| |
สวรรค์ของท่านนายพล!
แฮร์รี่ เรดแนปป์ในสายตาของหลายๆ
คนเขาคือ ผู้จัดการทีมที่มากด้วยประสบการณ์ ในฐานะที่ทำงานด้านการคุมทีมมานานเกินกว่า
20 ปี
หลายคนยกย่องนะครับว่าเขาคือ ขงเบ้งลูกหนังที่มีฝีไม้ลายมือเข้าขั้นปรมาจารย์มากที่สุด
ในเกาะอังกฤษหรือในยุโรปเลยทีเดียว
เพียงแต่ว่าอย่างเราๆ ท่านๆ ที่ติดตามดูฟุตบอลเมืองผู้ด
ีกันมานั้นมักจะมองเห็นแค่ภาพของกุนซือวัย 61 รายนี้เป็นได้แค่ผู้จัดการทีมในระดับกลางๆ
เท่านั้น เพราะยังไม่มีโอกาสจะได้ก้าวขึ้นไปสัมผัสกับการทำงานในทีมใหญ่มาก่อนเลย
พูดแล้วก็น่าเห็นใจนะครับ เพราะบทบาทหรือบรรดา
ศักดิ์ของแฮร์รี่ เรดแนปป์นั้นถ้าจะเปรียบ มันคงเปรียบได้กับการเป็นได้แค่
"จ่าแก่" ที่มากด้วยประสบการณ์คนนึงในสังเวียนลูกหนังอังกฤษที่นำทัพสโมสรเล็ก
ๆ ออกรบได้เท่านั้น
แถมซ้ำร้ายไปกว่านั้น ชีวิตการทำงานของ
"ลุงจ่า" เองก็แทบไม่เคยสัมผัสกับโทรฟี่ใหญ่ๆ มาก่อน
ซึ่งถ้าดูจากตำแหน่ง หน้าที่ ลักษณะงานและความเจริญ
ก้าวหน้าแล้วจะเห็นได้เลยนะครับว่าเค้าคือ "หัวหน้าหน่วย" เล็ก ๆ คนนึงเท่านั้นจริงๆ
ผมว่าเรดแนปป์เองก็คงจะไม่อยากย่ำต๊อกอยู่กับที่แบบนี้
และแน่นอนว่าเขาเองก็ต้องมีฝันที่อยาก จะก้าวขึ้นไปอยู่ในตำแหน่งและความสำเร็จที่สูงส่งอยู่บ้างเช่นกัน
คงไม่ได้คิดว่าอยากจะรักษาการณ์เป็น
"ลุงจ่า" ของกองร้อยอยู่แบบนี้ตลอดไปแน่
แต่ถ้ามองกลับกันมันก็อาจจะเป็นเรื่องยากครับที่คนอย่างแฮร์รี
เรดแนปป์จะก้าวขึ้นไปสูงกว่านี้ และมีตำแหน่งเป็นถึงระดับ "นายพล" หรือ
"พระยา" เหมือนคนอย่างเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันของสโมสรแมนฯ ยูไนเต็ดแบบนั้น
เพราะทางเดินที่เค้าเลือกมานั้นบ่งชี้ได้ดีอยู่แล้วนะครับว่าชาตินี้ขอยอมเป็นจ่าแก่ๆ
ในวงการลูกหนังและตายอยู่กับหน่วยรบที่เขารักอย่าง "ปอร์ทสมัธ" ดีกว่า
การปฏิเสธงานจากสโมสรที่ใหญ่กว่าอย่างนิวคาสเซิล
ยูไนเต็ดนั้นก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่เห็นได้ชัดว่า เขาไม่ต้องการจะกระโดดก้าวขึ้นไปทำงานกับหน่วยงานที่ดีกว่า
ทั้งๆ ที่ทีมสาลิกานั้นก็ถือเป็นทีมที่ใหญ่กว่าปอร์ทสมัธในเรื่องของกำลังทุนและความยิ่งใหญ่รวมถึงชื่อชั้น
และลุงจ่าก็ได้พิสูจน์แล้วนะครับว่าการของเป็นหัวหน้าหน่วยของกองทัพ
เดอะ ปอมปีย์นั้นก็สามารถพาทีมไต่อันดับขึ้นไปอยู่ถึงอันดับ 8 อันเป็นอันดับที่ดีที่สุดของสโมสรได้
โดยที่ไม่จำเป็นต้องกระโดดไปรับงานที่สโมสรไหนๆ ทั้งสิ้น
ผมเพิ่งได้ดูสัมภาษณ์สด "ซาชา กายเดมัค"
เจ้าของสโมสรปอร์ทสมัธมาหมาดๆ แล้วก็ต้องยอมรับถึงความน่าทึ่งที่ เจ้าของสโมสรผู้นี้
ที่พูดถึงแฮร์รี่ เรดแนปป์เอาไว้ได้น่าฟังมาก ๆ
และสิ่งที่นึงที่ถือว่ามีคุณค่ามากที่สุดก็คือ
