| |

อัพเดท
13 กรกฏาคม 2551
ผี2-0ปรีซีซั่นคาร์ริค,หมูพลิ้วแบ่งซัด
หงส์ 1-0ราฟาชงเดเก้นทอฟฟี่,สิงห์ผยองเจ๊ง
ผลฟุตบอลอุ่นเครื่องปรีซีซั่น
วันเสาร์ที่ 12 กรกฏาคม 2551

อเบอร์ดีน 0-2 แมนฯยูไนเต็ด
สนาม : พิตตอดรี้ สเตเดียม
ประตู : 0-1 ไมเคิล คาร์ริก(จุดโทษ)
น.44,0-2 เวย์น รูนีย์ น.69
ผู้ชม : 22,199 คน
ศึกนัดกระชับมิตรระหว่างอเบอร์ดีน
กับแมนฯยูไนเต็ด เป็นทางแชมป์ยุโรปที่ใช้ความเก๋าของตัวผู้เล่นไล่บดไปแบบสบายๆ
2-0
เกมนี้เป็นการฉลองการคว้าแชมป์คัพวินเนอร์สคัพ
ครบรอบ 25 ปีของสโมสรอเบอร์ดีน ที่โค่นเรอัล มาดริดได้ในโกเตนเบิร์ก เมื่อปี
1983 ซึ่งในขณะนั้นเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน เป็นผู้จัดการทีมของอเบอร์ดีนด้วย
จึงเชิญทีมแชมป์ยุโรปปีล่าสุดเข้ามาเป็นคู่แข่งขันในเกมนัดสำคัญนี้
เจ้าถิ่นสนามมาด้วยชุดแดงตัวเก่ง
ขณะนี้เรด เดวิลส์เกมนี้ประเดิมชุดเยือนประจำซีซันใหม่ โดยเสื้อสีขาวและกางเกงสีน้ำเงินเข้ม
ซึ่งนับว่าดูดีใช้ได้ทีเดียว
เปิดฉากมาได้แค่สิบนาที เวย์น รูนีย์ก็น่าจะทำแฮตทริกได้แล้วด้วยซ้ำ
เมื่อมีโอกาสถึงสามครั้งจะจะ แต่ก็พลาดไปซะหมด โดยมีหนึ่งครั้งที่ได้ดวลเดี่ยวกับเจมี่
แลงฟิลด์ นายทวารอเบอร์ดีนด้วย แต่จังหวะที่เจ้าตัวพยายามล็อกหลบดันไปติดมือแค่นิดเดียวเท่านั้น
อเบอร์ดีนนั้นไม่ค่อยมีโอกาสเท่าไหร่
แต่พอมีหนึ่งครั้งก็มีลุ้นมากๆ เมื่อดาร์เรน แมคกี ยิงผ่านตัวอามอสไปแล้ว
แต่ทว่าผู้กำกับเส้นยกธงล้ำหน้าไปก่อนแล้ว
หลังจากแมนฯยูไนเต็ดนวดอยู่นาน
ในที่สุดอเบอร์ดีนก็ไม่รอดจนได้ในนาทีที่ 44 เมื่อรูนีย์ได้จังหวะหลุดเดี่ยวอีกครั้ง
คราวนี้แลงฟิลด์ดันพุ่งไปรวบโดนขาเต็มๆ และเป็นจุดโทษทันที ซึ่งไมเคิล
คาร์ริกก็ไม่มีพลาดยิงเรียดเสียบมุมขวาล่างเข้าไป ส่งผีแดงนำ 1-0
เข้าสู่ครึ่งหลังคริส อีเกิลส์น่าจะบวกสกอร์เป็นสองเม็ดให้แมนฯยูไนเต็ดแบบสุดๆ
เมื่อได้จังหวะฮาล์ฟวอลเลย์จากนอกเขตโทษ ลูกพุ่งวาบเป็นลูกปืนไรเฟิล แฉลบคานแบบสุดเสียว
ก่อนออกหลังไปนิดเดียว
แต่ในนาทีที่ 69 ปิศาจแดงก็ได้ประตูนำเป็น
2-0 เมื่อดาร์เรน เฟล็ตเชอร์ครอสบอลสุดคมจากด้านขวา เวย์น รูนีย์หาจังหวะทะยานโขกเต็มๆ
เสียบเสาไปอย่างเด็ดขาด และอีก 4 นาทีต่อมาเจ้าตัวก็โดนถอดเปลี่ยนตัวออกจากสนามไปเลย
ซึ่งรูนีย์ก็ได้รับการสแตนดิ้ง โอเวชั่น จากแฟนๆเจ้าถิ่นด้วย
ช่วงเวลาที่เหลือยังเป็นแมนฯยูไนเต็ดที่ครองเกมได้เหนือกว่ามาก
ถึงแม้จะมีแต่ผู้เล่นดาวรุ่งในทีมแล้วก็ตาม แต่ก็ทำอะไรอเบอร์ดีนที่เน้นเกมรับมากขึ้นไม่ได้
จึงจบเกมไปด้วยสกอร์ 2-0
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
อเบอร์ดีน
: เจมี่ แลงฟิลด์,อเล็กซานเดอร์ ไดอามอนด์,สกอตต์ เซเวริน,ลี ไมร์,แอนดี้
คอนซิดีน,แกรี่ แมคโดนัลด์,เจมี่ สมิธ มาร์ก เคอร์,เจฟฟรีย์ เด วิสเชอร์,ลี
มิลเลอร์,ดาร์เรน แมคกี
แมนฯยูไนเต็ด : เบน อามอส(แกรี่
วูดส์ น.73),แกรี่ เนวิลล์(แดนนี่ ซิมป์สัน น.46),เนมันย่า วิดิช(จอห์น
โอเช น.46),เวส บราวน์(จอนนี่ อีแวนส์ น.61),มิกาเอล ซิลแวสตร์,ดาร์เรน
