ฟุตบอลรอบโลก :
อัพเดท 20 กรกฏาคม 2551

ผี,หงส์แค่เจ๊า ปืนแซง2-1,
ทอฟฟี่เจ๊ง สาลิกาดุ4-1ดัฟฟ์3ตุง
ฟูแล่มเจ๋งซิวเซลติก3-1

ผลฟุตบอลอุ่นเครื่องปรีซีซั่น
วันเสาร์ที่ 19 กรกฏาคม 2551

ไกเซอร์ ชีฟส์ 1-1 แมนฯยูไนเต็ด

สนาม : นิวแลนด์ส สเตเดี้ยม
ประตู : 1-0 โจนาธาน ควอเตย์ น.37,1-1 คริส อีเกิลส์ น.59
แมนฯยูไนเต็ด ภายใต้การคุมทีมของป๋าอเล็กซ์ ฟอร์มไม่สวยเท่าไร ทำได้แค่เสมอกับไกเซอร์ ชีฟส์ ทีมแนวหน้าของประเทศแอฟริกาใต้ 1-1 โดยที่ต้องเป็นฝ่ายไล่ตามตีเสมอด้วย
เริ่มเกมได้เพียง 6 นาทีเท่านั้น ไกเซอร์ ชีฟส์ เกือบกะซวกประตูได้อย่างรวดเร็ว เมื่อชาบาลาล่าตั้งป้อมยิงเต็มแข้ง ทว่าบอลไปติดแกรี่ เนวิลล์ นิดเดียวเท่านั้น
แต่แล้วเมื่อถึงนาที 37 เจ้าถิ่นไกเซอร์ ชีฟส์มาได้ลูกจุดโทษ เมื่อแกรี่ เนวิลล์ไปทำฟาวล์ชาบาลาล่าในเขตโทษ ผู้ตัดสินชี้ให้เป็นจุดโทษทันที และโจนาธาน ควอเตย์ รับหน้าที่เพชฌฆาตสังหารจุดโทษไปทางซ้าย คุสแซ็คพุ่งหลงทาง บอลเสียบเข้าไปตุงตาข่าย ไกเซอร์ ชีฟส์ นำ 1-0
จากนั้น ผีแดงมีโอกาสตีเสมอแบบทันควัน จากลูกยิงฟรีคิก 25 หลาของพอลสโคลส์ แต่คูเน่นายทวารของไกเซอร์ ชีฟส์พุงปัดบอลเหินข้ามคานไปได้อย่างสวยงาม
จบครึ่งแรก ไกเซอร์ ชีฟส์ ออกนำไปก่อน 1-0
กลับมาบู๊แข้งในครึ่งหลัง แมนฯยูไนเต็ด เกือบจะได้ประตูตีเสมอแบบสุดๆ เมื่ออีเกิลส์เปิดบอลให้คาร์ลอส เตเบซทะยานโขกโล่งๆ ทว่าบอลไปติดคูเน่นิดเดียวเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม เมื่อเกมการฟาดแข้งดำเนินมาถึง นาที 59 ผีแดงก็สามารถไล่ตามตีเจ๊าได้สำเร็จ จากจังหวะที่คาร์ลอส เตเบซเปิดบอลสุดงามจากทางด้านขวา คูเน่ นายประตูของไกเซอร์ ชีฟส์ออกไปตัดบอลไม่ดี ทำให้คริส อีเกิลส์ซึ่งสอดขึ้นมาโหม่งบอลง่ายๆที่เสาไกล ส่งบอลเข้าไปซุกก้นตาข่าย ผีแดงไล่มาเป็น 1-1
ช่วงท้ายเกม การประสานงานของสองตัวสำรองของแมนฯยูไนเต็ด ที่ป๋าอเล็กซ์ส่งลงมาเกือบแผลงฤทธิ์ได้ เมื่อแดนนี่ ซิมป์สันบอมบ์บอลมาให้ไฟรเซอร์ แคมป์เบลล์ ทะยานโขกเหน่งๆ ทว่าบอลหลุดเสาไปเพียงเส้นยาแดงผ่าแปดเท่านั้น
ครบ 90 นาที แมนฯยูไนเต็ดเสียเหลี่ยมเล็กน้อย เสมอกันไป 1-1
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม :
ไกเซอร์ ชีฟส์ : อิตูเมเลง คูเน่,จิมมี่ เทา,โอริสมอร์ บาเซร่า,วาเลรี่ นาฮาโย,โจนาธาน ควอเตย์,ตินาชี่ เนนโกมาช่า,เดวิด มาเธบูล่า,เกรัลด์ ซิเบโก้,โจเซ่ ทอร์เรอัลบ้า,ชาลเวียค,ซิฟิเว่ ชาบาลาล่า
แมนฯยูไนเต็ด : โทมัส คุสแซ็ค,แกรี่ เนวิลล์,เวส บราวน์,เนมานย่า วิดิช,จอห์น โอเช,ดาร์เรน เฟล็ทเชอร์,พอล สโคลส์,ไรอัน กิ๊กส์,คริส อีเกิลส์,คาร์ลอส เตเบซ,เวย์น รูนี่ย์
 

