| |

อัพเดท
29 เมษายน 2551
รูนี่ไม่ไหวพลาดการซ้อมให้ผีแดง
เซอร์ลุ้นวิดิชเต็มเหยียด
ปูโยลคัมแบ็ก ทัพบาร์ซ่าไรจ์การ์ดยันลุยอย่างเดียว

ปรีวิวยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก
รอบรองชนะเลิศ นัดสอง
วันอังคารที่
29 เมษายน 2551
แมนฯยูไนเต็ด
- บาร์เซโลน่า
ผีเครียดหมู-วิดิชวืดซ้อมรอเช็กฟิตอีก
ทีม "ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
เจอความเครียด เข้าเล่นงานก่อนเกมนัดชี้ชะตากับบาร์เซโลน่า เมื่อสองตัวหลักอย่าง
"หมูพลิ้ว" เวย์น รูนี่ย์ และ "รถถังเซิร์บ" เนมันย่า วิดิช มีอาการบาดเจ็บรบกวนจนไม่สามารถลงซ้อมก่อนเกมได้
โดยในการฝึกซ้อมที่แคร์ริงตัน ในช่วงเช้าวันจันทร์
ซึ่งเป็นการเตรียมความพร้อมของแมนฯ ยูไนเต็ด ก่อนหน้าที่จะลงสนามชี้ชะตากับบาร์เซโลน่าในศึกยูฟ่า
แชม เปี้ยนส์ ลีก รอบรองชนะเลิศ หลังบุกไปเสมอที่คัมป์ นู มาในเกมแรก ปรากฏว่าทั้งรูนี่ย์และวิดิช
ไม่สามารถลงทำการฝึกซ้อมได้
รายของรูนี่ย์นั้นมีอาการบาดเจ็บที่สะโพกรบกวนมาหลายนัด
ซึ่งในเกมล่าสุดที่พ่ายต่อเชลซีในพรีเมียร์ลีกเมื่อวันเสาร์ก็มีอาการกำเริบอีกครั้ง
ขณะที่วิดิช ที่ไม่ได้เล่นที่คัมป์ นู เพราะป่วยก็เจ็บจากเกมเดียวกันเมื่อโดนเข่าของดิดิเย่ร์
ดร็อกบา เล่นงานจนเลือดกบปากและ ไม่สามารถลงเล่นต่อได้
อาการของทั้งสองทำให้เซอร์อเล็กซ์
เฟอร์กูสัน บรมกุนซือแห่งโอลด์ แทรฟฟอร์ด ต้องคิดหนักว่าจะสามารถส่งผู้เล่นทั้งสองลงสนามได้หรือไม่
โดยจะต้องเช็กความฟิตกันจนถึงนาทีสุดท้ายเลยทีเดียว
ด้านเซอร์อเล็กซ์ ก็ยอมรับว่ากังวลถึงอาการของทั้งสองแต่ก็ยินดีที่จะรอจนถึงนาทีสุดท้ายกันเลยทีเดียว
"เราจะให้โอกาสกับพวกเขาทั้งสองเท่าที่จะให้ได้"
"เนมันย่า ไม่ได้ลงซ้อมทั้งวันอาทิตย์และวันจันทร์
เวย์นก็ลงไม่ได้เหมือนกัน ดังนั้นมันจึงเป็นสถานการณ์ที่ลำบากทีเดียว"
"เราคิดว่าทั้งสองน่าจะลงได้ แต่ผมก็ยังไม่แน่ใจชัดเจนอะไรขนาดนั้น"
เซอร์เผยอาการล่าสุด
เซอร์มั่นใจผียังไม่เสียเซลฟ์
เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน บรมกุนซือทีม
"ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยังยืนยันเรื่องสภาพจิตใจของ ทีมว่ายังคงความแข็งแกร่งเหมือนเดิม
ไม่มีเป๋แม้จะออกอาการสะดุดในหลายนัดหลัง
จากผลงานในช่วงหลังที่เริ่มมีอาการสะดุดไม่ชนะมา
3 นัดติดต่อกันตั้งแต่เสมอกับแบล็คเบิร์นในลีก ต่อด้วยเสมอกับบาร์เซโลน่าในสัปดาห์ก่อน
และล่าสุดพ่ายต่อเชลซีหวุดหวิด ทำให้มีการจับผิดว่านี่คืออาการเป๋หรือเปล่าของแมนฯ
ยูไนเต็ด
แต่ทางด้านเซอร์อเล็กซ์ ก็ยืนยันว่าผลงานในช่วงหลังไม่ได้ส่งผลกระทบต่อทีมแต่อย่างใด
และยังคงมั่นใจว่าทีมจะสามารถคว้าทั้งแชมป์ลีก และผ่านบาร์เซโลน่า เพื่อเข้าไปคว้าแชมป์ยูฟ่า
แชมเปี้ยนส์ ลีกได้
"ผมไม่ได้กังวลว่าบทสรุปของฤดูกาลจะเริ่มส่งผลต่อทีม"
"ผมคิดว่าเราควรที่จะมานั่งคุยกันที่นี่ในเรื่องแชม
เปี้ยนส์ ลีก ผมคิดว่าการตัดสินต่างๆ มันอยู่ตรงข้ามกับเรา การตัดสินที่เลวร้ายส่งผลต่อเรา"
"แต่เราก็ยังอยู่ที่นี่ในตอนนี้
มันไม่สำคัญเกี่ยวกับเรื่องของการตัดสินในอดีต ตอนที่เราเริ่มออกสตาร์ตฤดูกาล
ในเดือน ส.ค. ก็เพื่อคว้าแชมป์ลีก เราเซ็นสัญญาเพื่อที่จะเล่นลีก 38 นัด
และเราก็กำลังทำอยู่"
"กับสถานการณ์ตอนนี้ ที่เหลืออีก
2 นัด มันไม่สำคัญว่าเราจะโดนปฏิเสธจุดโทษ 50 ครั้งหรือยังไงก็ตาม เรามาที่นี่โดยยังมีเกมเหลืออีก
2 นัด"
"เกมรอบรองชนะเลิศในคืนอังคาร เกมในบ้านวันเสาร์และเกมเยือนกับวีแกนในนัดสุดท้าย
หายนะเนาะ!"