เฟล็ตเชอร์,ไมเคิล คาร์ริก,พอล สโคลส์(ดาร์รอน กิ๊บสัน น.61),ลี มาร์ติน(คริส
อีเกิลส์ น.46),ไรอัน กิ๊กส์(เฟรเซียร์ แคมป์เบลล์ น.61),เวย์น รูนีย์(แซม
ฮูว์สัน น.73)
ผู้ตัดสิน : คาลัม เมอร์เรย์
เฟอร์กี้ไม่ซีเรียสผีไม่เข้าฝัก
เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้จัดการทีมของแมนฯยูไนเต็ด
ไม่ได้กังวลอะไรมากนัก ถึงแม้ผีแดงจะเบียดชนะอเบอร์ดีนไปแบบไม่เยอะแค่
2-0 ก็ตาม
ในเกมนัดนี้แมนฯยูไนเต็ดมีโอกาสมากมายเป็นสิบๆครั้ง
แต่ทว่าทำได้แค่ 2 ลูกเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามเฟอร์กี้ ยังไม่ได้กังวลใจอะไรมาก
เพราะเป็นการแข่งนัดแรกในช่วงปรีซีซันเท่านั้น
"พวกเด็กๆทำได้โอเคแล้วนะ ผมพอใจแล้วล่ะ
คือไม่ได้คาดหวังว่าจะให้ยิงถล่มทลายอะไรอยู่แล้ว" เฟอร์กี้รับ "เราต้องเข้าใจว่านี่คือนัดแรกในช่วงปรีซีซันเท่านั้น
ยังมีอะไรหลายๆอย่างที่ต้องปรับจูน"
"อย่างน้อยเราก็ชนะ และครองเกมได้ดีกว่า
ทั้งๆที่หลายคนไม่ได้ลงเล่นในเกมทางการมาหลายเดือนแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีนะ"
"สิ่งสำคัญที่สุดที่ผมมองไว้คือเรื่องความฟิตมากกว่า
เกมปรีซีซันสิ่งสำคัญคือเรียกสภาพร่างกายของนักเตะให้กลับมาเข้าที่อีกครั้ง
ส่วนเรื่องผลการแข่งขันเป็นเรื่องรองอยู่แล้ว"
รับขนลุกเสมอเวลาเยือนอเบอร์ดีน
นอกจากนี้ป๋าอเล็กซ์ยังออกมาเปิดเผยด้วยว่า
รู้สึกทั้งขนลุกและโหยหาถึงอดีตทุกครั้งที่ได้กลับมายังถิ่นพิตตอดรี้ ที่เจ้าตัวเคยเป็นผู้จัดการมานานถึง
8 ปีด้วย
"เป็นความรู้สึกที่สุดยอดมากๆ ทุกครั้งที่ได้มาที่นี่นะ
มันทำให้ผมย้อนไปนึกถึงวันเก่าๆ" เฟอร์กี้เผย "จริงๆแล้วผมลืมความรู้สึกแบบนี้ไปนานมาก
แต่พอมาเหยียบสนามเรื่องราวดีๆมันก็ไหลผ่านเข้ามาทุกครั้งเลย รวมทั้งเรื่องที่โกเตนเบิร์กด้วย"
"ในวันครบรอบ 25 ปีที่คว้าแชมป์คัพวินเนอร์สคัพได้
เป็นเรื่องในความทรงจำของแฟนบอลอเบอร์ดีนทุกคนเลยนะ รวมทั้งของผมด้วยที่มีส่วนร่วมในช่วงเวลานั้นเหมือนกัน"
"ต่อจากนี้ไปผมก็ขออวยพรให้อเบอร์ดีนประสบความสำเร็จในทุกรายการที่แข่งขัน
ในซีซันนี้ก็แล้วกัน"
โดยในปี 1983 อเบอร์ดีนเอาชนะเรอัล
มาดริดได้ 2-1 ในวันที่ 11 พฤษภาคม ที่โกเตนเบิร์ก ประเทศสวีเดนคว้าแชมป์คัพวินเนอร์สคัพไป
ทรานเมียร์
0-1 ลิเวอร์พูล
สนาม : เพรนตัน ปาร์ค
ประตู : 0-1 ยอสซี่ เบนายูน
น.43
"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล ถึงจะยังขาดสตาร์ที่ไปรับใช้ทีมชาติในยูโร
2008 แต่ก็ยังประเดิมชัยชนะนัดแรกเหนือทีมร่วมเมือง ทรานเมียร์ โรเวอร์ส
ได้ในเกมปรีซีซั่นได้จากประตูโทนของยอสซี่ เบนายูน
ในนัดนี้ราฟาเอล เบนิเตซ จัดทีมชุดผสมระหว่างทีมชุดใหญ่กับกลุ่มดาวรุ่งของสโมสร
และยังได้ตัวหลักอย่างดาเนี่ยล แอกเกอร์ ฟิตลงสนามได้เป็นนัดแรกในรอบ 9
เดือนด้วย
แต่จุดที่โดนจับผิดกันในเกมนี้คือการขาดชื่อของสกอตต์
คาร์สัน และสตีฟ ฟินแนน สองผู้เล่นที่มีข่าวว่าจะโดนจับขายเพื่อย้ายทีม