วิสล่า คราคอฟ - ลิเวอร์พูล

สนาม : ฟรีบวร์ก, สวิตเซอร์แลนด์
ประตู : 0-1 อังเดร โวโรนิน น.6, 1-1 โทมัส เจอร์ซัค น.12
"หงส์แดง" ฟอร์มหนืดเป็นนัดแรกในช่วงปรีซีซั่น เมื่อทำได้แค่เสมอกับวิสล่า คราคอฟด้วยฟอร์มการเล่นที่ไม่น่าประทับใจนัก โดยเฉพาะเกมรับที่แย่จัดในช่วงครึ่งแรก
ลิเวอร์พูล ลงสนามอุ่นเครื่องเป็นเกมที่ 2 ในสวิตเซอร์แลนด์หลังจากที่เอาชนะเอฟซี ลูเซิร์นไปได้แบบหวุดหวิด 2-1 เมื่อวันพุธที่ผ่านมา เกมนี้ได้เจอของแข็งกว่าอย่างวิสล่า คราคอฟ ทีมแชมป์ลีกโปแลนด์
สำหรับนัดนี้ทางด้านราฟาเอล เบนิเตซ ใช้ผู้เล่นชุดผสมซึ่งถึงจะขาดกัปตันอย่างสตีเฟ่น เจอร์ราร์ด ที่มีอาการบาดเจ็บและต้องโดนส่งตัวกลับเมลวู้ดเพื่อรักษาตัว แต่ก็มีสีสันจากอันเดรีย ดอสเซน่า แบ็กซ้ายที่ย้ายมาจากอูดิเนเซ่ ได้ลงสนามเป็นตัวจริงครั้งแรก หลังเคลียร์เอกสารการลงทะเบียนเรียบร้อย
นัดนี้ทีมดังจากอังกฤษออกตัวได้สวยได้ประตูนำไปก่อนตั้งแต่นาทีที่ 6 จากประตูของอังเดร โวโรนิน ที่ปรี่เข้าชาร์จลูกครอสของยอสซี่ เบนายูน ซึ่งถึงจังหวะแรกจะซัดจากระยะ 5 หลาไปติดเซฟ มาริอุสซ์ พาเวเลค แต่กองหน้ายูเครนที่มีข่าวว่าจะโดนขายให้ดอร์ทมุนด์เพื่อหาทุนมาซื้อแกเร็ธ แบร์รี่ ก็ซ้ำดาบสองเข้าไป
แต่ถึงจะนำ 1-0 เร็วเกมของลิเวอร์พูลก็ไม่ได้ดีกว่าแชมป์โปแลนด์เท่าไหร่ และยังโดนตีเสมออย่างรวดเร็วในนาทีที่ 12 เท่านั้น จากเกมสวนกลับที่สวยงามฉบับบอลยุโรปตะวันออก โดยคนที่ปิดสกอร์คนสุดท้ายคือโทมัส เจอร์ซัค ที่ซัลโวในกรอบ 6 หลาเข้าไปสบายๆผ่านดีเอโก้ คาวาเลียรี่ ผู้รักษาประตูชาวบราซิลที่ได้ลงเฝ้าเสาเป็นตัวจริงในเกมนี้
เกมผ่านมาถึงครึ่งทางของครึ่งหลัง โวโรนิน มีโอกาสบวกสกอร์เพิ่ม แต่จังหวะยิงเนียนๆดันโดนเซฟเอาไว้ได้ แต่เอาเข้าจริงทางหงส์แดงก็ป่วนแทบแย่เนื่องจากนักเตะโปลเก๋ากว่าเยอะ ซึ่งสุดท้ายลิเวอร์พูลก็ป้อแป้รักษาสกอร์ 1-1 เอาไว้ได้ในช่วงครึ่งแรก
สำหรับในครึ่งหลังนั้นเป็นการหมุนเวียนเปลี่ยนตัวลงมาของผู้เล่นทั้งสองฝ่าย ซึ่งสุดท้ายก็ไม่มีฝ่ายใดที่ทำประตูเพิ่มกันได้ จบเกมด้วยการเสมอกันไปแบบมิตรภาพ โดยที่ลิเวอร์พูล รอจะเจอกับแฮร์ธ่า เบอร์ลินเป็นเกมถัดไปในวันอังคารที่จะถึงนี้
รายชื่อผู้เล่นของลิเวอร์พูล
ตัวจริง : ดีเอโก้ คาวาเลียรี่,สตีเฟ่น ดาร์บี้, เจมี่ คาร์ราเกอร์, ดาเนี่ยล แอกเกอร์, อันเดรีย ดอสเซน่า, ยอสซี่ เบนายูน, ลูคัส ไลวา, ดาเมียน เปลซีส์, เซบาสเตียน เลโต้, ไรอัน บาเบิล, อังเดร โวโรนิน
ตัวสำรอง : เดวิด มาร์ติน, ซามี ฮูเปีย, มาร์ติน สเคอร์เทล, ฟาบิโอ ออเรลิโอ, เอมิเลียโน่ อินซัว, เจย์ สเปียริ่ง, แจ็ค ฮอบบ์ส, ฮาเวียร์ มาสเคราโน่, เจอร์เมน เพนแนนท์, เดิร์ค เคาท์, ดาเนี่ยล ปาเชโก้
 

