ข่าวในประเทศ :
อัพเดท 16 พฤษภาคม 2551

ทึ่งดูงานวันแรก"เจลีก" แค่อันดับ8ก็ตามไม่ทัน

19 สโมสรตาสว่างเห็นระบบการจัดการของลีกญี่ปุ่นยอมรับว่าพัฒนาไปมาก ด้าน "บิ๊กแนต" ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ประธานจัดการแข่งขันยอมรับว่าเรื่องของสิทธิประโยชน์นั้นสำคัญ อย่างสโมสรคาชิว่า เรย์ซอล ทีมอันดับ 8 ของเจลีกสามารถหาเงินจากป้ายโฆษณาได้ปีละ 80 ล้านบาท และมีรายได้เข้ามาต่อปีละพันล้านบาทยอมรับน่าทึ่งมาก ด้าน "บิ๊กเปี๊ยก" พ่อบ้านลูกหนังไทยมั่นใจว่าการมาดูงานครั้งนี้ไม่เสียเปล่า ไม่ได้มาเที่ยวอย่างหลายคนคิด พร้อมวอนให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาเสนอเข้าสู่วาระแห่งชาติ เพื่อโฆษณาจะได้เข้ามาสนับสนุนและนำไปลดหย่อนภาษี ส่วน "อรรณพ สิงโตทอง" ยอมรับว่าบอลอาชีพไทยยังล้าหลังอีกเยอะ เชื่อ 10 ปี ยังมีโอกาสก้าวทัน หากทุกสโมสรร่วมมือร่วมใจกันพัฒนาไปพร้อมๆ กัน
เมื่อวันที่ 15 พ.ค. คณะกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอล อาชีพแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารของการกีฬาแห่งประเทศไทย นำโดย นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ประธานจัดการแข่งขันฟุตบอลไทยแลนด์ พรีเมียร์ ลีก นายทินกร นำบุญจิตต์ รองปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา นายสมบัติ คุรุพันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาการกีฬาและนันทนาการ สโมสรสมาชิก และคณะนักข่าวรวมทั้งหมด 68 คนได้เดินทางถึงสนามบินนาริตะ ณ กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น เที่ยวบินทีจี 640 เวลา 07.15 น. หลังจากนั้นได้เดินทางไปมนัสการวัดนาริตะวัดเก่าแก่ของญี่ปุ่นที่มีอายุกว่า 1,070 ปี และรับประทานอาหารกลางวัน
หลังจากนั้นในเวลา 14.00 น. คณะทีมที่เดินทางมาศึกษา ดูงานการทำทีมฟุตบอลอาชีพของประเทศญี่ปุ่น ได้เดินทางมาถึงสโมสรคาชิว่า เรย์ซอล ทีมอันดับ 8 ของเจลีก ในปัจจุบัน ซึ่งทางสโมสรได้มีคณะให้การต้อนรับและเดินดูศึกษางานตามจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสนามแข่งขัน สนามฝึกซ้อม ห้องอาหารสำหรับนักกีฬา ห้องวีไอพีสำหรับแขกของสโมสร รวมไปถึงจุดขายตั๋วของสโมสร เป็นระยะเวลาชั่วโมงครึ่ง ซึ่งต้องบอกว่าทางสโมสรและคณะเดินทางมาตรวจเยี่ยมครั้งนี้ได้ประโยชน์อย่างมหาศาล
ภายหลังจากการตรวจเยี่ยมสโมสรคาชิว่า เรย์ซอล เป็นที่เรียบร้อย "บิ๊กแนต" นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ประธานจัดการแข่งขันฟุตบอลไทยแลนด์ พรีเมียร์ ลีก กล่าวว่า ต้องบอกว่าทาง สโมสรที่เข้ามาร่วมศึกษางานครั้งนี้ได้ประโยชน์มหาศาล รวมถึง ผู้บริหารคณะทำงานของทางภาครัฐบาลด้วย เพราะสิ่งหนึ่งที่เรา เห็นก็คือการหารายได้สิทธิประโยชน์ของสโมสรที่ต้องยอมรับทำได้ดีมาก ไม่ว่าจะเป็นการขายป้ายโฆษณาในสนามต่อปี ซึ่ง ทางสโมสรคาชิว่า เรย์ซอล หามาได้จำนวน 60 ป้าย ป้ายละ 1 ล้านบาท รวมเป็น 60 ล้านบาท แถมยังมีป้ายจากโฆษณาตรงไฟส่องสนามจำนวน 2 ป้าย ป้ายละ 2 ล้านบาท เป็นเงิน 4 ล้านบาท และป้ายโฆษณาจากสกอร์บอร์ดผลแข่งขันป้ายละ 4 ล้านบาท จำนวน 4 ป้ายต่อปีเป็นเงิน 16 ล้านบาท รวมป็นเงินจากงบโฆษณาที่หาได้เป็นเงิน 80 ล้านบาท ยังไม่รวมกับการขายบัตรและสิทธิ์ประโยชน์ทางการขายของอีก ซึ่งสโมสรคาชิว่า เรย์ซอล มีรายได้เมื่อปีที่แล้วเข้าสโมสรถึง 3,144 ล้านเยน คิดเป็นเงินไทยประมาณ 1 พันล้านบาท ถือว่าเป็นเงินรายได้จำนวน มหาศาล แต่อย่างไรก็ตามทางสโมสรก็มีรายจ่ายประมาณต่อปี 3,107 ล้านเยน ซึ่งจะเหลือกำไรต่อปีจริงๆ ไม่เกิน 37 ล้านเยน