โดยเฉพาะแบ็กไอริชที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการเจรจาซื้อตัวแกเร็ธ แบร์รี่ มาจากแอสตัน
วิลล่า ที่มีการโหมกระแสว่าทุกอย่างน่าจะเรียบร้อยภายใน 72 ชั่วโมง
เริ่มต้นเกมมาลิเวอร์พูลก็เป็นฝ่ายที่ทำได้เหนือกว่าตามความคาดหมาย
ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการต่อบอล ผ่านบอล หรือการเคลื่อนที่ของผู้เล่นที่เหนือชั้นกว่า
ดาวเด่นในช่วงแรกของเกมเป็นดาเนี่ยล
ปาเชโก้ ศูนย์หน้าดาวรุ่งชาวสเปนที่จี๊ดจ๊าดไม่เบา แต่ฝ่ายเจ้าถิ่นก็ซัดตรงกรอบได้ก่อนจากโอกาสของกรีนเอเคอร์
ที่ซัดไปให้เดวิด มาร์ติน นายทวารดาวรุ่งต้องออกแรงเซฟจากระยะ 8 หลา
แต่ลิเวอร์พูลก็ตอบโต้มาด้วยจังหวะของเบนายูน
กับปาเชโก้ที่ทำได้ใกล้เคียง แต่ก็แค่ใกล้เคียงเท่านั้นยังไม่กดดันแดนนี
คอยน์ นายทวารเจ้าถิ่นแต่อย่างใด จนกระทั่งลูกยิงของเจอร์เมน เพนแนนท์
ที่ซัดไปชนคานก็นำทางไปสู่ประตูโทนของเกมนี้
ก่อนหมดครึ่งแรก 2 นาที เบนายูนสายตาไวเห็นว่าคอยน์เปิดมุมไว้
จึงซัดจากระยะ 20 หลาเข้าประตูไปแบบสุดเหนือชั้น กลายเป็นประตูขึ้นนำ 1-0
ของลิเวอร์พูล
ทว่าหลังจากนั้นไม่กี่นาที ทรานเมียร์ก็เกือบตีเสมอได้
เมื่อเทย์เลอร์ ซัดฟรีคิกจากระยะ 25 หลาไปชนเสาเข้าอย่างจัง สุดท้ายจึงเป็นฝ่ายลิเวอร์พูลที่ขึ้นนำอยู่เมื่อจบครึ่งทางของเกม
ครึ่งหลัง ราฟา เบนิเตซเปลี่ยนผู้เล่น
7 ตำแหน่ง โดยส่งฟิลิปป์ เดเก้น แบ็กขวาตัวใหม่ และดีเอโก้ คาวาเลียรี่
นายทวารชาวแซมบ้าที่เพิ่งจะคว้าตัวมาสดๆร้อนๆลงสนามด้วย ก่อนที่สตีเฟ่น
เจอร์ราร์ด จะทยอยลงตามกันมาในระหว่างครึ่งหลัง
แต่เกมในช่วง 45 นาทีหลังนี้เป็นเกมจืดชืดธรรมดาตามประสานัดอุ่นเครื่องเท่านั้น
แทบไม่มีโอกาสลุ้นทำประตูกันเท่าไหร่ ก่อนที่เกมจะจบลงด้วยชัยชนะของเหล่าหงส์แดง
ที่จะเตรียมตัวบินไปเก็บตัวยังแคมป์ในเมืองอินเทอร์ลาเกน ในสวิตเซอร์แลนด์ต่อในวันพรุ่งนี้ทันที
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
ทรานเมียร์
: คอยน์, เคอร์ติส, เคย์, ชอร์ลี่ย์ (กูดิสัน น.74), เทย์เลอร์, เอ็ดด์ส
(อาเหม็ด น.66), เจนนิ่งส์, โอคัลลาแกน (เฮนรี่ น.84), ชูเคอร์ (ซองโก้
น.55), กรีนเอเคอร์ (เคอร์เรน น.55), มัวร์ (ซาเวจ น.55)
ลิเวอร์พูล : เดวิด มาร์ติน
(ดีเอโก้ คาวาเลียรี่ น.46), สตีเฟ่น ดาร์บี้ (ซามี่ ฮูเปีย น.46), แจ็ค
ฮอบบ์ส (ไรอัน ฟลินน์ น.46), เจมี่ คาร์ราเกอร์ (ฟาบิโอ ออเรลิโอ น.46),
ดาเนี่ยล แอกเกอร์ (สตีเฟ่น เคลลี่ น.77), ลูคัส ไลวา (มาร์ติน สเคอร์เทล
น.46), ดาเมียน เปลซีส์ (สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด น.66), เอมิเลียโน่ อินซัว,
เจอร์เมน เพนแนนท์ (ฟิลิปป์ เดเก้น น.46), ดาเนี่ยล ปาเชโก้ (อังเดร โวโรนิน
น.66), ยอสซี่ เบยายูน (เจย์ สเปียริ่ง น.46)
ผู้ตัดสิน : ไมค์ ดีน
ราฟาพอใจหงส์ประเดิมชัย
ราฟาเอล เบนิเตซ กุนซือสมองกลทีม
"หงส์แดง" ลิเวอร์พูล พอใจกับชัยชนะนัดแรกในเกมปรีซีซั่นเหนือทรานเมียร์
โรเวอร์ส ทีมร่วมเมืองที่มีเรื่องแง่ดีเกิดขึ้นมากมาย