บาร์เน็ต 1-2 อาร์เซนอล

สนาม : อันเดอร์ฮิลล์ สเตเดียม
ประตู : 1-0 เคนนี่ ยิลเลต น.15,1-1 เจย์ ซิมป์สัน น.63,1-2 บาราซิเต้ เนเซอร์ น.74
ผู้ชม : 5,568 คน
อาร์เซนอลใช้ทีมชุดผสมระหว่างทีมชุดใหญ่ กับบรรดาดาวรุ่ง พลิกแซงเอาชนะบาร์เน็ตไปได้อย่างสวยงามทั้งๆที่ออกสตาร์ตด้วยการโดนนำไปก่อน
เกมโดยรวมของอาร์เซนอลนั้นกินขาดตามโผอยู่แล้ว และมีโอกาสได้ทักทายก่อน จากแอร่อน แรมซีย์ และกาเอล กลิชี่ แต่ยังไม่เข้าเป้าทั้งคู่
ทางบาร์เน็ตนั้นตลอด 15 นาทีแรกมีโอกาสยิงแค่หนึ่งครั้งเท่านั้น และเป็นประตูขึ้นนำ 1-0 ทันที จากจังหวะฟรีคิกระยะ 25 หลา เคนนี่ ยิลเลตอัดเปรี้ยงเดียวเสียบมุมอย่างเด็ดขาดสุดยอด
ถึงศักยภาพตัวผู้เล่นปืนโตจะเหนือกว่า แต่เอาเข้าจริงๆกลับไม่สามารถต่อบอลสวยๆเข้าทำได้เลย มีเพียงแค่ใช้ความสามารถเฉพาะตัวของผู้เล่นอย่างวัลคอตต์ กับเดนิลสันเข้าโจมตีเท่านั้น สุดท้ายจึงโดนทางเจ้าถิ่นดักไว้สบาย
ก่อนหมดครึ่งแรกเล็กน้อย วัลคอตต์ใช้ความเร็วกระชากแผงหลังบาร์เน็ตกระจาย ก่อนตวัดยิงทันที แต่ลูกก็พุ่งวาบออกข้างไปแบบได้เสียว
ในครึ่งเวลาหลัง ทีมปืนโตเปลี่ยนผู้เล่นยกแผง 11 คน โดยมีชื่อของฟรังซิส โกเกแลง ดาวเตะเมืองน้ำหอมวัย 17 ที่เพิ่งคว้าตัวมาร่วมทีมแบบสดๆร้อนๆอีกด้วย
เกมชุดหลังของเด็กกันเนอร์สนับว่าทรงประสิทธิภาพมาก ถึงแม้จะเต็มไปด้วยดาวรุ่งที่โนเนมยิ่งกว่าชุดแรกก็ตาม นาทีที่ 54 มาร์ก แรนดัล ทำเกมกับรุย ฟอร์เต้ได้สวย ก่อนปั่นโค้งนอกเขตโทษ แต่นายทวารเจ้าถิ่นปั่นออกไปได้
แต่ถึงนาทีที่ 63 อาร์เซนอลก็ตีเจ๊าเป็น 1-1 จนได้ จากจังหวะที่แรนดัล ชิ่งเร็วให้วิลเชียร์ ก่อนตบเข้ากลางถึงเจย์ ซิมป์สันจ่อยิงง่ายๆ
เกมของปืนโตไหลลื่นทันทีเมื่อยิงได้ นาทีที่ 74 เจย์ ซิมป์สัน แทงบอลให้บาราซิเต้ เนเซอร์ จับหนึ่งจังหวะก่อนตะบันเสียบเสาสองสุดงาม ให้ปืนขึ้นนำแล้วเป็น 2-1
เข้าสู่ช่วงห้านาทีสุดท้าย บาร์เนตเกือบตีเสมอได้ จากลูกฟรีคิกอีกครั้ง แต่โกเกแลงที่ยืมคุมเส้น กระโจนเคลียร์ออกมาได้หวุดหวิด
ทำให้สุดท้ายอาร์เซนอลบุกไปเฉือนชนะ 2-1 อย่างสนุกไม่น้อยทีเดียว
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
บาร์เนต : ร็อบ เบควิธ,แอชลีย์ คารูว์,โจ เดเวร่า,อิสมาเอล ยาคูบู,เคนนี่ ยิลเล็ต,อัลเบิร์ต อาโดมาห์,นีล บิชอบ,แมกซ์ พอร์เตอร์,คีรอน เซนต์ เอมี่,คลิฟ อาคูรัง,อดัม เบอร์แชล
อาร์เซนอล : มานูเอล อัลมูเนีย(วิโต้ มันโนเน่),บาคารี่ ซานญ่า(อาบู โอโกโก้),ฮาวาร์ด นอร์ดเวท(เกวิน ฮอยต์),จัสติน ฮอยต์(พอล รอดเจอร์ส),กาเอล กลิชี่(เรเน่ สเตียร์),เฮนรี่ แลนส์บิวรี่(แจ็ก วิลเชียร์),เดนิลสัน(มาร์ก แรนดัล),แอร่อน แรมซี่ย์(ฟรังซิส โกเกแลง),อาร์มองด์ ตราโอเร่(บาราซิเต้ เนเซอร์),ธีโอ วัลคอตต์(เจย์ ซิมป์สัน),นิคลาส เบนด์เนอร์ (รุย ฟอร์เต้)
* ตัวสำรองทั้งหมดของอาร์เซนอลลงมาในช่วงพักครึ่งเวลา
 
