อิตาลี :
อัพเดท 12 พฤษภาคม 2551

อินเตอร์ยังไม่แน่แชมป์-หมาป่ามีลุ้น,มิลานพ่าย

ผลฟุตบอล กัลโซ่ เซรี่ อา
อาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคม 2551

ฟิออเรนติน่า 3-1 ปาร์ม่า
สนาม : อาร์เตมิโอ ฟรังคี่
ประตู :
ฟิออเรนติน่า - มาริโอ ซานตาน่า 38, ฟรังโก้ เซมิโอลี่ 77, ออสวัลโด้ 85
ปาร์ม่า - อีกอร์ บูดัน 10
เกมนี้ชี้เป็นชี้ตายสำหรับทั้งคู่ ด้านฟิออเรนติน่ากำลังลุ้นสุดตัวไปยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ขณะที่ปาร์ม่า ต้องการคะแนนหนีการตกชั้น
เริ่มเกมมานาทีที่ 11 ปาร์ม่าได้ประตูขึ้นนำ โกลี่โยนจากสุดเส้นหลัง ลูกเหมือนจะเลี้ยวออกเส้นหลัง แล้วเข้ามาในสนามให้บูดานโหม่งที่เสาสองเข้าไป
เจ้าบ้านไม่เสียขวัญ พยายามบุกเอาประตูตีเสมอ ถึงนาทีที่ 39 ก็ทำได้สำเร็จ เมื่อมอนโตลิโว่ กระชากไปถึงสุดเส้นหลัง และเปิดให้ซานตาน่ายิงเข้าไปเน้นๆ หมดครึ่งแรกสกอร์ 1-1
ครึ่งหลังทั้งสองทีมสู้กันสูสี นาทีที่ 59 เรจินัลโด้ ลองซัดด้วยขวาระยะ 40 เมตร แต่เฟรย์พุ่งปัดออกไปได้เยี่ยม
นาทีที่ 77 ฟิออเรนติน่า มาได้ประตูขึ้นนำ เมื่อยอร์เกนเซ่น จ่ายเข้ากลางไปให้เซมิโอลี่ ยิงที่เสาแรกเข้าไป
หลังจากนั้นสถานการณ์ของทีมเยือนย่ำแย่ เมื่อรอสซี่ เสียบปัซซินี่ และโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม
นาทีที่ 86 เจ้าบ้านมาได้ประตูที่ 3 ปิดท้าย จากลูกฟรีคิก ที่ออสวัลโด้โหม่งที่เสาสองเข้าไป จบเกมฟิออเรนติน่าชนะ 3-1 แซงมิลานกลับขึ้นมาเป็นที่ 4
นักเตะทั้งสองทีม
ฟิออเรนติน่า (4-4-2) : เฟรย์ 6.5 - ยอร์เกนเซ่น 6.5, กัมเบรินี่ 7.5, อูฟาลูซี่ 6.5, ก๊อบบี้ 6 - ซานตาน่า 7, คุซมาโนวิช 7 (72 โดนาเดล 6), ลิเวรานี่ 6.5 (72 เซมิโอลี่7), มอนโตลิโว่ 8 - ออสวัลโด้ 7, ปัซซินี่ 6.5.
ปาร์ม่า (4-3-3) : ปาวารินี่ 7 - โกลี่ 5, ฟัลโคเน่ 6 (65 รอสซี่ 4.5), ปาชี่ 6, คาสเตลลินี่ 5 - มอร์โรเน่ 6, ปาร์ราวิชินี่ 6 (เดสเซน่า 83) , มาริก้า 5.5 - เรจินัลโด้ 6, ลูคาเรลลี่ 4.5, บูดัน 6.5 (88 กาสบาร์รอนี่ 5)
กรรมการ : มอร์กันติ 6 (อัสโคลี่)
ผู้ชม: 37,000 คนโดยประมาณ
ใบเหลือง: มาริก้า, มอร์โรเน่, เซมิโอลี่, อูฟาลูซี่
ใบแดง: รอสซี่
 
เจนัว 0-2 ลาซิโอ
สนาม: ลุยจิ แฟร์ราริส
ประตู: กอรัน ปานเดฟ 31, ตอมมาโซ่ ร็อคคี่ 45+1
เจนัว ไม่มีอะไรลุ้นแล้ว แต่ก็ต้องการชัยชนะนัดสั่งลาเกมสุดท้ายในบ้าน ขณะที่ลาซิโอ ทีมเยือนต้องการอันดับที่ดีที่สุด กู้หน้าที่ปีนี้ผลงานของพวกเขาย่ำแย่
เปิดฉากมา 10 นาที เจนัวเกือบได้ประตูขึ้นนำ จากการยิงของสคุลลี่ด้วยขวา แต่โดนบัลล็อตต้าเซฟไว้ได้นิดเดียว
นาทีที่ 23 ลาซิโอ ตอบโต้ร็อคคี่ได้ซัดด้วยขวาเน้นๆ บอลเฉี่ยวเสาประตูออกไปนิดเดียวเท่านั้น
ทั้งสองทีมเปิดเกมบุกสู้กันสนุก นาทีที่ 29 เจนัวได้โอกาสอีกจากลูกเตะมุมที่ยูริชเปิดให้ฟิเกโรอาโหม่งหลุดกรอบประตูออกไปนิดเดียว
นาทีที่ 32 ลาซิโอ มาได้ประตูขึ้นนำ เมารี่ ตอกส้นให้ร็อคคี่เข้าไปในกรอบโทษ และตวัดคืนหลังให้ปานเดฟยิงผ่านรูบินโญ่เข้าไป
นาทีที่ 2 ของการทดเวลาบาดเจ็บ ลาซิโอ มาได้ประตูที่ 2 เมารี่ จ่ายออกทางด้านขวาให้เบห์รามี่ สไลด์ลูกเข้ากลางให้ร็อคคี่ยิงเข้าไปโล่งๆ
ครึ่งหลังทีมเยือนยังเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม นาทีที่ 59 ร็อคคี่ จ่ายจากด้านซ้ายบอลไปแฉลบโบโว่ เกือบจะเข้าประตูแต่ยังดีที่สการ์ปิเซฟไว้ได้
ช่วง 20 นาทีสุดท้าย เจนัวพยายามบุก และเกือบจะได้ประตูตีไข่แตก จากการยิงของคองโก้ด้วยขวา บอลไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย จบเกมลาซิโอชนะ 2-0
นักเตะทั้งสองทีม
เจนัว (3-4-3): รูบินโญ่ 5.5 (46 สการ์ปิ 6); คองโก้ 6.5, โบโว่ 5.5, อ. ลูคาเรลลี่ 5.5; ม. รอสซี่ 5.5, มิลาเน็ตโต้ 6, ยูริช 6, ฟาเบียโน่ 5.5 (46 บอร์ริเอลโล่ 5.5); สคุลลี่ 6 (68 วิลสัน 6), ฟิเกโรอา 5.5, ดานิโล่ 5.5. โค้ช: กาสเปรินี่ 5.5
ลาซิโอ (4-3-1-2): บัลล็อตต้า 6; เด ซิลเวสตรี้ 6.5, อาร์ติโปลี 6 (66 กริบารี่ 6), โรเซห์นัล 6, ซาอูรี่ 6; เบห์รามี่ 6 (71 ดาโบ 6), เลเดสม่า 6.5, มูตาเรลลี่ 6; เมารี่ 7; ปานเดฟ 7 (79 เบียงคี่ ไม่มี), ร็อคคี่ 7 โค้ช: รอสซี่ 6.5
กรรมการ: ปิแอร์เปาลี่ (ฟิเรนเซ่) 6
ใบเหลือง: ปานเดฟ, เด ซิลเวสตรี้, โบโว่, ซาอูรี่
 