โดยประเด็นหลักที่ราฟาพอใจในเกมนี้คือการกลับมาลงสนามได้อีกครั้งของดาเนี่ยล
แอกเกอร์ กองหลังตัวหลักที่บาดเจ็บเกือบตลอดฤดูกาลที่แล้วและหายหน้าไปกว่า
9 เดือน ที่สามารถเล่นได้ถึง 75 นาทีในเกมนี้
"ผมคิดว่าแอกเกอร์ทำได้โอเคเลย"
"เรื่องหลักสำหรับเราก็คือดูว่าเขาจะเอาชนะอาการบาดเจ็บได้หรือเปล่า
และเขาก็ไม่มีปัญหาอะไร ดังนั้นเขาจะเป็นกำลังเสริมที่สุดยอดของทีม"
"นี่เป็นเกมที่เราต้องการดูว่านักเตะฟิตหรือไม่
เราได้ประตูสุดมหัศจรรย์ และก็เล่นฟุตบอลเกมรุกได้สวยงาม ดังนั้นมันเป็นวันที่วิเศษมาก"
ราฟากล่าว
กุนซือหนวดงามยังกล่าวชมดาวรุ่งอย่างดาเนี่ยล
ปาเชโก้ ที่เล่นได้โดดเด่นด้วยว่า "วันนี้ผมคิดว่าปาเชโก้ เล่นได้ดีมาก
เขามีโอกาส 2-3 ครั้ง และข่มขู่คู่แข่งได้ดี"
"เราได้เห็นแล้วในฤดูกาลที่แล้วว่าเขาเก่งแค่ไหนในทีมสำรอง
และวันนี้ทุกคนก็ได้เห็นพรสวรรค์และฝีเท้าของเขาแล้ว"
ราฟา กล่าวต่อถึงสองแข้งใหม่อย่างฟิลิปป์
เดเก้น และดีเอโก้ คาวาเลียรี่ ที่ลงมาเป็นตัวสำรองในเกมนี้ "คาวาเลียรี่
ไม่ได้ทำอะไรมากนักในเกมนี้ แต่เราก็รู้ว่าเขาจะเป็นผู้รักษาประตูที่ดี
ที่จะแย่งตำแหน่งกับเปเป้ (เรน่า)
"เรายังได้เห็นด้วยว่าเดเก้น สามารถมอบอะไรให้ทีมได้ทางฝั่งขวา
มันเป็นเกมที่เราเก็บเกี่ยวอะไรดีๆได้มาก และนักเตะหลายคนก็พยายามสร้างความประทับใจ"
"ผมคิดว่าเดเก้น มี 4-5 ครั้งที่พยายามเปิดเกมรุกได้ดี
และเขาก็ครอสบอลได้หลายครั้ง ผมคิดว่าเราได้เห็นแล้วนะว่าเขามีศักยภาพลึกๆอยู่แค่ไหน"
เอล บอสทิ้งท้ายเรื่องการล่านักเตะใหม่เข้ามาเสริมทีมหลังจากที่ได้มาแล้ว
3 รายว่า "เราพยายามอย่างหนักในการที่จะดึงตัวผู้เล่นดีๆเข้ามา และผมคิดว่าเราน่าจะมีความคืบหน้ากันในอีกไม่กี่วันหรือไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า"
อัลเดอร์ช็อต
2-2 เชลซี XI
สนาม : อีบีบี สเตเดี้ยม
ประตู : 0-1 มิโรสลาฟ สตอช
น.33,1-1 เคิร์ก ฮัดสัน น.51,2-1 กัล กากูต้า น.83,2-2 มาร์วิน มอร์แกน
น.87
ทีมสำรองของเชลซีอุ่นเครื่องเพื่อเตรียมความพร้อมสู้ศึกในฤดูกาลใหม่
เสมอกับอัลเดอร์ช็อต ไปแบบสุดมัน 2-2
เปิดฉากมาทั้งสองทีมสู้กันอย่างสนุกสูสี
กระทั่งนาที 33 ทีมสำรองของเชลซีขึ้นนำก่อน จากการยิงสุดสวยของมิโรสลาฟ
สตอช ดาวรุ่งเลือดสโลวาเกียที่ยิงผ่านนิกกี้ บูลล์ นายทวารเจ้าถิ่น
อัลเดอร์ช็อตพยายามฮึดสู้แต่ทำอะไรได้ไม่มาก
ทำให้จบครึ่งแรก เชลซี XI ยังนำอยู่ 1-0
อย่างไรก็ตาม เปิดฉากครึ่งได้เพียง
6 นาทีเท่านั้น เจ้าถิ่นได้ประตูตีเสมอ จากเคิร์ก ฮัดสันนักเตะตัวสำรองทีม
จากนั้น อัลเดอร์ช็อตมีโอกาสขึ้นนำ
2-1 เมื่อเบน ฮาร์ดิ้งได้ส่องจุดโทษ หลังจากที่ แดนนี่ ไฮลตันเพื่อนร่วมทีมถูกทำฟาวล์ในเขตโทษ
ทว่าฮาร์ดิ้งกลับซัดหลุดเสาด้านซ้ายออกไปอย่างน่าเสียดาย
เกมยังคงสู้กันอย่างเมามัน กระทั่งนาที
83 กัล กากูต้า เด็กปั้นของเชลซียิงบอลผ่านมือมิกาเอล ไจเมส-รูอิส นายทวารตัวสำรองเสียบสามเหลี่ยมเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยงาม
