก แล้วขาย หรือปั้นแล้วไม่ได้ใช้
หรือปั้นแล้ว เสี่ยง ว่าจะไม่มีผลผลิตให้เก็บเกี่ยวนั้นเป็น ประเด็นที่เคย
สงสัย อยู่ในหัวผมมาช้านาน
แต่ปัจจุบันนี้ไม่ได้มีอะไรตกค้างหลัง
ตกตะกอน ความคิดเรียบร้อยไปแล้ว ดังนั้นกับการขายเบนท์ลีย์จึงไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรสำหรับผม
และเมื่อเป็นดังนั้น...มันก็คงไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายสำหรับเวนเกอร์
และอาร์เซนอลเช่นกัน
ครับ โดยพื้นฐานของการมีอะคาเดมีลูกหนัง
แต่ละสโมสรมีจุดมุ่งหมายจะปั้นเด็กให้ประสบความสำเร็จเป็นนักเตะฟุตบอลที่สามารถ
make it หรือ ทำได้ ด้วยการก้าวกระโดดมาเป็นนักเตะอาชีพ
แต่สถาบันลูกหนังซึ่งมีเด็กเป็นร้อยเป็นพันไม่มีทางจะสร้างคนให้เป็นนักบอลที่เก่งกาจได้ทั้งหมด
หรือได้มากมายแน่ ๆ
 |
|
แก่ที่สุด
และก็จะได้เป็นกัปตันทีมต่อไป โดยมี "หัวหน้าเด็ก" อย่างเชสก์
ฟาเบรกาส ออกมาประกาศสนับสนุนเต็มที่
|
เด็ก ๆ ที่เหลือก็ต้องก้าวต่อไปด้วยการไปประกอบอาชีพอื่น
ในสังคม หรือไม่ก็ต้อง ถอยหลัง 1 ก้าวเพื่อจะเดินหน้าอีกหลายก้าว หรือล้มหัวทิ่มไปเลยกับการไปเริ่มต้นใหม่กับ
สโมสรอื่นที่ก็อาจจะไม่ประสบความสำเร็จเหมือนเดิม
กรณีของเบนท์ลีย์นั้นถือเป็น เคส
ปรกติในสังคมลูกหนังอาชีพ เพราะการอยู่ทีมใหญ่อย่างอาร์เซนอลที่ตอนกำลังรุ่ง
ขึ้นมามีรุ่นพี่อย่าง เดนนิส เบิร์กแคมป์, โรแบร์ ปิแรส, เฟรดดี้ ยุงเบิร์ก
ขวางทางอยู่นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายในการสถาปนาตัวเองในทีม
เหตุผลก็คือ เบนท์ลีย์ต้องโดดเด่นจริง
ๆ และสม่ำเสมอชัดเจนทั้งในสนามซ้อม และสนามจริงเพื่อจะ แซงคิว ถีบรุ่นพี่ตกบัลลังก์
หรือไม่ก็ต้อง อดทน, อดทน และอดทน
รอโอกาสอย่างถึงที่สุดจนได้เวลาสุกงอมซึ่งก็ไม่มีใครทราบว่า กี่ปี?