ฮาร์ทลีพูล 1-4 นิวคาสเซิล
สนาม : วิคตอเรีย ปาร์ค
ประตู : 1-0 แม็ตตี้ ร็อบสัน น.16,1-1 เดเมี่ยน ดัฟฟ์ น.40,1-2 เดเมี่ยน ดัฟฟ์ น.52,1-3 แดนนี่ กัธรี่ น.53,1-4 เดเมี่ยน ดัฟฟ์ น.87
ผู้ชม : 4,249 คน
เดเมี่ยน ดัฟฟ์ ระเบิดฟอร์มเยี่ยมด้วยการกดแฮตทริก ช่วยให้ "สาลิกาดง"นิวคาสเซิล บุกมาถล่ม ฮาร์ทลีพูล 4-1 ในเกมอุ่นเครื่องเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา
เควิน คีแกน เกมนี้ส่งนักเตะชุดใหญ่ลงสนาม โดยคู่หน้าใช้บริการ โอบาเฟมี่ มาร์ตินส์ กับ อลัน สมิธ และแดนกลาง นิกกี้ บัตต์ สวมปลอกแขนกัปตันทีม สำหรับปราการด่านสุดท้าย เชย์ กิ๊ฟเว่น คัมแบ็กจากอาการเจ็บ 2 เดือน ส่วน แดนนี่ กัธรี่ ดาวเตะตัวใหม่นั่งสำรองเท่านั้น
นาทีที่ 10 ขุนพล ทูนอาร์มี่ ทักทายก่อน เมื่อ มาร์ตินส์ พาบอลเข้าไปในแผงแบ็กโฟร์ ก่อนจะกดเต็มข้อขวา แต่บอลไปติด เบน คล้าร์ก แฉลบออกหลังไป
อีก 6 นาทีต่อมากลายเป็นเจ้าถิ่นที่ได้ประตูขยับนำ 1-0 เมื่อ โจเอล พอร์เตอร์ ผ่านบอลไปให้ แม็ตตี้ ร็อบสัน ปีกตัวเก่งตะบันผ่านมือ เชย์ กิ๊ฟเว่น ที่หมดสิทธิ์ป้องกันตุงตาข่าย
หลังโดยลูบคม นิวคาสเซิล จำเป็นต้องเร่งเครื่อง นาที 20 มิลเนอร์ โยนกดดันจากทางขวาเข้ามา ส่งผลให้ ลิดเดิ้ล จำเป็นต้องโขกเคลียร์ทิ้งออกไป
จากนั้น สตีเฟ่น เทย์เลอร์ เกือบพลาดเสียท่า ในนาที 27 แต่ดีที่ทางด้าน ริชชี่ โจนส์ ผ่านบอลไปให้ เจมส์ บราวน์ ทำอะไรไม่ได้รวมทั้ง เทย์เลอร์ ก็ตามมาแก้ตัวได้ทัน
แม้สกอร์จะเป็นรองแต่เกมของ นิวคาสเซิล ดีกว่า นาที 34 ลิดเดิ้ล ไปทำฟาวล์ มาร์ตินส์ ในระยะ 25 หลา เสียฟรีคิก เป็น เอ็นซ็อกเบีย ที่รับหน้าที่ส่องเป้า แต่กองกลางเลือดน้ำหอมดันปั่นลูกหลุดไปเพียง 2 หลาเท่านั้น
ก่อนเข้าไปพัก 5 นาที ทางทีมเยือนจากพรีเมียร์ชิพ ก็มาตีเสมอ ได้สำเร็จ จาก ดาเมี่ยน ดัฟฟ์ ที่รับบอลมาจาก เจมส์ มิลเนอร์ ที่ครอสส์มาจากทางขวา และดาวเตะทีมชาติไอร์แลนด์ ก็ปั่นด้วยซ้ายระยะจ่อๆ เข้าไป หมดครึ่งแรกเกมเท่ากันอยู่ 1-1
กลับลงมาในครึ่งหลังได้เพียง 7 นาที นิวคาสเซิล เป็นฝ่ายพลิกนำ 2-1 จาก เดเมี่ยน ดัฟฟ์ คนเดิมที่วันนี้เล่นได้เด่น รับบอลมาจาก กัธรี่ ตัวสำรองก่อนจะแหย่เท้าจิ้มบอลผ่านมือนายประตูเจ้าถิ่นเข้าไป
ยังไม่ทันที่ ฮาร์ทลี่พูล จะได้ตั้งตัว นาทีเดียวถัดมา ลูกทีมของ คิงเคฟ ก็หนีห่างไปเป็น 3-1 คราวนี้เป็นผลงานของ แดนนี่ กัธรี่ ที่ทำประตูแรกในการลงเล่นให้ต้นสังกัดใหม่ หลังจากที่อดีตเด็กเก่าลิเวอร์พูล ยิงบอลเรียดจากด้านข้างไปแฉลบ ลี-บาร์เน็ตต์
แม้ นิวคาสเซิล จะมีประตูที่เหนือกว่า แต่ก็ยังไม่เพลาการบุก และเดินหน้าต่อไป นาที 64 อาร์เรน ลี-บาร์เน็ตต์ ต้องมาออกแรงปัดลูกโขกของ โชล่า อเมโอบี้ ออกไปได้
นาที 78 เดเมี่ยน ดัฟฟ์ ซึ่งโชว์ได้อย่างเด่นในคืนนี้ มาโชว์ทักษะหลอกแนวรับจากทางซ้าย ก่อนจะเปิดมาให้ อลัน สมิธ แต่อดีตเด็กลีดส์เข้าชาร์จไม่ถึง
และแล้วก่อนหมดเวลา 3 นาที เดเมี่ยน ดัฟฟ์ ก็มาใส่ชื่อทำแฮตทริก ทำประตูปิดกล่องให้ เมื่อปั่นด้วยซ้ายเท้าถนัดในระยะ 6 หลา เข้าไปแบบไร้ที่ติ จบ 90 นาที นิวคาสเซิล ถล่ม ฮาร์ทลีพูล ไป 4-1
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
ฮาร์ทลีพูล : อาร์เรน ลี-บาร์เน็ตต์,เจมี่ แม็คคันนี่,ริตชี่ ฮัมฟรีย์ส,แอนโทนี่ สวีนี่ย์,เบน คล้าร์ก,แซม คอลลินส์,แกรี่ ลิดเดิ้ล,ริชชี่ โจนส์,เจมส์ บราวน์,โจเอล พอร์เตอร์,แม็ตตี้ ร็อบสัน
นิวคาสเซิล : เชย์ กิ๊ฟเว่น,เดวิด เอ็ดการ์,โจเซ่ เอ็นริเก้,สตีเฟ่น เทย์เลอร์,เคลาดิโอ กาซาป้า,เดเมี่ยน ดัฟฟ์,เจมส์ มิลเนอร์,นิกกี้ บัตต์,ชาร์ลส์ เอ็นซ็อกเบีย,โอบาเฟมี่ มาร์ตินส์,อลัน สมิธ
ผู้ตัดสิน : เกรแฮม ลอว์ส
 