เชลซีXI นำ 2-1
อย่างไรก็ตาม อัลเดอร์ช็อตสวมวิญญาณหัวใจนักสู้
ไล่ตามตีเสมอได้สำเร็จ ในช่วงเวลาที่ยังเหลืออยู่ 3 นาทีสุดท้าย จากจังหวะที่แดนนี่
ไฮลตันเปิดเตะมุมให้มาร์วิน มอร์แกน เข้าฮอสจ่อๆ ไม่พลาด จบเกม เสมอกัน
2-2
รายชื่อผู้เล่น
อัลเดอร์ช็อต
: นิกกี้ บูลล์(มิกกาเอล ไจเมส-รูอิซ),จัสติน มิลเลอร์(ลี คาโนวิลล์),แอนโธนี่
สตาเกอร์(เบน ฮาร์ดิ้ง),ไรส์ เดย์(ริกกี้ นิวแมน),คริส แบล็คเบิร์น(แอนโธนี่
ชาร์ล),เลา เซาเรส(เคิร์ก ฮัดสัน),เลวิส ชาเมอร์ส,สกอตต์ ดอนเนลลี่,ดีน
โฮเวลล์(เจสัน มิเล็ตติ),จอห์น แกรนต์(แดนนี่ ไฮลตัน),ร็อบ เอลวินส์(มาร์วิน
มอร์แกน)
ซิออน 1-0 เอฟเวอร์ตัน
สนาม : สต๊าด เดอ อ็อกโตดูร์
(มาร์ตินี่)
ประตู : 1-0 ดิดิเยร์ เคร็ตเตแรนด์
น.58
"ทอฟฟี่บลูส์"เอฟเวอร์ตัน ประเดิมเกมปรีซีซั่น
ได้ไม่สวยงามนัก เมื่อบุกไปพ่าย ซิออน อย่างหวุดหวิด 1-0 จากประตูโทนของ
ดิดิเยร์ เคร็ตเตแรนด์
เกมนี้ เดวิด มอยส์ ยังไม่มีชื่อของ
ทิม ฮาวเวิร์ด นายประตูมะกัน ที่อยู่ระหว่างช่วงพักหน้าร้อน ทำให้ เอียน
เทอร์เนอร์ ได้เฝ้าเสาแทน เช่นเดียวกับ โจเซฟ โยโบ และ ยากูบู สองดาวเตะไนจีเรีย
ซึ่งไม่ติดมาในทริปนี้เช่นกัน
เกมนี้ทีมจากเมอร์ซี่ไซด์ มีโอกาสทักทายก่อนในนาที
27 เมื่อ แอนดี้ ฟาน เดอร์ เมย์เด้ ผ่านบอลไปให้ โจเซ่ แบ็คเตอร์ ดาวรุ่งวัย
16 ปี ได้ส่องแต่ดันยิงข้ามคานออกไป
ถัดจากนั้นทั้งสองทีมก็มีจังหวะเพียงเฉี่ยวไปเฉี่ยวมาเท่านั้น
รวมทั้ง ลูคัส ยูตเคียวิชซ์ ก็ยังแผลงฤทธิ์ไม่ได้เท่าที่ควร ทำให้จบครึ่งแรกเกมยังคงติดนิ่งที่
0-0
เริ่มเกมครึ่งหลังทีมจากสวิตเซอร์แลนด์
เพิ่งมีโอกาสครั้งแรกและก็ใกล้เคียงที่สุด แต่ เวอร์กิลี่ เรเซ็ต ก็ยิงไปชนคานเสียงดังสนั่น
เมื่อได้ช่องเจาะอย่างเป็นน้ำเป็นเนื้อ
เจ้าถิ่นพลาดการขึ้นนำอีกครั้ง จากจังหวะที่ โอบินา เอ็นวาเนรี่ ตัวสำรองทีมชาติไนจีเรีย
โขกข้ามคาน
และแล้ว ซิออน ก็มาได้ประตูขึ้นนำเป็น
1-0 จนได้ในนาที 58 เมื่อ ดิดิเยร์ เคร็ตเตแรนด์ ทำชิ่งหนึ่งสองกับเพื่อนร่วมทีมก่อนจะซัดผ่านมือ
เอียน เทอร์เนอร์ ที่หมดสิทธิ์ป้องกัน
เมื่อตกเป็นฝ่ายตามหลัง เอฟเวอร์ตัน
จำเป็นต้องเร่งมากขึ้น และก็น่าจะกลับมาสู่เกม ในนาที 68 แต่ คีแรน เอการ์ด
ทำได้แค่โขกหลุดมุมกว้าง
ช่วงท้ายเกม ทีมเยือน น่าจะได้ประตูตีเสมอถึง
2 ครั้ง แต่ ฟิล เนวิลล์ และ ฟาน เดอร์ เมย์เด้ ก็ทิ้งไปทั้งหมด รวมทั้ง
แจ็ค ร็อดเวลล์ มิดฟิลด์อนาคตไกล เอาชนะกับดักล้ำหน้าไม่ได้ด้วย หมดเวลา
ซิออน เบียดชนะไป 1-0
รายชื่อผู้เล่น
เอฟเวอร์ตัน
: เอียน เทอร์เนอร์,จอห์น เออร์วิง,นูโน่ บาเลนเต้,โจเลียน เลสค็อตต์,ฟิล
จาเกียลก้า,แอนดี้ ฟาน เดอร์ เมย์เด้,แจ๊ค ร็อดเวล,ฟิล เนวิลล์,คิสซ็อค,โจเซ่
แบ็คเตอร์,ลูคัส ยูตเคียวิชซ์
เอฟซี ซูริค
2-1 แอสตัน วิลล่า
สนาม : ยูโต กราวด์ (ซูริค)
ประตู :1-0 อัลเมน แอ็บดี้
น.3 (จุดโทษ),1-1 กาเบรี่ยล อั๊กบอนลาฮอร์ น.17,2-1 อัลเมน แอ็บดี้ น.79
(จุดโทษ)
ผู้ชม : 2,200 คน