สุดท้ายก็คือ เบนท์ลีย์ต้องมีโชคด้วย
อาทิ รุ่นพี่ข้างต้นได้รับบาดเจ็บ หรือฟอร์มตกจนโอกาสลงสนามหล่นมาหาโดยอัตโนมัติ
ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นง่าย
ๆ และอาร์แซน เวนเกอร์ เองก็ ยอมรับ ว่า ในระดับเยาวชน ประมาณ 90% คุณจะสร้างนักเตะให้สโมสรอื่น
ดังนั้นนักเตะที่ a bit short หรือดีไม่พอสำหรับอาร์เซนอลก็จะมีโอกาสได้ออกไปเติบโตที่อื่น
แต่อาร์เซนอลก็ยังได้ชื่อว่าเป็นที่ที่ช่วยพัฒนานักเตะเหล่านี้
มากกว่านั้น ในกรณีเบนท์ลีย์ กุนซือฝรั่งเศสยังกล่าวด้วยว่า
นักเตะทีมชาติอังกฤษรายนี้สนใจจะเล่นตรงกลาง หรือตำแหน่งเบิร์กแคมป์อีกต่างหากซึ่งเวนเกอร์เห็นว่า
ยังไม่ถึงเวลาในตอนนั้น...แต่ก็ไม่แน่ในตอนนี้
 |
|
จอมปั้น
และเจียระไนดาวรุ่งตัวจริง
|
ที่น่าสนใจอีกจุดหนึ่งก็คือ ทีมปืนโตจัดว่ามองการณ์ไกลไว้แล้ว
เพราะทำ clause หรือเงื่อนไขไว้กับแบล็คเบิร์นที่งานนี้พวกเค้าจะ ได้เงินชดเชยถึง
6 ล้านปอนด์จากค่าตัว 15 + 2 ล้านปอนด์ที่แบล็คเบิร์นได้รับจากสเปอร์ส
(ไม่นับรวมอีกราว ๆ 3 ล้านปอนด์ตอนขายให้ทีมกุหลาบไฟ)
ฉะนั้นการไม่ได้ลิ้มรส ครีม หวาน
มัน หอม อร่อย ซะเองจึงไม่ใช่เรื่องแย่มากซะทีเดียว เพราะงานนี้อาร์เซนอลฟันค่าตัวเบนท์ลีย์ได้แตะ
10 ล้านปอนด์ไปแล้ว
ขณะเดียวกัน เบนท์ลีย์ยังเป็นแค่
ตัวอย่าง นักเตะเยาวชนอาร์เซนอลมากมายที่ไม่สามารถ make it ได้ที่เอมิเรตส์
แต่ถูกขายไปได้ดิบได้ดี หรือมีชื่อเสียงที่อื่น
ส่วนบรรดา ครีม หรือ วิปครีม
ชั้นดีก็จะกลายเป็นกำลังหลัก/ไม่หลักให้ทีมไปอย่างเช่น เชสก์ ฟาเบรกาส,
โยฮัน จูรู, กาเอล คลิชี่, เดนิลสัน, จัสติน ฮอยต์, อเล็กซานเดอร์ ซง,
อาร์มงด์ ตราโอเร่ ฯลฯ จนถึงรุ่นใหม่ล่าสุดที่จะเริ่มจะมีชื่อแล้วอย่าง
คาร์ลอส เบล่า, แจ็ค วิลเชียร์ ฯลฯ ภายใต้ policy ที่มีตังค์ก็ไม่ซื้อใคร...ยกเว้นเด็กดาวรุ่งมีอนาคตอย่าง
แอรอน แรมซีย์ (5 ล้านปอนด์) และซาเมียร์ นาสรี่ (12 ล้านปอนด์)
ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่า เด็กที่
ดีพอ สำหรับเวนเกอร์ และอาร์เซนอลก็จะได้ แจ้งเกิด ที่นี่ และหากขายต่อไปในอนาคตก็จะมีราคาหลัก
10 ล้านปอนด์
ส่วนคนที่ไม่ make it ที่นี่ก็จะถูกยืมตัวออกไปทั้งใน
และนอกประเทศตามสโมสรที่พร้อมจะช่วยดูแลปลุกปั้นเด็ก ๆ ฝีเท้าดีเหล่านี้ให้ก่อนที่จะกลับมา
หรือไม่ก็ถูกขายไปด้วยค่าตัวระดับหนึ่งพร้อม
clause เตรียมรับเละในภายหลังหากทำได้ดีขึ้นไปอีกขั้น
อ่านได้ดังนี้แล้วจึงไม่น่าแปลกใจนะครับที่เวนเกอร์จะกล่าวว่า
เค้าไม่ได้รู้สึก เสียใจ กับกรณีเดวิด เบนท์ลีย์
นอกเหนือจากนี้ ผมอยากจะให้ทุกท่าน
จับตา ซีซั่นใหม่นี้ให้ดี เพราะจะเป็นซีซั่นแรกที่พรีเมียร์ลีกเปลี่ยนกฎให้ทุกทีมส่งตัวสำรองวอร์มม้านั่งข้างสนามได้
7 คนจากเดิม 5 คน
นั่นจะหมายถึง โอกาส ที่มากขึ้นของเด็ก
ๆ ในแต่ละนัดที่ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันอะไรบ้าง และทีมจะต้องการตัวสำรองแบบใดบ้าง
ครับ ถึงตอนนี้ผมค่อนข้างมั่นใจว่า
อาร์เซนอลจะมีม้านั่งสำรองอายุรวมกันน้อยที่สุด ขณะที่ขุนพลในสนามก็น่าจะน้อยที่สุดในพรีเมียร์ลีกเช่นกันในฤดูกาลนี้
ไข่มุกดำ 's
Column
|
|