อินเตอร์ 2-2 เซียน่า
สนาม: ซาน ซิโร่
ประตู:
อินเตอร์ - ปาทริก วิเอร่า 11, มาริโอ บาโลเตลลี่ 45
เซียน่า - มัสซิโม มัคคาโรเน่ 30, ฮุสเซน คาร์ฮา 70
หลังจากที่พลาดท่าแพ้นัดดาร์บี้แมตช์ อินเตอร์ มิลาน ลงไล่ล่าสคูเด็ตโต้สมัยที่ 16 ด้วยการเปิดบ้านรับการมาเยือนของเซียน่า ที่รอดพ้นการตกชั้นแล้ว
บรรยากาศในซาน ซิโร่เกมนี้คึกคักทีเดียว แฟนบอล 83,000 คน เข้ามาเต็มความจุของสนาม เพื่อลุ้นอินเตอร์ชนะเซียน่า และได้เปิดแชมเปญฉลองแชมป์
เกมนี้อินเตอร์เริ่มต้นอย่างมั่นใจ และเกือบจะได้ประตูขึ้นนำจากลูกเตะมุมทางด้านซ้าย ให้มาเตรัซซี่โหม่งบอลไปชนคานเต็มๆ
จากนั้นนาทีเดียว อินเตอร์มาได้ประตูขึ้นนำ บาโลเตลลี่เปิดคอร์เนอร์มาหน้าประตูให้วิเอร่า โฉบไปโหม่งตุงตาข่ายให้อินเตอร์นำ 1-0
หลังขึ้นนำ อินเตอร์เป็นฝ่ายครองเกม ขณะที่เซียน่า ไม่มีทีท่าว่าจะฮึดสู้
อย่างไรก็ตามนาทีที่ 30 ทีมเยือนมาได้ประตูตีเสมอ คาร์ฮา จ่ายออกไปทางด้านขวาให้มัคคาโรเน่ ยิงทแยงมุมเรียดผ่านจูลิโอ เซซาร์เข้าไป สกอร์เป็น 1-1
อินเตอร์กลับมาตั้งเกมใหม่ ถึงนาทีที่ 45 ก็มาได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง จากลูกทุ่มไกลของไมคอน ให้วิเอร่าโขกต่อเข้ากลางไปให้บาโลเตลลี่ โหม่งระยะเผาขนเข้าไปง่ายๆ หมดครึ่งแรกอินเตอร์นำ 2-1
ครึ่งหลังอินเตอร์ลงมาบุกต่อ และเกือบจะได้ประตูที่สาม บาโลเตลลี่ จ่ายให้ครู้ซพลิ้วหลบกองหลังเซียน่า ก่อนจะยิงด้วยซ้ายบอลเฉี่ยวเสาประตูออกไปนิดเดียว
เจ้าบ้านเล่นไปตามจังหวะ โอกาสพังประตูพวกเขามาเป็นระยะๆ นาทีที่ 61 ไมคอนเปิดบอลจากด้านขวาเข้ากลางให้ครู้ซ แต่โดนฟิคานญ่า โหม่งสกัดออกไปได้ก่อนนิดเดียว
นาทีที่ 69 เจ้าถิ่นถึงกับช็อกตาตั้ง เมื่อเซียน่า มาได้ประตูตีเสมอ เมื่อฟิคานญ่าเปิดบอลจากด้านขวาเข้ากลางให้คาร์ฮา ยิงนอกกรอบโทษเรียดเสียบมุมเข้าไปอย่างสวยงาม สกอร์เป็น 2-2
อินเตอร์บุกหนัก หวังจะเอาประตูขึ้นนำให้ได้ นาทีที่ 76 ซูอาโซ่ จ่ายให้ครู้ซ หลุดไปยิงจ่อๆ แต่ติดมาเตรัซซี่ ที่นอนอยู่กับพื้นอย่างน่าเจ็บใจ
หลังจากนั้นนาทีที่ 77 อินเตอร์ มาได้ลูกจุดโทษ เมื่อริกาโน่ รวบล้มมาเตรัซซี่ ในกรอบโทษ ทว่าจากลูกจุดโทษ มาเตรัซซี่ ยิงไปติดแมนนิงเกอร์ที่พุ่งเซฟไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม
เข้าสู่ช่วงท้ายอินเตอร์บุกแหลกหวังจะเอาประตูขึ้นนำให้ได้ นาทีที่ 87 วิเอร่าเปิดจากด้านซ้ายเข้ากลางให้ฮิมิเนซโหม่ง บอลเฉี่ยวเสาประตูออกไปนิดเดียวเท่านั้น
ท้ายเกมอินเตอร์มีลุ้นอีก เมื่อครู้ซ พลิ้วหลบไปยิงในกรอบ โทษ แต่ก็ซัดข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย จบเกมอินเตอร์ทำได้แค่เสมอ 2-2 และต้องไปลุ้นแชมป์นัดสุดท้ายที่พลาดไม่ได้อีกแล้ว
นักเตะทั้งสองทีม
อินเตอร์ (4-3-1-2): จ. เซซาร์ 6; ไมคอน 6.5, บูร์ดิสโซ่ 6, มาเตรัซซี่ 5(85 เปเล่ ไม่มี), แม็กซ์เวลล์6.5 (81 เครสโป ไม่มี); วิเอร่า 7, คัมบิอัสโซ่ 6.5, ซาเน็ตติ 6.5; ฮิมิเนซ 7; ครู้ซ7, บาโลเตลลี่ 7 (63 ซูอาโซ่ 5.5) โค้ช: มันชินี่
ซียน่า (4-3-2-1): แมนนิงเกอร์ 8; ฟิคานญ่า 7, ปอร์ตาโนว่า 6.5, ลอเรีย 6.5, รอสซี่ 7; แวร์กาสโซล่า 6.5, คอเดรีย 6 (46 อัลแบร์โต้ 6), กัลล็อปป้า 5.5 (65 ริกาโน่ 5.5); โลคาเตลลี่ 6 (46 ค็อปโปล่า 6.5), คาร์ฮา 8; มัคคาโรเน่ 7โค้ช: เบเร็ตต้า
กรรมการ: กาว่า (โคเนยาโน่) 5.5.
ใบเหลือง: มาเตรัซซี่, ฟิคานญ่า, ค็อปโปล่า, ริกาโน่
 