แอสตัน วิลล่า ลงเล่นเกมปรีซีซั่นนัดที่สองไม่สวยงามเท่าใดนัก
เมื่อบุกไปแพ้ เอฟซี ซูริค 1-2 โดยมาจากความผิดพลาดในลูกจุดโทษทั้งสิ้น
เกมนี้ "สิงห์ผงาด"ไม่มีชื่อของ
แกเร็ธ แบร์รี่ กัปตันทีมที่ส่อแววย้ายไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล ส่วน สตีฟ
ซิดเวลล์ มิดฟิลด์ตัวใหม่ที่คว้ามาจากเชลซี แสนถูกแค่ 5 ล้านปอนด์ ได้ออกสตาร์ต
โดยเกมแรกในการทัวร์สวิตเซอร์แลนด์ นั้น โอนีล พาทีมถล่ม เอฟซี วิล ไปถึง
6-0 เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา
ผ่านไปเพียง 30 นาทีเท่านั้น อาคันตุกะเกือบได้ประตูออกนำ
จาก มาร์ติน เลาร์เซ่น ที่ได้โขกลูกเตะมุมของ ฌอน มาโลนี่ย์ แต่เป็น ดูซาน
เยอร์ริช ที่เคลียร์ทิ้งออกไปได้
แต่แล้ว นาทีที่ 3 เจ้าถิ่นก็มาได้ประตูนำ
1-0 จากความผิดพลาดของ เลาร์เซ่น ที่ไปพลาดทำฟาวล์ในเขตโทษ ฟลอเรียน สตาเฮล
และเป็น อัลเมน แอ็บดี้ ซัดผ่านมือ สจ๊วร์ต เทย์เลอร์ไม่พลาด
หลังโดนไปอย่างรวดเร็ว ทีมจากพรีเมียร์ก็ต้องมาเซ็ตบอล
และค่อยๆ ขึ้นเกม จนนาที 17 ก็มาได้ประตูตีเสมอ 1-1 จาก กาเบรี่ยล อั๊กบอนลาฮอร์
ที่โชว์ทักษะเอาชนะ ไฮนซ์ บาร์เม็ตต์เลอร์ ก่อนจะตะบันตุงตาข่าย
เมื่อเกมกลับมาเท่ากันทั้งคู่สู้กันอย่างสนุกสูสี
นาที 33 ซิดเวลล์ เกือบทำประตูแรกในเกมแรกได้ทันที แต่ดันโขกลูกที่ เราท์เล็ดจ์
เปิดคอนเนอร์มาให้ข้ามคานไปนิดเดียวเท่านั้น
ก่อนจบครึ่งแรก เอฟซี ซูริค พลาดโอกาสกลับมานำ
เมื่อ มาร์ติน เลาร์เซ่น กัปตันทีม วิลล่า ช่วยให้ทีมพ้นอันตรายได้อย่างยอดเยี่ยม
จบ 45 นาทีแรก เกมยังเสมอ 1-1
ออกสตาร์ตครึ่งหลัง ผ่านไปเพียง
6 นาที ความเร็วของ อั๊กบอนลาฮอร์ เกือบทำให้ทีมจากเกาะอังกฤษกลับมาเสมอ
แต่ทว่า จอห์นนี่ เลโอนี่ ยังเซฟลูกยิงระยะ 8 หลาเอาไว้ได้
ถัดจากนั้น เอฟซี ซูริค มีโอกาสทองบ้าง
เมื่อ ฟลอเรียน สตาเฮล เติมขึ้นมาได้ส่องในนาที 66 แต่ เทย์เลอร์ยังป้องกันระยะ
12 หลาเอาไวได้อย่างยอดเยี่ยม
3 นาทีถัดมา ยอห์น คาริว หอกสำรองของ
วิลล่า ที่ถูกเปลี่ยนลงมาในครึ่งหลัง ได้ดวลเดี่ยวกับ เลโอนี่ แต่ปราการด่านสุดท้ายเจ้าถิ่นใช้เท้าก้องกันเอาไว้ได้อย่างเหลือเชื่อ
เกมทำท่าว่าจะเสมอกันอยู่แล้ว แต่ก่อนหมดเวลา
11 นาที แซต ไนท์ ก็ไปเสียท่า ทำฟาวล์ แอดเมียร์ เมห์เมดี้ ในกรอบ เป็นทางด้าน
อัลเมน แอ็บดี้ ที่สังหารประตูแรก รับหน้าที่อีกครั้งและ ยิงให้ทีมได้ประตูชัย
จบเกม เอฟซี ซูริค เฉือนชนะ แอสตัน วิลล่า 2-1
รายชื่อผู้เล่นของทั้งสองทีม
เอฟซี ซูริค
: จอห์นนี่ เลโอนี่,ฟลอเรียน สตาเฮล,ฮันนู ทิฮิเน่น,ไฮนซ์ บาร์เม็ตต์เลอร์,อแล็ง
โรชาต(ฟิลลิปป์ โคช น.89),เอเดรี่ยน นิคซี่(ลูก้า แลดเนอร์ น.80),ออนเยคาชี่
โอคอนโว,ซิลแว็ง เอเกอร์เตอร์,ดูซาน เยอร์ริช(ดาเนี่ยล สตูซกี้ น.65),อัลเมน
แอ็บดี้(มาร์ติน บูเชล น.88),เอริค ฮาสส์ลี่ (แอดเมียร์ เมห์เมดี้ น.72)
แอสตัน วิลล่า : สจ๊วร์ต
เทย์เลอร์,สตีฟ ซิดเวลล์ (แอชลี่ย์ ยัง น.46),มาร์ติน เลาร์เซ่น,มาร์ลอน