เคมบริดจ์ 4-2 เอฟเวอร์ตัน
สนาม : แอบบี้ สเตเดี้ยม
ประตู: 1-0 แอนดริว พาร์กินสัน น.2,1-1 ลูคัส ยุตเคียวิชซ์ น.20,1-2 ลูคัส ยุตเคียวิชซ์ น.30 ,2-2แอนดี้ พาร์กินสัน น.65,3-2 ร็อบบี้ วิลล์ม็อตต์ น.76,4-2 มาร์ค บีสลี่ย์ น.82
"ทอฟฟี่บลูส์"เอฟเวอร์ตัน ฟอร์มอุ่นเครื่องยังไม่เป็นไปอย่างที่หวังโดยนัดล่าสุด บุกไปโดน เคมบริดจ์ ทีมอ่อนชั้นกว่าเผาเครื่องไป 4-2 แม้ ลูคัส ยุตเคียวิชซ์ จะยิงได้ถึง 2 ตุงก็ตาม
เดวิด มอยส์ เกมนี้ส่ง แอนดี้ จอห์นสัน กลับมาออกสตาร์ตคู่กับ ลูคัส ยุตเคียวิชซ์ หลังจากในการทัวร์สวิตเซอร์แลนด์ ดาวยิงหัวสะท้อนแสง ได้รับบาดเจ็บที่น่อง ด้าน มิเกล อาร์เตต้า ฟิตเป็นแค่สำรองเท่านั้น ส่วนแนวรับใช้ตัวหลักๆอย่าง โจเลียน เลสค็อตต์,ฟิล จาเกียลก้า และ นูโน่ วาเลนเต้ โดยมีดาวรุ่ง อูนาน โอเคน, เออร์ไวน์,แจ็ค ร็อดเวลล์ ร่วมผสมโรงได้พิสูจน์ฝีมือ
เปิดเกมเพียงแค่ 2 นาทีเท่านั้น เคมบริดจ์ ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 อย่างรวดเร็วจาก แอนดริว พาร์กินสัน ที่กดเต็มเท้าผ่านมือ จอห์น รัดดี้ ที่พุ่งไม่ทันเข้าไป
ต้องรอถึง 18 นาที กว่าที่ทีมจาก เมอร์ซี่ไซด์ จะตามตีเสมอเป็น 1-1 จากผลงานของ ลูคัส ยุตเคียวิชซ์ ดาวรุ่งทีมชาติโปแลนด์ชุดยู-21 ที่โชว์ความแข็งแกร่งเยือกเย็นฝ่าแนวรับ เคมบริดจ์ และส่งบอลผ่าน แดนนี่ พ็อตเตอร์ ตุงตาข่าย
หลังเอฟเวอร์ตัน กลับมาสู่เกมได้ ก็มีโอกาสมากกว่า และก็น่าจะขึ้นนำในอีกไม่กี่นาทีต่อมาจาก แอนดริว จอห์นสัน แต่ทว่า เวย์น แฮตส์เวลล์ ตามไปเซฟออกมาจากเส้นเอาไว้ได้อย่างหวุดหวิด
แต่แล้วเดินทางมาถึงครึ่งชั่วโมง อาคันตุกะจากลีกสูงสุด ก็พลิกขึ้นนำ 2-1 จาก ยุตเคียวิชซ์ คนเดิมที่ไร้ตัวประกบ และรับบอลจากจังหวะที่ นูโน่ วาเลนเต้ ผ่านมาให้ทางซ้ายก่อนจะโขก ไม่เหลือ
ถัดจากนั้น แจ็ค ร็อดเวลล์ เกือบมาทำประตูที่ 3 จากลูกที่ ฟิล เนวิลล์ เปิดมาให้ แต่มิดฟิลด์ดาวรุ่งโหม่งไปถูก แดนนี่ พ็อตเตอร์ เซฟเอาไว้ได้ ช่วงเวลาที่เหลือทั้งคู่ไม่มีจังหวะตื่นเต้นเพิ่ม จบ 45 นาทีแรก เอฟเวอร์ตัน นำ 2-1
หลังพักให้น้ำให้ท่ากลับมาในครึ่งหลัง เคมบริดจ์ แก้เกมมาดี และแนวรับไม่พลาดเหมือนในครึ่งแรก ก่อนที่นาที 65 จะมาตีเจ๊าเป็น 2-2 จาก แอนดี้ พาร์กินสัน ที่โชว์ทักษะกระดกบอลข้ามตัวนายทวารทอฟฟี่ ที่ออกมาเสียท่า
เมื่อเกมกลับมาเสมอกลายเป็นเจ้าบ้านที่เล่นดีกว่า และอีก 10 นาทีต่อมา ร็อบบี้ วิลล์ม็อตต์ ก็มาใช้ความนิ่งเข้าฉวยโอกาสจากจังหวะที่บอลไปโดนตัว จอห์น รัดดี้ และขโมยยิงเข้าไป เคมบริดจ์ นำ 3-2
แม้ เดวิด มอยส์ จะส่ง มิเกล อาร์เตต้า ลงมาช่วยพร้อมเรียกความฟิต แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ และก่อนหมดเวลา 8 นาที มาร์ค บีสลี่ย์ มาใส่ชื่อยิงประตูย้ำชัยให้เจ้าถิ่น ด้วยการวอลเลย์ เข้าไป จบเกม เคมบริดจ์ พลิกล็อกเอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ไป 4-2
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
เคมบริดจ์ : แดนนี้ พ็อตเตอร์,แดน กลีสัน,จอช คูลสัน,เวย์น แฮตส์เวลล์,แอนโธนี่ ทอนกิ้น,แอนดริว พาร์กินสัน,พอล คาร์เด้น,มาร์ค คอนเวรี่,คอร์ทนี่ย์ พิตต์,ลี แม็คอีลลี่ย์,มาร์ค บีสลี่ย์
เอฟเวอร์ตัน : จอห์น รัดดี้,จอห์น เออร์ไวน์,ฟิล จาเกียลก้า,โจเลี่ยน เลสค็อตต์,นูโน่ วาเลนเต้,แอนดี้ ฟาน เดอร์ เมย์เด้,แจ็ค ร็อดเวลล์,ฟิล เนวิลล์,อูนาน โอเคน,แอนดริว จอห์นสัน,ลูคัส ยุตเคียวิชซ์
ผู้ตัดสิน : ไมค์ ธอร์ป
 