ยูเวนตุส 1-1 คาตาเนีย
สนาม: โอลิมปิโก้ ดิ โตริโน่
ประตู:
ยูเวนตุส - อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่ 89
คาตาเนีย - ฮอร์เก้ มาร์ติเนซ 48
ยูเวนตุส ที่หมดลุ้นอันดับ 2 แต่ก็ได้ที่ 3 ไปเตะรอบคัดเลือกแชมเปี้ยนส์ ลีก แน่นอนแล้ว ลงเล่นในบ้านตัวเองเจอกับคาตาเนีย ที่กำลังดิ้นรนหนีการตกชั้น คะแนนของพวกเขาเหนือทีมโซนตกชั้นคะแนนเดียวเท่านั้น
ตามฟอร์มแล้วยูเว่เหนือกว่าเยอะ 16 เกมหลังสุดพวกเขาแพ้เกมเดียวเท่านั้น ขณะที่คาตาเนีย ไม่ชนะนอกบ้านมาตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนปีที่แล้ว ที่พวกเขาบุกไปชนะอูดิเนเซ่ 1-0 หลังจากนั้น 20 นัด มีผลงานเสมอ 6 แพ้ 14
เปิดฉากมายูเว่ลุยทันที นาทีที่ 9 เดล ปิเอโร่ได้ยิงด้วยขวานอกกรอบโทษ บอลเฉี่ยวเสาประตูออกไปนิดเดียวเท่านั้น
ยูเว่บุกอยู่ข้างเดียวช่วงแรก ผ่านไป 20 นาทีพวกเขาเป็นฝ่ายกดดันคาตาเนีย ถอยร่นไปตั้งรับ
นาทีที่ 23 คาโมราเนซี่ จ่ายเข้ากลางให้เดล ปิเอโร่ โฉบไปยิงบอลหลุดกรอบประตูออกไปนิดเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ตาม จังหวะนี้เดล ปิเอโร่ชนกับเทรเซเกต์ ทำให้เสียจังหวะ
4 นาทีถัดมา ซิสโซโก้ได้จังหวะสับไกยิงระยะ 25 เมตร บอลเหินข้ามคานออกไปนิดเดียว
นาทีที่ 36 ยูเว่ได้โอกาสอีกจากการยิงของเดล ปิเอโร่ นอกกรอบโทษ แต่ก็ลูกเฉี่ยวเสาประตูออกไปอย่างน่าเสียดาย หมดครึ่งแรก 0-0
ครึ่งหลังเริ่มมาแค่นาทีที่ 48 คาตาเนีย มาได้ประตูขึ้นนำจากลูกชุลมุนในกรอบโทษ บอลมาเข้าทางของมาร์ติเนซ ที่ใช้ต้นขาดันลูกเข้าไป
ยูเวนตุสบุกหนักหวังจะเอาประตูตีเสมอให้ได้ แต่คาตาเนียก็ช่วยกันต้านไว้ได้อย่างเหนียวแน่น นาทีที่ 86 เจ้าบ้าน น่าจะได้ประตูตีเสมออีกครั้ง เมื่อเทรเซเกต์หลุดเดี่ยว แต่ก็โดนบิซาร์รี่เซฟไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม
นาทีที่ 88 ยูเวนตุส มาได้ประตูตีเสมอจนได้ จากลูกที่คิเอลลินี่เปิดเรียดเข้ากลางให้เดล ปิเอโร่ ยิงจากระยะ 2 เมตรเข้าไป จบเกมทั้งสองทีมเสมอกันไป 1-1 นัดสุดท้ายคาตาเนีย ต้องไปลุ้นหนีตายด้วยการเจอกับโรม่าในบ้าน
นักเตะทั้งสองทีม
ยูเวนตุส (4-4-2) : บุฟฟ่อน 6, เซบิน่า 4, เลกร็อตตาเญ่ 5, คิเอลลินี่ 6, กริเกร่า 6.5, คาโมราเนซี่ 6, ซิสโซโก้ 7, เทียโก้ 6 (66 โนเชริโน่ 5), ปัลลาดิโน่ 5.5 (70 เน็ดเว็ด 6) เดล ปิเอโร่ 7, (90 ปาสกวาโต้ ไม่มี), เทรเซเกต์ 6 โค้ช: รานิเอรี่ 6
คาตาเนีย (4-4-2): บิซซาร์รี่ 7, ซิลเวสตรี้ 6, สโตวินี่ 6.5 แตร์ลิซซี่ 6.5, ซาบาโต้ 6, บายอคโค่ 6, เตเดสโก้ 6 (69 เอดูเซ 5.5), บิอาจานติ 6, บาร์กาส 5.5 (60 อิซโก้ 6.5) , มาร์ติเนซ 6.5 (86 ซิลแวสตร์ ไม่มี), มัสคาร่า 6. โค้ช: เซ็งก้า 6
กรรมการ: เตรโฟโลนี่ 6
ใบเหลือง: เทียโก้, กริเกร่า, คาโมราเนซี่, คิเอลลินี่, โนเชริโน่, อิซโก้
ผู้ชม: 20,638 คน
 