แฮร์วู้ด (ยอห์น คาริว น.46),กาเบรี่ยล อั๊กบอนลาฮอร์ (นาธาน เดลฟองโซ่
น.72),แซต ไนท์,เวย์น เราท์เล็ดจ์ (มุสตาฟา ซาลิฟู น.46),ไนเจล รีโอ โคเกอร์
(ไอซาแอค ออสบอร์น น.89),บาเกอร์,เคร็ก การ์ดเนอร์,ฌอน มาโลนี่ย์ (มาร์ติน
เปตรอฟ น.46)
ผู้ตัดสิน :นิโคเล่ เปติกนัต
บรอนด์บี้ 1-1
ลา คอรุนญ่า
ประตู : 0-1 ลาฟิตา น.29,1-1
มอร์เท่น ราสมุสเซ่น น.31
ลา คอรุนญ่า ทีมดังจาก ลา ลีกา
ทำได้แค่เสมอ บรอนด์บี้ ตัวแทนจากเดนมาร์กในเกมอุ่นเครื่องปรีซีซั่น 1-1
เปิดฉากครึ่งแรกนาที 29 ลา คอรุนญ่า
ขึ้นนำ 1-0 ริกี้ พาบอลทางขวาก่อนผ่านให้ ลาฟิต้า สังหารผ่านมือนายทวารบรอนด์บี้เข้าไป
ดีใจแค่ 2 นาทีเท่านั้นทีมดังจากโคนมตีเสมอทันควันจากการหลุดเข้าไปยิงของ
มอร์เท่น ราสมุสเซ่น หอกตัวเก่งหมดปัญญาที่ผู้รักษาประตู ฟาบริซิโอ เซฟเอาไว้ได้
หมดครึ่งแรกเสมอ 1-1
เข้าสู่ครึ่งหลัง ลา คอรุนญ่า น่าจะได้ประตูชัยจากการโหม่งของ
ซิสโก้ แต่ทว่าไม่ผ่านมือ ทอร์เอร์เนส ผู้รักษาประตูสำรองจบเกมทั้งสองทีมเสมอ
1-1
รายชื่อผู้เล่นทั้งสองทีม
บรอนด์บี้
: อันเดอร์เซ่น(ทอร์เอร์เนส น.73)-วาส,ชเลบรุกก์(แบร์เธลเซ่น น.46),นีลเซ่น
(โฮวอร์ด น.50),โธมัส ราสมุสเซ่น(คาตอนโก้ น.65),ยอนส์สั(นีลส์สัน น.75),โฮลเมน-มิคเคลสัน(วิ่ลเลี่ยมส์
น.46),ฟาร์เนรุด(ดาอักการ์ด น.65,โธมัส ราสมุสเซ่น น.73),โลเรนต์เซ่น-มอร์เท่น
ราสมุสเซ่น(มาดเซ่น น.65)
ลา คอรุนญ่า : ฟาบริซิโอ(มานู
น.65),เลาเร่(โรเชล่า น46),อาเดรียน โลเปซ,ปาโบล อาโม่(อเล็กซ์ น.65),ฆัวนัน,ฟิลิเป้-เซร์จิโอ,ฮวน
โรดริเกซ(โอมาร์ บราโว่ น.46),บาเลร่อน(เวอร์ดู น.46),ลาฟิตา (ปาโบล อัลบาเรซ
น.46),ริกี้(ซิสโก้ น.46)
โอลเดนเบิร์ก
0-5 เบรเมน
ประตู : 0-1 ซาอิด อุสเซยิโนวิช
น.4,0-2 ดาเนี่ยล ยานเซ่น น.20,0-3 ฟิลิปป์ บาร์กเฟรเด น.27,0-4 ยูริก้า
วรันเยส น.69,0-5 เซบาสเตียน โบนิชส์ช น.73
"เจ้านกนางนวล" แวร์เดอร์ เบรเมน
เอาฤกษ์เอาชัยก่อนศึกบุนเดสลีกาฤดูกาลใหม่จะเปิดทำการโชว์ฟอร์มเทพไล่ถล่ม
โอลเดนเบิร์ก ขาดลอย 5-0
เปิดฉากครึ่งแรกแค่ 4 นาทีเท่านั้นยอดทีมบุนเดสลีกา
ขึ้นนำ 1-0 มาร์ติน ฮาร์นิค จ่ายให้ ซาอิด อุสเซยิโนวิช ซัดผ่านมือนายทวารโธมัส
เวกมันน์ เข้าไป
จากนั้นนาที 20 เบรเมน ทิ้งห่าง
2-0 ดาเนี่ยล เยนเซ่น กองกลางทีมชาติเดนมาร์กยิงเข้าไป
อีก 7 นาทีถัดมา "เจ้านกนางนวล"
ทิ้งห่าง 3-0 จากการยิงของดาวรุ่ง ฟิลิปป์ บาร์กเฟรเด หมดครึ่งแรก เบรเมน
ทิ้งห่างอยู่ 3 ประตู
เข้าสู่ครึ่งหลัง เบรเมน ได้ประตูที่
4 ยูริก้า วรันเยส แอบเติมเกมรุกซัดเข้าไปให้ทีมนำ 4-0
นาที 73 "เจ้านกนางนวล " มาได้ประตูปิดท้ายจาก
เซบาสเตียน โบนิชส์ช จบเกม เบรเมน ถล่ม 5-0
วุปเปอร์ทัล
1-1 โคโลญจน์
ประตู : 1-0 มาร์เซล ริชไวน์
น.5,1-1 มิลิโวเย่ โนวาโควิช น.16
"แพะผยอง" โคโลญจน์ เกือบเอาตัวไม่รอดได้
มิลิโวเย่ โนวาโควิช สวมบทฮีโร่ช่วยทีมรอดพ้นความพ่ายแพ้พังประตูตีเสมอ
วุปเปอร์ทัล 1-1
เปิดฉากครึ่งแรกแค่ 5 นาทีเท่านั้น
วุปเปอร์ทัล ฉวยโอกาสพังประตูขึ้นนำอย่างรวดเร็ว 1-0 จากการยิงของ มาร์เซล