ออสเทนเด้ 1-1 ฮัลล์
สนาม : อัลเบิร์ตปาร์ค สเตเดี้ยม
ประตู : 0-1 โจวานนี่ น.14,1-1 ธอร์ ลาเลแมน น.61
"ตราเสือดาว"ฮัลล์ น้องใหม่ในศึกพรีเมียร์ชิพทำได้แค่เพียงบุกไปเสมอ ออสเทนเด้ ทีมในลีก ดิวิชั่น 2 ของ เบลเยี่ยม 1-1 เท่านั้น
ฟิล บราวน์ เกมนี้ลองเชิงผู้เล่น 11 คนแรก ด้วยการส่งบรรดาผู้เล่นที่ฝ่าฝันขึ้นมาจาก เดอะ แชมเปี้ยนชิพ มีเพียง โจวานนี่ ซึ่งได้ฟรีมาจาก แมนฯ ซิตี้ คนเดียวเท่านั้นที่สอดแทรกเข้ามา ส่วนตัวใหม่ซึ่งเซ็นสบทบมาเมื่อกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาอย่าง แบร์กนาร์ แมนดี้ และ จอร์จ บัวเต็ง เป็นแค่สำรองเท่านั้น
และเพียง 14 นาที ฮัลล์ ก็บุกมาได้ประตูนำไปก่อน 1-0 จากจังหวะที่ ไรอัน ฟรานซ์ ผ่านไปให้ โจวานนี่ จบจังหวะสุดท้ายผ่านมือ ฟาน ไรซ์เคเก้ม เข้าไป อีก 3 นาทีต่อมา ทีมเยือนเกือบหนีไปเป็น 2-0 แต่ทว่าลูกยิงของ ซาเล็บ โฟลัน ยังไม่เข้าเป้า
ผ่านครึ่งชั่วโมง ฟาเก้น ได้ผ่านบอลจากทางขวาหวังให้ โฟลัน และ บาร์มบี้ แต่ยังไม่ติดแผงแบ๊กโฟร์ของ ออสเทนเด้ เคลียร์ทิ้งออกไปได้
ก่อนจบครึ่งแรก 3 นาที มูคูลู เกือบทำให้ ออสเทนเด้ ตีเสมอ แต่ทว่าลูกยิงจากด้านข้าง ยังเป็น เซย่าส์ ที่เซฟเอาไว้ได้ หมดเวลา ฮัลล์ นำอยู่ 1-0
กลับมาครึ่งหลัง ฮัลล์ เปลี่ยนทีมถึง 10 คนด้วยกัน มีเพียง นาธาน ดอยล์ มิดฟิลด์ที่ไม่ถูกถอดออก
นาที 58 แอนนี่ส์ หัวหอกของทีมจากเบลเยี่ยม ได้ยิงเน้นๆ แต่ลูกยังไม่ดีพอหลุดกรอบไปแบบน่าเข้าอย่างแรง
ถัดจากนั้นอีก 3 นาที ความพยายามในการตีเสมอของ ออสเทนเด้ ก็มาสัมฤทธิ์ผลจากจังหวะขึ้นเกมอย่างสวยงาม และเป็น ธอร์ ลาเลแมน ที่ตัดสินใจซัดเต็มข้อบอลพุ่งผ่าน โบซ มาย์ฮิลล์ ตุงตาข่าย
ช่วง 10 นาทีสุดท้ายเจ้าบ้านโหมอย่างหนักเพื่อหวังยิงประตูกลับมาชนะ แต่ทั้ง ลาเลแมน และ มูคูลู ก็ทำได้แค่หวาดเสียวเท่านั้น จบเกมเสมอกันไป 1-1
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
ออสเทนเด้
ครึ่งแรก : ฟาน ไรซ์เคเก้ม,ดินเดลุกซ์,เลียอาร์ด,เบาเปรซ,กรานดิสสัน,ฟานเดนเดรสส์ซี่,ซูคาต,เป็กเกอซ์,มูคูลู, เอ็นเซียบัมฟูมู, แอนนี่ส์ (เดเคย์เซอร์ น.67)
ครึ่งหลัง :ฟาน ไรซ์เคเก้ม,กูเดวิลลี่,ลาเลแมน,โอลิเวียร่า,มูคูลู,เป็กเกอซ์,ดินเดลุกซ์,เลียอาร์ด,ฟานเดนเดรสส์ซี่,ซูคาต,แอนนี่ส์
ฮัลล์
ครึ่งแรก : เซยาส์,ดอยล์,แอชบี้,เทอร์เนอร์,ฟาแกน,บาร์มบี้,โจวานนี่,ฟรานซ์,โฟลัน,มาร์นี่ย์,คูเปอร์
ครึ่งหลัง : มาย์ฮิลล์,ดอยล์ (บริดจ์ น.71),วินดาสส์,ฮิวจ์ส,การ์เซีย,บราวน์,เวลช์,ฟีเธอร์สโตน,เมนดี้,บัวเต็ง,พลัมเมอร์
 