ลิวอร์โน่ 0-1 โตริโน่
สนาม: อาร์มันโด ปิคคี่
ประตู: อเลสซานโดร โรซิน่า 41
ลิวอร์โน่ ที่ยังได้ลุ้นอยู่รอดในทางทฤษฎี ลงเล่นในถิ่นเจอกับโตริโน่ ที่ดิ้นรนหนีการตกชั้นเช่นกัน
เริ่มเกมมาทีมเยือนบุกหนักทันที และเกือบจะได้ประตูขึ้นนำ เมื่อโรซิน่า จ่ายให้ดิ มิเคเล่ หลุดไปยิงด้านซ้าย โดนอเมเลียปัดออกหลังไปได้
ช่วงแรกโตริโน่บุกหนัก แต่ผ่านไปครึ่งทางของครึ่งแรก ลิวอร์โน่เป็นฝ่ายครองเกม นาทีที่ 21 เจ้าบ้านเกือบจะได้ประตูขึ้นนำจากลูกคอร์เนอร์ ของเดียมานติให้เมลาร่าโหม่งบอลหลุดกรอบประตูออกไปนิดเดียวเท่านั้น
นาทีที่ 32 เจ้าบ้าน น่าจะได้ประตูขึ้นนำอีกครั้ง เดียมานติ ลองซัดจากระยะไกล โดนเซเรนี่ปัดออกหลังไปได้นิดเดียว
โตริโน่ กลับมาบุกอีกครั้ง โรซิน่า จ่ายให้ดิอาน่า หลุดไปทางด้านขวา แต่ก็โดนอเมเลียปาดมาปิดมุมได้เยี่ยม
อย่างไรก็ตามนาทีที่ 41 โตริโน่ มาได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะพลดาของซิดนี่ ที่โหม่งสกัดไม่ดี ลูกไปเข้าทางของดิ มิเคเล่ ที่ยิงยัดมาติดอเมเลีย บอลมาเข้าทางของโรซิน่า ที่ซ้ำเข้าไป โตริโน่นำ 1-0
นาทีที่ 45 ทีมเยือนเกือบจะได้ประตูที่ 2 จากจังหวะพลาดของแนวรับเจ้าบ้านอีกครั้ง คราวนี้โรซิน่า จ่ายจากด้านซ้ายให้ดิมิเคเล่ แต่ก็โดนอเมเลียปาดมาตัดไว้ได้ก่อนนิดเดียว หมดครึ่งแรกโตริโน่นำ 1-0
ครึ่งหลังลิวอร์โน่ ลงมาเน้นเกมรุกมากขึ้น และก็น่าจะได้ประตูตีเสมอ เดียมานติลองซัดจากนอกกรอบโทษ ติดเซเรนี่ บอลมาเข้าทางของตาวาโน่ที่ซ้ำเข้าไป จังหวะนี้ร็อคคี่เป่าเป็นล้ำหน้าทั้งที่จากภาพช้าไม่ล้ำ
ประตูที่กรรมการเป่าเป็นฟาวล์ ทำให้เกมนี้เริ่มเครียด ครึ่งหลังผ่านไป 19 นาทีแฟนบอลเจ้าบ้านจุดพลุควัน และตะโกนสาปแช่งทีมตัวเอง และประธานสโมสร
ช่วงท้ายเกมนัดนี้เกือบจะต้องยกเลิก เนื่องจากมีพลุควันเข้าในสนามคละคลุ้งหน้าประตูของเซเรนี่ อย่างไรก็ตามทั้งสองทีมยังเล่นกันต่อไปกระนั้นลิวอร์โน่ ไม่มีกะจิตกะใจจะเล่นแล้ว ก่อนจะพ่ายไปในที่สุด
ชัยชนะทำให้โตริโน่ รอดจากการตกชั้น ขณะที่ลิวอร์โน่ ปีหน้าต้องไปเล่นในเซรี่ บี แน่นอนแล้ว
นักเตะทั้งสองทีม
ลิวอร์โน่ (4-4-2): อเมเลีย 6, ปุลเซ็ตติ ไม่มี(30 ซิดนี่ 4.5), เมลาร่า 6, จิอันนิเค็ดด้า 5.5, เคเซวิช 5.5, เด เวซเซ่ 5.5, โลวิโซ่ 6, แบร์กโฟลด์ 6, ไวลัตติ 5 (46 ตาวาโน่ 5), เดียมานติ 6, รอสซินี่ 5.5 (17 บอกดานี่ 5) โค้ช: ออร์ซี่ 5
โตริโน่ (4-3-2-1): เซเรนี่ 6, ม็อตต้า 6 (62 เดลลา ฟิออเร่ 6), ดิ ลอเรโต้ 6.5, ลันน่า 6.5, ปิซาโน่ 6, ดิอาน่า 6.5, คอรินี่ 6, ซาเน็ตติ 6 (74 เกรลล่า ไม่มี), โรซิน่า 6.5, ดิ มิเคเล่ 6.5, สเตลโลเน่ 6 (83 เบลาโนวิช ไม่มี) โค้ช: เด เบียซี่ 6.5.
กรรมการ: ร็อคคี่ (ฟิเรนเซ่) 5.
ใบเหลือง: เคเซวิช, อเมเลีย, ซาเน็ตติ, คอรินี่ เดเวซเซ่, ดิอาน่า, ม็อตต้า
 