ริชไวน์ ซัดผ่านมือนายทวาร เครสเลอร์ เข้าไป
อย่างไรก็ตาม โคโลญจน์ ตั้งหลักได้ตามตีเสมอจาก
มิลิโวเย่ โนวาโควิช รับบอลจากการผ่านของ อูมิต โอซัต สังหารเข้าไปสกอร์เปลี่ยนเป็น
1-1
หลังจากนั้น "แพะผยอง" น่าจะได้ประตูแซงนำถึง
2 ครั้ง 2 คราในช่วงท้ายครึ่งแรกจาก โนวาโควิช และ วูซิเซวิช แต่ทว่าไม่ผ่านมือนายทวารฝั่งตรงข้าม
หมดครึ่งแรกเสมอ 1-1
เข้าสู่ครึ่งหลัง คริสตอฟ เดาม์
บอสโคโลญจน์ เปลี่ยนแปลงตัวผู้เล่นหลายคนเลยทีเดียวแต่ไม่ได้ผลจบเกมเสมอกันไป
1-1
รายชื่อผู้เล่น
เอฟเซ โคโลญจน์
: เครสเลอร์(เพาเค่น น.46)-โอซัต(โชนเบิร์ก น.60),แม็คเคนน่า(มิเตรสกี้
น.60),เกโรเมล(นิคเคนิก น.60),โวเม่(เบรกโก้ น.60)-เพซโซนี่(มาทิป น.60),โบรอิช(อันเดร
น.60)-วูซิเซวิช(บรซินสกี้ น.60),อันทาร์ (ยัลซิน น.60),เอห์เร็ต(ฮิ น.60)-โนวาโควิช(ซแชร์ซ
น.60)
ซิออน 1-0 เอฟเวอร์ตัน
สนาม : สต๊าด เดอ อ็อกโตดูร์
(มาร์ตินี่)
ประตู : 1-0 ดิดิเยร์ เคร็ตเตแรนด์
น.58
"ทอฟฟี่บลูส์"เอฟเวอร์ตัน ประเดิมเกมปรีซีซั่น
ได้ไม่สวยงามนัก เมื่อบุกไปพ่าย ซิออน อย่างหวุดหวิด 1-0 จากประตูโทนของ
ดิดิเยร์ เคร็ตเตแรนด์
เกมนี้ เดวิด มอยส์ ยังไม่มีชื่อของ
ทิม ฮาวเวิร์ด นายประตูมะกัน ที่อยู่ระหว่างช่วงพักหน้าร้อน ทำให้ เอียน
เทอร์เนอร์ ได้เฝ้าเสาแทน เช่นเดียวกับ โจเซฟ โยโบ และ ยากูบู สองดาวเตะไนจีเรีย
ซึ่งไม่ติดมาในทริปนี้เช่นกัน
เกมนี้ทีมจากเมอร์ซี่ไซด์ มีโอกาสทักทายก่อนในนาที
27 เมื่อ แอนดี้ ฟาน เดอร์ เมย์เด้ ผ่านบอลไปให้ โจเซ่ แบ็คเตอร์ ดาวรุ่งวัย
16 ปี ได้ส่องแต่ดันยิงข้ามคานออกไป
ถัดจากนั้นทั้งสองทีมก็มีจังหวะเพียงเฉี่ยวไปเฉี่ยวมาเท่านั้น
รวมทั้ง ลูคัส ยูตเคียวิชซ์ ก็ยังแผลงฤทธิ์ไม่ได้เท่าที่ควร ทำให้จบครึ่งแรกเกมยังคงติดนิ่งที่
0-0
เริ่มเกมครึ่งหลังทีมจากสวิตเซอร์แลนด์
เพิ่งมีโอกาสครั้งแรกและก็ใกล้เคียงที่สุด แต่ เวอร์กิลี่ เรเซ็ต ก็ยิงไปชนคานเสียงดังสนั่น
เมื่อได้ช่องเจาะอย่างเป็นน้ำเป็นเนื้อ
เจ้าถิ่นพลาดการขึ้นนำอีกครั้ง จากจังหวะที่ โอบินา เอ็นวาเนรี่ ตัวสำรองทีมชาติไนจีเรีย
โขกข้ามคาน
และแล้ว ซิออน ก็มาได้ประตูขึ้นนำเป็น
1-0 จนได้ในนาที 58 เมื่อ ดิดิเยร์ เคร็ตเตแรนด์ ทำชิ่งหนึ่งสองกับเพื่อนร่วมทีมก่อนจะซัดผ่านมือ
เอียน เทอร์เนอร์ ที่หมดสิทธิ์ป้องกัน
เมื่อตกเป็นฝ่ายตามหลัง เอฟเวอร์ตัน
จำเป็นต้องเร่งมากขึ้น และก็น่าจะกลับมาสู่เกม ในนาที 68 แต่ คีแรน เอการ์ด
ทำได้แค่โขกหลุดมุมกว้าง
ช่วงท้ายเกม ทีมเยือน น่าจะได้ประตูตีเสมอถึง
2 ครั้ง แต่ ฟิล เนวิลล์ และ ฟาน เดอร์ เมย์เด้ ก็ทิ้งไปทั้งหมด รวมทั้ง
แจ็ค ร็อดเวลล์ มิดฟิลด์อนาคตไกล เอาชนะกับดักล้ำหน้าไม่ได้ด้วย หมดเวลา
ซิออน เบียดชนะไป 1-0
รายชื่อผู้เล่น
เอฟเวอร์ตัน
: เอียน เทอร์เนอร์,จอห์น เออร์วิง,นูโน่ บาเลนเต้,โจเลียน เลสค็อตต์,ฟิล
จาเกียลก้า,แอนดี้ ฟาน เดอร์ เมย์เด้,แจ๊ค ร็อดเวล,ฟิล เนวิลล์,คิสซ็อค,โจเซ่
แบ็คเตอร์,ลูคัส ยูตเคียวิชซ์
|
|