ประธานจัดการแข่งขันฟุตบอลไทยแลนด์ พรีเมียร์ ลีก กล่าวต่อว่า "สำหรับการดำเนินการของสโมสรคาชิว่า เรย์ซอล ทีมอันดับ 8 ของทีมเจลีกนั้น มีการบริหารจัดการเป็นรูปแบบนิติบุคคลมีการจดทะเบียนเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งเมืองนั้นจะถือหุ้น 10 เปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือจะเป็นของสปอนเซอร์ฮิตาชิทั้งหมด โดยสโมสรนั้นพยายามที่จะดึงมวลชนเข้ามายุ่งเกี่ยว ซึ่งก็เป็นแนวทางเดียวกับของคณะกรรมการจัดการแข่งขันฟุตบอลอาชีพ ของประเทศไทย ที่อยากจะให้ทางสโมสรนั้นไปจับคู่กับจังหวัดเพื่อการบริหารจัดการนั้นจะสามารถทำได้ง่าย เนื่องจากหากมีงบเมืองเข้ามาสนับสนุนการทำฟุตบอลของมวลชนก็สามารถที่จะดำเนินการได้รวดเร็ว แต่ทุกอย่างก็ต้องใช้ระยะเวลาเช่นกัน หากจะเรียนลัดและก้าวกระโดดเลยคงจะทำไม่ได้อย่างเด็ดขาด
และที่สำคัญการสร้างทีมยูธนั้นถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สโมสรเกิดการตัวตื่น จากกลุ่มประชาชนคนเมืองที่จะเข้ามาเป็นแฟนคลับ ซึ่งในรูปแบบนี้ก็เป็นแนวทางเดียวกับทางเอเอฟซี.ได้กำหนด และทางคณะกรรมการก็ให้นโยบายไปกับสโมสรทุกสโมสรแล้ว ส่วนใครจะไปสนับสนุนทีมไหนเป็นทีมน้องของตัวเองก็ขึ้นอยู่กับสโมสรที่จะจัดการเอง ซึ่งเชื่อว่าการเดินทางมาศึกษาของสโมสรแต่ละสโมสรจะได้ประโยชน์กลับไปอย่างแน่นอน" นายชัยภักดิ์ กล่าว
ด้าน "บิ๊กเปี๊ยก" นายองอาจ ก่อสินค้า เลขาธิการสมาคม ฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า จากการพาทีมคณะไทยแลนด์ พรีเมียร์ ลีก มาครั้งนี้ถือว่านับเป็นประโยชน์อย่างมหาศาล ในการมาดูงานครั้งนี้ เพราะทำให้สโมสรสามารถมองเห็นภาพเรื่องของการพัฒนาไปสู่ฟุตบอลอาชีพ ซึ่งฟุตบอลเจลีก ถือว่าใกล้เคียงกับฟุตบอลลีกในยุโรป โดยเฉพาะการบริหารการจัดการสโมสร ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการตลาด การบริหารออฟฟิศ แฟนคลับ รวมไปถึงกิจกรรมที่จะมีส่วนร่วมกับท้องถิ่น ซึ่งจะทำมาซึ่งรายได้ จากค่าบัตรผ่านประตู
"เราต้องยอมรับว่ารายได้สำคัญมาจากสปอนเซอร์ 3 ใน 4 ส่วน ที่สำคัญภาครัฐบาล โดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ต้องเป็นวาระแห่งชาติ ต้องหาสปอนเซอร์เข้ามาสนับสนุน ซึ่งต้องมีการลดหย่อนภาษีให้อย่างเป็นรูปธรรม แล้วไปรวมกับท้องถิ่น จนเกิดเป็นท้องถิ่นนิยม เพราะตราบใดที่เราไม่มีสปอนเซอร์ ฟุตบอลลีกอาชีพก็ยากที่จะเกิดขึ้นได้ อย่างไรก็ตามถ้าทกฝ่ายร่วมมือกัน เชื่อว่าในอนาคตเมืองไทยมีฟุตบอลอาชีพแน่นอน"
ทาง"อรรณพ สิงโตทอง"ผู้ช่วยผู้จัดการทีมสโมสรชลบุรี เอฟซี แชมป์ไทยแลนด์ พรีเมียร์ ลีก กล่าวหลังมาศึกษางานว่า จากที่เราดูว่าสโมสรชลบุรีน่าจะเป็นสโมสรตัวอย่างที่ดีของระบบไทยแลนด์ พรีเมียร์ ลีก ต้องยอมรับว่ามาดูงานครั้งนี้ บอลอาชีพของไทยเรานั้นยังล้าหลังจากญี่ปุ่นอีกมาก นี่เพียงแค่สโมสรระดับกลางเขาสามารถบริหารจัดการได้อย่างเป็นระบบเชื่อว่าอีก 10 ปี เราจึงจะตามเขาทัน แต่ก็เชื่อว่าหากทุกสโมสรที่เดินทางมาดูงานครั้งนี้นำความรู้ไปพูดคุยและ ปรึกษากับทางผู้บริหารก็เชื่อว่าจะสามารถพัฒนาไปได้ โดยเรานั้นค่อยๆ ไป ถึงแม้จะใช้เวลานานมากก็ต้องทำดีกว่าที่จะไม่ได้เริ่มนับเลย

ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์คิกออฟ ฉบับที่ 3221

 
 

Back to the top