นาโปลี 3-1 มิลาน
สนาม: ซาน เปาโล
ประตู:
นาโปลี - มาเร็ก อามซิก 36, เมาริซิโอ โดมิซซี่ 69 จุดโทษ, เกรกอรี่ การิชส์ 92
มิลาน - คลาเรนซ์ ซีดอร์ฟ 94
ศึกคลาสสิกของฟุตบอลอิตาลี นาโปลีเกมนี้ ลงเล่นในบ้านต่อหน้าแฟนบอลที่เข้ามาเต็มความจุของสนาม เจอกับเอซี มิลาน ที่กำลังลุ้นไปแชมเปี้ยนส์ ลีก
เจ้าบ้านไม่มีลุ้นอะไรแล้ว แต่ก็ต้องการชัยชนะทิ้งท้ายซีซั่นในบ้าน และที่ผ่านมาพวกเขาทำได้อย่างยอดเยี่ยมในบ้าน ทีมใหญ่อย่างยูเวนตุส, อินเตอร์, อูดิเนเซ่ และฟิออเรนติน่า ต่างพ่ายพวกเขามาแล้ว
เกมนี้นาโปลีลงเล่นด้วยความกระหาย แฟนบอลเจ้าถิ่นส่งเสียงเชียร์พวกเขาดังสนั่น มิลานช่วงแรกต้องถอยไปรับแข็งขัน
นาทีที่ 13 นาโปลีได้จังหวะหวาดเสียว จากจังหวะพลาดของโบเนร่า ให้ลาเบซซี่หลุดไปยิง แต่ก็โดนคาลัชพุ่งปัดลูกออกหลังไปได้สวย
นาโปลีสู้ได้อย่างสมศักดิ์ศรี และก็มาได้ประตูขึ้นนำ เมื่อกัตตูโซ่เสียบอลในจังหวะบุก ให้นาโปลีได้สวยกลับ อามซิกได้ซัดเรียดด้วยขวานอกกรอบโทษ เสียบมุมเข้าไปทางด้านขวาของคาลัชอย่างสวยงาม นาโปลีนำ 1-0
นาโปลีคึกสุดขีด หลังได้ประตูขึ้นนำ ด้านมิลาน พยายามตั้งเกมบุกเอาประตูคืน และเกือบจะได้ประตูตีเสมอเช่กนัน จากลูกฟรีคิกระยะ 30 เมตร ที่ซีดอร์ฟซัดไปติดกำแพง บอลไปเข้าทางของกัตตูโซ่ ที่ลองยิงด้วยขวาโดนนาบาร์โร่พุ่งเซฟออกหลังไปได้
นาทีที่ 44 นาโปลี เกือบได้ประตูที่ 2 จากลูกเตะมุมอามซิกเปิดเข้ากลางให้คันนาวาโร่โหม่งบอลเฉี่ยวเสาประตูออกไปนิดเดียวเท่านั้น
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บ มิลานเกือบจะได้ประตูตีเสมอเช่นกัน เมื่อกาก้า ลองซัดระยะ 25 เมตร โดนนาบาร์โร่พุ่งทุบบอลออกไปได้สวย
ครึ่งหลังมิลานพยายามบุกเอาประตูตีเสมอ อย่างไรก็ตามทีมเจ้าบ้านช่วยกันตั้งรับได้อย่างเหนียวแน่น นาทีที่ 67 นาโปลี มาได้ลูกจุดโทษ เมื่อเนสต้าทำฟาวล์ลาเบซซี่ในกรอบโทษ ชัดเจน จากลูกจุดโทษ โดมิซซี่ รับหน้าที่สังหารเข้าไป คาลัชพุ่งไปผิดทาง นาโปลีนำ 2-0
มิลานถึงกับสติแตก หลังโดนประตูที่สอง เข้าสู่ช่วง 15 นาทีสุดท้ายผู้เล่นทั้งสองทีมหวิดจะมีมวยหมู่หน้ากรอบโทษมิลาน เดือดร้อนกรรมการต้องเข้ามาสงบสติอารมณ์ผู้เล่นทั้งสองทีม
นาทีที่ 83 มิลานมีจังหวะยิงตีตื้น เมื่อปาโต้ได้หลุดเดี่ยว แต่ก็ยิงข้ามคานออกไปเยอะ
ช่วงท้ายเกม นาโปลี เน้นการต่อบอลให้กัน เรียกเสียง โอเล่ๆ จากแฟนบอล เยาะเย้ยนักเตะมิลาน ที่ต้องเป็นฝ่ายไล่เอาบอลมาครอง
อย่างไรก็ตามทีมเจ้าบ้านทำได้ดีกว่า นาทีที่ 89 พวกเขาน่าจะได้ประตูที่สามจากการยิงด้วยซ้ายของโบยาชิโน่ บอลไปชนเสาเต็มๆ ด้านขวาของคาลัช
นาทีที่ 90 นาโปลีเกือบได้อีกจากปั่นด้วยขวาของอามซิกนอกกรอบโทษบอลไปชนคานเต็มๆ
ทดเวลาบาดเจ็บ นาทีที่ 2 นาโปลีมาได้ประตูที่ 3 จากลูกที่มอนเตร์วิโน่ เปิดจากด้านซ้ายไปให้เกรกอรี่ การิชส์ กองหลังโฉบไปโหม่งตุงตาข่าย นาโปลีนำ 3-0
สองนาทีถัดมา มิลานมาได้ประตูตีไข่แตก จากการยิงฟรีคิกของซีดอร์ฟนอกกรอบโทษเข้าไป จบเกมนาโปลีชนะมิลาน 3-1 ส่งผลให้มิลาน อยู่ในสถานการณ์ลำบาก นัดสุดท้ายต้องลุ้นหนักเพื่อไปแชมเปี้ยนส์ ลีก รอบคัดเลือก
นักเตะทั้งสองทีม
นาโปลี (3-5-2): นาบาร์โร่ 6.5; คันนาวาโร่ 6.5, คอนตินี่ 6.5, โดมิซซี่ 7; มันนินี่ 6.5 (78 การิชส์ 6), การ์กาโน่ 6.5, ปาเซียนซ่า 6.5, อามซิก 7.5 (46 มอนเตร์วิโน่ 6), ซาวินี่ 6.5; ลาเบซซี่ 8 (87 โบยาชิโน่ 6), โซซ่า 6 โค้ช: เรย่า 7
มิลาน (4-3-2-1): คาลัช 5; โบเนร่า5, เนสต้า 5, คาลัดเซ่ 4.5, ฟาวัลลี่ 4.5 (60 ยันคูลอฟสกี้ 5); กัตตูโซ่ 5 (68 แซร์จินโญ่ 5), อัมโบรซินี่ 5.5, บร็อคคี่ 5 (46 ปาโต้ 5); กาก้า 5, ซีดอร์ฟ 5; อินซากี้ 5 โค้ช: อันเชล็อตติ 4
กรรมการ: ฟาริน่า (โนวิ ลิกูเร่) 6
ผู้ชม: 65,000 คน
ใบเหลือง: อามซิก, กัตตูโซ่, มันนินี่, กาก้า, เนสต้า, โซซ่า
 