กายเดมัค นั้นบอกว่าแฮร์รี่ เรดแนปป์นั้นไม่ใช่ลุงจ่าแก่ ๆ แต่เขาคือ "นายพลใหญ่ของสโมสรปอร์ทสมัธ"
เดอะ ปอมปีย์เมื่อย้อนหลังกลับไป
2-3 ฤดูกาลที่แล้ว พวกเขาเกือบจะตกชั้นที่ตอนนั้นแฮร์รี่ เรดแนปป์เองก็คือคนที่ช่วยชีวิตเอาไว้
ในปีถัดมาเรดแนปป์พาทีมไต่อันดับขึ้นมาจบถึงที่ 9 และในปีนี้ลุงจ่าของพวกเราก็พากองทัพบลู
อาร์มี่ ไต่อันดับขึ้นได้ดีกว่าเดิมมาเป็นที่ 8
แถมยังพาทีมเข้าไปเล่นในนัดชิงชนะเลิศเอฟเอ
คัพได้อีกต่างหากด้วย
บทบาทของเรดแนปป์ที่กายเดมัคมองเห็นไม่ได้หมดแค่นั้น
เพราะเขามองว่าเวลานี้ปอร์ทสมัธ กลายเป็นทีมชั้นดีที่นักเตะเก่ง ๆ ที่ไหนก็อยากจะย้ายมาเล่นด้วย
ซึ่งความดีความชอบทั้งหมดทั้งมา จากความสามารถในการดึงดูดนักเตะของแฮร์รี่
เรดแนปป์ด้วยนั่นเอง
ตรงนี้นอกจากจะทำให้ทีมดีขึ้นผิดหูผิดตาแล้ว
โอกาสที่ทีมกำลังก้าวไปข้างหน้าแบบทีละเล็ก ทีละน้อยอย่างที่ท่านเจ้าของสโมสร
คนนี้วางแผนในการบริการทีมเอาไว้ก็ถือว่าเข้าเป้าตรงตามที่ต้องการ
ไม่มีใครจะทำงานได้ลงตัวและไปได้สวยได้มากเท่านี้อีกแล้ว
และกายเดมัคก็สรรเสริญว่าเรดแนปป์นั้นคือ นายพลของกองทัพจากแฟรตตัน พาร์กอย่างแท้จริง
ถ้าไม่มีเรดแนปป์ ปอร์ทสมัธเองก็คงไม่มีวันนี้ได้
ดังนั้นนัดชิงเอฟเอ คัพวันเสาร์นี้
สำหรับผมในฐานะผู้เขียนแล้ว อย่าหาว่าเข้าข้างเดอะ ปอมปีย์และแฮร์รี่ เรดแนปป์เลยครับ
เท่าที่มองเส้นทางการทำงานของเขา รวมถึงจังหวะชีวิตหลาย ๆ อย่าง รวมถึงองค์ประกอบของทีมในเวลานี้
ถ้วยเอฟเอ คัพสมควรตกเป็นของแฮร์รี่
เรดแนปป์มากที่สุด ในฐานะที่ตรากตรำทำงานมา อย่างเหน็ดเหนื่อยหลายปี
ไม่ใช่ว่า "เดฟ โจนส์" ของ คาร์ดิฟฟ์
ซิตี้ นั้นไม่ดี ไม่เก่ง หรือยังไงนะครับ กุนซือคนนี้ก็ทำงานมาแล้วหลายปี
กว่าพาทีมมาถึงตรงนี้ได้ มันก็ไม่ง่าย
แต่พูดถึงเรื่อง "บารมี" อันเป็นสิ่งที่ผมมองไว้สำหรับเกมฟุตบอลนัดนี้แล้ว
ผมเชื่อว่าปอร์ทสมัธ จะได้แชมป์ฟุตบอล รายการนี้พร้อมคว้าตั๋วไปเล่นฟุตบอลยูฟ่า
คัพในฤดูกาลหน้า สมกับที่พวกเขาสร้างตัวเองขึ้นมาจนกลายเป็นทีมชั้นดีของพรีเมียร์ชิพ
ณ เวลานี้ไปแล้ว
นี่เป็นโอกาสที่ดีสำหรับจ่าแก่
ๆ ที่ควรจะได้ ประดับยศให้กับตัวเองบ้าง อย่างน้อยความสำเร็จในเอฟเอ คัพ
ที่อาจจะเป็นแค่ครั้งนึงในชีวิตเดียวของเขามันคงเป็นสิ่งที่น่าจดจำไปจนวันตาย
แม้มันอาจเทียบไม่ได้กับความยิ่งใหญ่อย่างเซอร์อเล็กซ์
เฟอร์กูสัน ที่กวาดความสำเร็จและ เกียรติยศมานับไม่ถ้วนแม้สักกระผีกก็ตามนะครับ
แต่ฝันของนายพลแฮร์รี่ เรดแนปป์ในการพาทีม
ระดับนอกกลุ่มบิ๊กโฟร์ ขึ้นเถลิงแชมป์เอฟเอ คัพเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่
1995 จะต้องเป็นจริงครับ
ผลที่คาด : ปอร์ทสมัธแชมป์ 2-1
|
|