ชาลเก้ 1-0 เรนเจอร์ส
สนาม : เฟลตินส์ อารีน่า
ประตู : 1-0 มลาเดน เคิร์ซตายิช น.30
มลาเดน เคิร์ซตายิช สวมบทบาทเป็นซูเปอร์ฮีโร่ให้กับทีม "ราชันสีน้ำเงิน" ชาลเก้ ด้วยการกะซวกประตูชัยให้ทีมเฉือนชนะกลาสโกว์ เรนเจอร์สไปแบบสุดหวิว 1-0
สตาร์ตเกม เป็นทางฝั่งชาลเก้ที่เปิดฉากลุยแหลกก่อน แต่ก็ยังไม่ผ่านด่านอรหันต์ของปราการหลังของกลาสโกว์ เรนเจอร์ส
บุกไปบุกมา ฝั่งชาลเก้ยังทะลวงไม่เข้าจึงต้องหันมาลองยิงไกล นาที 24 ฟาเบียน แอร์นสต์ มิดฟิลด์ตัวเก๋าเลือดเยอรมัน สับไกเต็มแข้งนอกเขตโทษ ทว่าไม่ผ่านมือของอเล็กซานเดอร์ 5 นาทีต่อมา ชาลเก้เจาะตรงช่องปาปัชและเวียร์ แต่ทว่า สไตรต์ ก็ยังซัดไม่ผ่านมืออเล็กซานเดอร์
พอถึงนาที 30 ชาลเก้กะซวกประตูขึ้นนำได้สำเร็จ จากจังหวะที่เจฟเฟอร์สัน ฟาร์ฟานบอมบ์ลูกเตะมุมให้ มลาเดน เคิร์ซตายิช ปราการหลังเลือดเซิร์บขึ้นมาโขกเหน่งๆ เข้าไปตุงตาข่าย ชาลเก้นำ 1-0
ชาลเก้ได้โอกาสทองอีกครั้ง เมื่อพานเดอร์ปั่นฟรีคิกหน้าเขตโทษ ในนาทีที่ 34 ทว่าบอลข้ามคานไปนิดเดียวเท่านั้น
จบครึ่งแรก เจ้าถิ่นยังนำอยู่ 1-0
กลับมาเล่นในครึ่งหลัง ชาลเก้ ยังคงเดินเครื่องลุยต่อ จนกระทั่งนาที 50 เอ็นเกลาร์ กองกลางตัวใหม่ลองยิงบ้าง แต่ก็ยังไม่ผ่านมืออเล็กซานเดอร์
เกมของเรนเจอร์สยังคงไม่ดีขึ้นเมื่อโดนราชันสีน้ำเงินบุกใส่ต่อ โคเบียชวิลี่สบโอกาสยิง 25 หลาเต็มๆเท้า แต่บอลพุ่งถากเสาไปนิดเดียวเท่านั้น ในนาทีที่ 59
ท้ายเกม ทั้งสองทีมเปลี่ยนผู้เล่นสำรองลงมายืดเส้นยืดสาย แต่ก็ไม่มีฝ่ายไหนพังประตูกันได้เพิ่ม จบเกม ชาลเก้ชนะ 1-0
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
ชาลเก้ : มาธีอัส โชเบอร์,ราฟินญ่า,มลาเดน เคิร์ซตายิช,มาร์เซโล่ บอร์ดอน,คริสเตียน พานเดอร์,เจอร์เมน โจนส์,ฟาเบียน แอร์นสต์,เลวาน โคเบียชวิลี่,อัลแบร์ต สไตรต์,เกรัลด์ อซาโมอาห์,เจฟเฟอร์สัน ฟาร์ฟาน
เรนเจอร์ส : นีล อเล็กซานเดอร์,สตีเฟ่น วิทเทเกอร์,คริส บอร์ดฟุต,เดวิด เวียร์,ซาซ่า ปาปัช,นาโช่ โนโว่,คริสเตียน เดลลี่,เควิน ธอมสัน,ลี แม็คคัลลอช,ฌอง โคล้ด ดาร์กเชวิลล์,เคนนี่ มิลเลอร์
 