ปาแลร์โม่ 0-2 ซัมพ์ดอเรีย
สนาม: เรนโซ่ บาร์เบร่า
ประตู: อันโตนิโอ คาสซาโน่ 60, คริสเตียน มัจโจ้ 75
ปาแลร์โม่ ต้องการชัยชนะสั่งลาเล่นนัดสุดท้ายในบ้าน เกมนี้พวกเขารับการมาเยือนของซัมพ์ดอเรีย ที่ปีนี้ประสบความสำเร็จ ได้ไปเล่นยูฟ่า คัพ ฤดูกาลหน้า
ทั้งสองทีมเปิดเกมบุกแลกกันสนุก นาทีที่ 25 เจ้าบ้านเกือบขึ้นนำ จากจังหวะที่อเมารี่ จ่ายให้ยานโควิชยิงบอลไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย
นาทีที่ 39 ซัมพ์ดอเรียได้โอกาสบ้าง ปิเอรี่ จ่ายจากด้านซ้ายให้คาสซาโน่ หยอดไปให้เบลลุชชี่ยิงติดอยาร์ดี้ หมดครึ่งแรกสกอร์ 0-0
ครึ่งหลังนาทีที่ 61 ซัมพ์ดอเรีย มาได้ประตูขึ้นนำ จากลูกฟรีคิกระยะ 30 เมตร ที่คาสซาโน่ ยิงด้วยขวาบอลเสียบตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม อยาร์ดี้หมดสิทธิ์ป้องกัน
นาทีที่ 75 ซัมพ์ดอเรีย มาได้ประตูที่ 2 จากลูกเตะมุมของปาลอมโบ ให้มัจโจ้โหม่งที่เสาสองเข้าไป
เจ้าบ้านพยายามบุกเอาประตูคืน และเกือบได้เช่นกัน เมื่ออเมารี่ยิงด้วยขวาติดมิรานเต้ บอลมาเข้าทางของคาแซร์ต้า ที่จ่ายให้มิคโคลี่เติมมายิงบอลไปชนเสาอย่างน่าเสียดาย จบเกมซัมพ์ดอเรีย ชนะไป 2-0
นักเตะทั้งสองทีม
ปาแลร์โม่ (4-2-3-1): อยาร์ดี้ 6, คาสซานี่ 6, เบียว่า 5.5, บัลซาเร็ตติ 5 (73 ซัคคาร์โด้ ไม่มี), กัวน่า 5.5, ซิม ปลิโช่ 5 (65 เตเดสโก้ 6), ยานโควิช 6.5 (65 คาบานี่ 5.5), มิคโคลี่ 6, คาแซร์ต้า 6, อเมารี่ 6.5 โค้ช: โคลันตูโอโน่ 6
ซัมพ์ดอเรีย (3-5-2): มิรานเต้ 6.5, กัสตัลเดลโล่ 6, ซาล่า 6, อัคคาร์ดี้ 6, มัจโจ้ 7, ซัมมาร์โก 6, ปาลอมโบ 6.5, ด. ฟรานเชสคินี่ 6 (90 จ. เดลเว็คคิโอ ไม่มี), ปิเอรี่ 6.5, คาสซาโน่ 7 (73 มอนเตลล่า ไม่มี), เบลลุชชี่ 6 (63 โบนัซโซลี่ 6) โค้ช: มัซซาร์รี่ 6.5
กรรมการ: รุสโซ่ (โนล่า) 6
ใบเหลือง: ซิมปลิโช่, ซัมมาร์โก
 
เรจจิน่า 2-0 เอ็มโปลี
สนาม: โอเรสโต้ กรานิลโล่
ประตู: เอ๊ดการ์ บาร์เรโต้ 68, นิโกล่า อโมรูโซ่ 78
เกมนี้ 3 คะแนนมีค่ายิ่งกว่าขุมทอง เพื่ออยู่รอดแล้วต่างฝ่ายต่างต้องการชัยชนะ ด้านเรจจิน่า ประธานฟอติ ยอมลดค่าตั๋วทุกโซนเหลือ 10 ยูโร เรียกแฟนบอลเข้ามาเต็มความจุสนามกรานิลโล่
เกมนี้ทั้งสองฝั่งเปิดเกมบุกสู้กันสนุกทีเดียว อย่างไรก็ตามบอลไปตายตรงหน้ากรอบประตูคู่แข่งเป็นส่วนใหญ่
ท้ายเกมเอ็มโปลี เกือบได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่มาร์คิโซ่ ยิงฟรีคิกนอกกรอบโทษ แต่โดนคัมปันโญโล่ป้องกันไว้ได้อย่างยอดเยี่ยม หมดครึ่งแรกสกอร์ 0-0
ครึ่งหลังเกมยังสูสี อย่างไรก็ตามนาทีที่ 68 เรจจิน่ามาได้ประตูขึ้นนำ เมื่อบาร์เรโต้ ซัดจากระยะ 30 เมตร เข้าไปอย่างสวยงาม บาสซี่หมดสิทธิ์ป้องกัน
เอ็มโปลีพยายามบุกหวังเอาประตูตีเสมอ อย่างไรก็ตามนาทีที่ 79 เรจจิน่ามาได้ประตูที่สอง อโมรูโซ่ เลี้ยงผ่านมาร์โซรัตติ ก่อนจะสับไกยิงเข้าไป จบเกมเรจจิน่าชนะไป 2-0 และรอดพ้นจากการตกชั้นแน่นอนแล้ว ขณะที่เอ็มโปลีต้องไปลุ้นนัดสุดท้าย
นักเตะทั้งสองทีม
เรจจิน่า (4-3-2-1): คัมปันโญโล่ 6.5, ลันซาโร่ 6, บัลเดซ 6.5, ชิริลโล่ 6.5, คอสต้า 6.5, บาร์เรโต้ 7.5, ตอนญอซซี่ 6, โมเดสโต้ 6, คอซซ่า 6 (71 วิจานี่ 6), บริเอนซ่า 7 (80 คาสโชเน่ ไม่มี), อโมรูโซ่ 7.5 (87 สตูอานี่ ไม่มี) โค้ช: ออร์ลันดี้ 7
เอ็มโปลี (4-4-2): บาสซี่ 7, บุสเช่ 6, มาร์โซรัตติ 5, รัจจี้ 5.5, ตอสโต้ 6, อบาเต้ 6, โมโร 5.5 (80 จาโคมัซซี่ ไม่มี), มาร์คิโซ่ 6, อันโตนินี่ 5.5 (46 มาเรียนินี่ 5.5), วานนุคคี่ 5 (55 เซาดาติ 5), โจวินโค่ 5 โค้ช: คานญี่
กรรมการ: ซัคคานี่ (มันโตว่า) 6
ใบเหลือง: อบาเต้, คาสโชเน่, จาโคมัซซี่, บัลเดซ, มาเรียนินี่
 
โรม่า 2-1 อตาลันต้า
สนาม: โอลิมปิโก้
ประตู:
โรม่า - คริสเตียน ปานุชชี่ 23, ดาเนียเล่ เด รอสซี่ 67
อตาลันต้า - จามเปาโล เบลลินี่ 88
โรม่า ต้องการชัยชนะ และหวังว่าผลที่อินเตอร์ จะเข้าข้างพวกเขา เกมนี้ "หมาป่า" ลงเล่นในบ้านเจอกับอตาลันต้า ที่ไม่มีห่วงอะไรแล้ว
เริ่มเกมมาเจ้าบ้านเป็นฝ่ายครองเกมทันที และเกือบจะได้ประตูขึ้นนำนาทีที่ 14 ซิซินโญ่เปิดบอลมาหน้าประตูให้วูชินิชได้โหม่งเหน่งๆ หลุดกรอบประตูออกไปอย่างไม่น่าเชื่อ
อย่างไรก็ตามนาทีที่ 23 โรม่า มาได้ประตูขึ้นนำ เมื่อปิซาร์โร่เปิดฟรีคิกมาหน้าประตูให้ปานุชชี่โหม่งเข้าไป
กองเชียร์โรม่าได้เฮกันลั่น เมื่อผ่านไปครึ่งชั่วโมงได้ข่าวว่าเซียน่าตีเสมออินเตอร์
อย่างไรก็ตามนาทีที่ 34 อตาลันต้าเกือบจะได้ประตูตีเสมอจากลูกเตะมุมที่เบลเลรี่ได้โหม่ง บอลไปชนคานเต็มๆ
จากนั้นนาทีเดียว ฟล็อคคารี่ลองซัดนอกกรอบโทษบอลหลุดกรอบประตูออกไปนิดเดียวเท่านั้น หมดครึ่งแรกโรม่านำ 1-0
ครึ่งหลัง อตาลันต้ามาบุกเอาประตูตีเสมอ และเกือบจะได้จากการยิงเรียดนอกกรอบโทษของโดนี่ บอลหลุดกรอบประตูออกไปนิดเดียวเท่านั้น
กระทั่งนาทีที่ 67 โรม่า มาได้ประตูที่สอง เด รอสซี่ ยิงฟรีคิกเบียดเสาแรกเข้าไป ค็อปโปล่าหมดสิทธิ์ป้องกัน
ถึงนาทีที่ 70 กองเชียร์โรม่าได้เฮกันลั่นอีกครั้ง เมื่อเซียน่า ตีเสมออินเตอร์ 2-2 ช่วง 15 นาทีสุดท้าย นักเตะโรม่า เล่นไปหูก็ฟังผลการแข่งขันที่ซาน ซิโร่ อย่างใจจดใจจ่อ กองเชียร์พวกเขาได้เฮกันอีกครั้ง เมื่อได้ข่าวว่าอินเตอร์พลาดลูกจุดโทษ
ช่วงท้ายเกม โรม่า เสียสมาธิให้อตาลันต้าได้ประตูตีตื้น โดนี่ จ่ายให้เปลเลกริโน่ ที่โขกต่อไปให้เบลลินี่สไลด์ลูกเข้าไป แต่ก็ได้แค่นั้นจบเกมโรม่าชนะ 2-1 และตามหลังอินเตอร์คะแนนเดียวเท่านั้น
นักเตะทั้งสองทีม
โรม่า (4-2-3-1): โดนี่ 6; ซิซินโญ่ 6, เม็กแซส 6.5 (49 อันตูเนส 6), ปานุชชี่ 7, โตเน็ตโต้ 6; เด รอสซี่ 7, ปิซาร์โร่ 6.5; อาควิลานี่ 6, แปร์ร็อตต้าไม่มี (32 คาสเซ็ตติ 6), มันชินี่ 5; วูชินิช 5.5 (80 บริกี้ ไม่มี โค้ช: สปัลเล็ตติ 6.5
อตาลันต้า (4-4-2): ค็อปโปล่า 6; เบลเลรี่ 6, ตาลามอนติ 6, เปลเลกริโน่ 5.5, เบลลินี่ 6.5; เฟอร์ไรร่า ปินโต 6, เด อัสเชนติส 5.5, ปาโดอิน 5 (55 ริวัลต้า 6), มุสลิโมวิช 5 (51 เปาลุชชี่ 5); โดนี่ 6, ฟล็อคคารี่ 6.5 (72 อินซากี้ ไม่มี) โค้ช: เดล เนรี่ 5.5
กรรมการ: บานติ (ลิวอร์โน่) 6
ใบเหลือง: ตาลามอนติ, เด อัสเชนติส, เบลลินี่
 