นอร์ดลินเก้น 0-8 บาเยิร์น
ประตู : 0-1 ฟาน บอมเมล ,2-0 เอ็นเวนย่า,3-0 อ็อตเติล,4-0 ยิลมาซ,5-0 ยิลมาซ,6-0 เดมิเคลิส,7-0 เอ็นเวนย่า,8-0 ยิลมาซ
บาเยิร์น มิวนิค ยังโชว์ฟอร์มดุเหลือเกินล่าสุดเปิดฉากยำใหญ่ นอร์ดลินเก้น แบบไม่ไว้หน้า 8-0
ครึ่งแรก "เสือใต้" ดีกว่าทำประตูขึ้นนำห่างถึง 3-0 จากการยิงของ มาร์ก ฟาน บอมเมล,เอ็นเวนย่า และ อันเดรส อ็อตเติล
ครึ่งหลังเกมตกอยู่ในคอนโทรลของดับเบิลแชมป์ก่อนได้เพิ่มอีก 5 ประตูไล่เรียงกันไปจากยิลมาซ 2 ประตู , เดมิเคลิส,เอ็นเวนย่า และจบด้วยแฮทริคของ ยิลมาซ ตามลำดับ จบเกม "เสือใต้" ถล่ม 8-0
รายชื่อผู้เล่น
บาเยิร์น : เรนซิ่ง-ลูซิโอ,ฟาน บุยเต็ฯ,เดมิเคลิส-ซาญอล,ฟาน บอมเมล(เอคิชี่ น.75),อ็อตเติล,เลลล์-มุลเลอร์(ยิลมาซ น.30),เอ็นเวนย่า,ครอส
 
โคโลญจน์ 4-1 เวสต์บรอมวิช
ประตู : 1-0 วูซิเซวิช น.1,2-0 โนวาโควิช น.25,3-0 เบ็ดนาร์ (ทำเข้าประตูตัวเอง) น.27,4-0 เอห์เร็ต น.38,4-1 บีทตี้ น.76
"แพะผยอง" โคโลญจน์ น้องใหม่บุนเดสลีกาโชว์ฟอร์มดุไล่ถล่ม เวสต์บรอมวิช สมาชิกป้ายแดงจากพรีเมียร์ชิพ อังกฤษไปแบบบอลคนละชั้น 4-1
เปิดฉากครึ่งแรก โคโลญจน์ อาศัยความผิดพลาดของ พอล โรบินสัน สกัดบอลจากลูกเปิดของ โมฮาหมัด พลาดไปเข้าทางปืน วูซิเซวิช ยิงสวนตูมผ่านมือผู้รักษาประตูเข้าไป "แพะผยอง" นำเร็ว 1-0
พอเสียประตู เวสต์บรอม บุกหนักหวังทวงคืนนาที 11เกือบตีเสมอได้จากการยิงของ อิสมาเอล มิลเลอร์ กดเรียดด้วยเท้าขวาแต่ไปตรงตัว มอนดรากอน นายทวารทีมแพะ
นาที 25 โคโลญจน์ หนีไปเป็น 2-0 เอห์เร็ต ทิ้งบอมบ์ให้ โนวาโควิช เบียดแย่งกองหลังโหม่งตุงตาข่าย
อีก 2 นาทีถัดมา เวสต์บรอมยิ่งเล่นก็ยิ่งเละโดนเม็ดที่สามจากจังหวะการเติมของ เบรสโก้ ผ่านไปหน้ากรอบเขตโทษ เบ็ดนาร์ พยายามสกัดแต่ดันผิดเหลี่ยมกลายเป็นเข้าประตูตัวเอง "แพะผยอง" ขโยกหนี 3-0
โคโลญจน์ กลายเป็นบอลได้ใจและพังประตูที่สี่ในนาที 38 เบรสโก้ เติมเกมรุกทางซ้ายก่อนผ่นรให้ เอห์เร็ต กดเรียดระยะ 15 หลาตุงตาข่าย จบครึ่งแรก โคโลญจน์ ทิ้งห่าง 4-0
ครึ่งหลัง เวสต์บรอมวิช กู้หน้าตีไข่แตกไล่มา 1-4 ในนาที 76 วอร์รัลล์ ผ่านมาให้ บีทตี้ ซัดเข้าไป
พอได้ประตู น้องใหม่พรีเมียร์ชิพมีกำลังใจขึ้นเยอะและน่าจะได้ประตูที่สองจากการวอลเลย์จของ ดอร์รัน แต่ทว่าไม่ผ่านมือนายทวารแพะผยอง จบเกม โคโลญจน์ ถล่ม 4-1
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
โคโลญจน์ : มอนดรากอน-เบรสโก้,โมฮาหมัด,อูมิต โอซาท,วูซฺเซวิช,โบรอิช,โนวาโควิช,เปซโซนี่,อันทาร์,เกโรเมล,เอห์เร็ต
เวสต์บรอมวิช : ดาเน็ค(ดาเนี่ยล)-โคฟเคนส์(ฮอดจ์กิสส์ น.64),บาร์เน็ตต์,เคลม็องต์(เปเล่ น.46),โรบินสัน(ทินินโญ่ น.64)-มอร์ริสัน(สลุสซาร์สกี้ น.64),กรีนนิ่ง(วอร์รัลล์ น.46),คิม(แม็คโดนัลด์ น.75)-มัวร์(บรันท์ น.46),เบ็ดนาร์(บีทตี้ น.46),มิลเลอร์(ดอร์รันส์ น.46)
 
ดินาโม มินส์ค 2-2 เลเวอร์คูเซ่น
ประตู : 1-0 โรเบิร์ต รัค น.8,1-1 มานูเอล ฟรีดริช น.62,2-1 เซอร์เก คิสล์ยัค น.81,2-2 ซาสช่า ดุม น.82
ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์คิกออฟ ฉบับที่ 3286
 
 

Back to the top