อูดิเนเซ่ 0-2 กายารี่
สนาม: ฟริอูลี่
ประตู: โรเบิร์ต อัคควาเฟรสก้า 48, อันเดรีย คอสซู 55
อูดิเนเซ่ ยังมีลุ้นไปแชมเปี้ยนส์ ลีกอยู่ในทางทฤษฎี และเกมนี้พวกเขาได้เล่นในบ้านเจอกับกายารี่ ที่ยังต้องการคะแนนเพื่อการันตีอยู่รอด
เกมนี้กายารี่เริ่มต้นด้วยความมุ่งมั่นมากกว่า และเกือบจะได้ประตูขึ้นนำจากการยิงของฟอจจา แต่จังหวะสุดท้ายโดนคอด้าตัดไว้ได้นิดเดียว
ช่วงแรกกายารี่ทำได้ดีกว่า อย่างไรก็ตามผ่านไป 10 นาทีอูดิเนเซ่เริ่มเป็นฝ่ายครองเกม
อย่างไรก็ตามผู้มาเยือนเล่นเกมรุกได้น่ากลัวเช่นกัน และเกือบจะได้ประตูขึ้นนำนาทีที่ 26 เบียงโค่เปิดจากด้านขวาเข้ากลางให้อัคควาเฟรสก้าโหม่ง โดนฮันดาโนวิชพุ่งปัดออกไปนิดเดียว
ช่วง 15 นาทีสุดท้ายของครึ่งแรก ทั้งสองทีมผ่อน จังหวะลง กระทั่งนาทีที่ 42 อูดิเนเซ่เกือบได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะที่ดิ นาตาเล่ เลี้ยงหลบเบียงโค่ก่อนสับไก ยิงบอลหลุดกรอบประตูออกไปนิดเดียวเท่านั้น หมด ครึ่งแรก 0-0
ครึ่งหลังเปิดฉากมา 3นาทีเท่าน้น เจ้าบ้านเสียท่าโดนกายารี่ยิงนำ จังหวะที่คอสซู เปิดยาวให้อัคควาเฟรสก้า ชนะการประกบของซาปาต้า และคอด้า ก่อนจะยิงเรียดด้วยขวาเข้าไปอย่างสวยงาม
อูดิเนเซ่พยายามตอบโต้ ทว่านาทีที่ 55 กายารี่มาได้ประตูที่สองปิดเกม ฟอจจา เข้าไปในกรอบโทษ ด้านซ้าย และเปิดเข้ากลางให้คอสซู ยิงผ่านฮันดาโนวิชเข้าไป
ช่วงที่เหลือทั้งสองทีมเปิดเกมบุกสู้กันอย่างเมามัน แต่ก็ไม่มีฝ่ายไหนยิงเพิ่มได้ จบเกมกายารี่บุกมาชนะ 2-0 และอยู่รอดในเซรี่ อา แน่นอนแล้ว
นักเตะทั้งสองทีม
อูดิเนเซ่ (3-4-3): ฮันดาโนวิช 6; ซาปาต้า 5, คอด้า 5, ลูโควิช 6; เมสโต้ 5, ดากอสติโน่ 5 (70 ปินซี่ ไม่มี), อินแลร์ 5.5, ดอสเซน่า 6 (62 ฟลอโร ฟลอเรส 5); เปเป้ 5 (89 เอเรเมียงโก้ ไม่มี), กวายาเรลล่า 5, ดิ นาตาเล่ 5 โค้ช: มาริโน่ 5
กายารี่ (4-3-1-2): สโตรารี่ 7; เบียงโค่ 6, โลเปซ 6.5, คานินี่ 6.5, อกอสตินี่ 6.5; ฟินี่ 6 (60 ปารอล่า 6), คอสซู 7.5, บิออนดินี่ 7; เยด้า 7; อัคควาเฟรสก้า 7.5 (83 มาตรี้ ไม่มี), ฟอจจา 7 (88 เดล กรอสโซ่ ไม่มี) โค้ช: บัลลาร์ดินี่ 7.
กรรมการ: บริกี้ (เชเซน่า) 5.5.
ใบเหลือง: อกอสตินี่, เมสโต้, อินแลร์, ดากอสติโน่,
 
ทีม
แข่ง
ชนะ
เสมอ
แพ้
ได้
เสีย
+-
แต้ม
1-อินเตอร์
37
24
10
3
67
26
41
82
2-โรม่า
37
24
9
4
71
36
35
81
3-ยูเวนตุส
37
20
11
6
69
34
35
71
4-ฟิออเรนติน่า
37
18
9
10
54
39
15
63
5-มิลาน
37
17
10
10
62
37
25
61
6-ซัมพ์ดอเรีย
37
17
8
12
53
43
10
59
7-อูดิเนเซ่
37
16
9
12
47
49
-2
57
8-นาโปลี
37
14
8
15
49
51
-2
50
9-เจนัว
37
13
9
15
44
50
-6
48
10-ปาแลร์โม่
37
12
10
15
45
55
-10
46
11-อตาลันต้า
37
11
12
14
50
56
-6
45
12-ลาซิโอ
37
10
13
14
45
50
-5
43
13-เซียน่า
37
9
16
12
38
43
-5
43
14-กายารี่
37
11
8
18
38
54
-16
41
15-โตริโน่
37
8
16
13
36
48
-12
40
16-เรจจิน่า
37
9
12
16
35
54
-19
39
17-คาตาเนีย
37
8
12
17
32
44
-12
36
18-ปาร์ม่า
37
7
13
17
42
60
-18
34
19-เอ็มโปลี
37
8
9
20
27
51
-24
33
20-ลิวอร์โน่
37
6
12
19
34
58
-24
30

ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์คิกออฟ ฉบับที่ 3217

 
 

Back to the top