"เกมเมื่อวันเสาร์มีแต่จะส่งผลดีกับเรา
ไม่ต้องสงสัยเลยในเรื่องนี้ การต้องเล่นในวันพุธหลังช่วงเวลากลางวันไป
มันไม่มีทางที่ผมจะใช้ทีมชุดเดิมอีก ดังนั้นผมก็เลยตัดสินใจว่าผมควรจะรักษาความสดของร่างกายไว้และ
เพื่อโอกาสดีที่สุดในการได้เข้าชิงฟุตบอลยุโรป เพราะนั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดของผู้เล่น"
"ครั้งแล้วครั้งเล่าที่ผมบอกว่าสโมสรแห่งนี้ควรจะประสบความสำเร็จในยุโรปมากขึ้น
และผมก็อยากจะให้พวกเขาได้มีโอกาสดีที่สุด และมันก็เป็นเรื่องง่ายมากที่จะเลือกทีมในวันเสาร์"
"เราต่างผิดหวังกับการแพ้ของเรา
มันเป็นเรื่องปกติ แต่ด้วยความเข้มข้นของเกมใหญ่แบบนั้น เราต้องลืมมันให้เร็วที่สุด
และความเข้มข้นของการซ้อมของเราก็สะท้อนออกมาได้ดี" เซอร์กล่าว
กิ๊กส์มั่นใจผีคว้าดับเบิลแชมป์ได้
ด้านไรอัน กิ๊กส์ ปีกพ่อมดชรายังคงเชื่อมั่นเต็มร้อยว่า
"ผีแดง" แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะสามารถคว้าดับเบิลแชมป์ มาครองได้ในฤดูกาลนี้ทั้งพรีเมียร์ลีกและยูฟ่า
แชมเปี้ยนส์ ลีก
หลังจากที่เพิ่งพ่ายต่อเชลซี จนทำให้แต้มของทั้งสองทีมเท่ากันที่
81 คะแนนและเหลือเกมอีก 2 นัดในฤดูกาลนี้ ขณะที่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก
ก็ยังต้องลุ้นหนักกับบาร์เซโลน่า หลังจากที่เสมอในเกมแรกที่คัมป์ นูมา
0-0 ว่าทีมใดจะได้ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศที่มอสโก
แต่ทางด้านกิ๊กส์ ว่าที่ดาวเตะที่จะทำสถิติลงสนามรับใช้ทีมมากที่สุดใน
อนาคตอันใกล้ก็ยังคงมั่นใจว่าไม่ว่าจะเป็นพรีเมียร์ลีกหรือแชมเปี้ยนส์
ลีก แมนฯ ยูไนเต็ดก็ยังสามารถคว้าแชมป์ได้อย่างแน่นอน
"เราต้องการจะคว้าแชมป์ลีก และเราก็อยากเข้าชิงแชมเปี้ยนส์
ลีก และเราก็มีโอกาสที่จะทำแบบนั้นด้วย"
"เรามีความสามารถพอที่จะทำได้ เราแสดงให้เห็นในเกมครึ่งหลังถึงความสามารถในการเปิดเกมสู้กัน
และเราก็ต้องการมันอีกใน 2 นัดที่เหลือ"
"เรามีนักเตะที่ดี เราแสดงให้เห็นมาแล้วโดยเฉพาะ
ในเกมกับเชลซี และตอนนี้เราก็มองไปถึงเกมกับบาร์ซ่าแล้ว"
"เราต้องพยายามเรียกกำลังใจกลับมาให้ได้อีกครั้ง
เพราะมันไม่มีเกมใหญ่กว่านี้อีกแล้ว" กิ๊กส์ มั่นใจ
ปูโญลพ้นแบนควงเมสซี่-เอโต้คืนทัพ
ด้านบาร์เซโลน่า อดีตแชมป์ในปี
2006 ได้คาร์เลส ปูโญล กัปตันทีมกลับมาคืนตำแหน่งในแนวรับอีกครั้งแทน ที่ของราฟาเอล
มาร์เกซ ที่ติดโทษแบนพอดี ขณะที่ในแนวรุกซามูแอล เอโต้ และลิโอเนล เมสซี่
ก็จะได้กลับเป็นตัวจริงอีกครั้งหลังได้พักมาในเกมวันเสาร์
โดยหลังจากที่ทำได้แค่เสมอกับ "ผีแดง"
แมนฯ ยูไนเต็ด มาในเกมแรกที่คัมป์ นู ทำให้ทางด้านบาร์เซโลน่า จำเป็นต้องบุกมาชนะให้ได้หรืออย่างน้อยก็ขอให้เสมอแบบมีสกอร์จึงจะผ่านเข้าชิงชนะเลิศที่มอสโก
ในเดือนหน้า
อย่างไรก็ดีในเกมนี้ทางด้านแฟรงค์
ไรจ์การ์ด กุนซือชาวดัตช์จะได้กัปตันทีมคาร์เลส ปูโญล พ้นโทษแบนกลับมา
ซึ่งก็จะแทนที่ของราฟาเอล มาร์เกซ ที่ติดโทษแบนแทนกันพอดี
นอกจากนี้ยังมีเอ็ดมิลสัน กองหลังชาวบราซิลที่หายเจ็บกลับมาพอดีด้วย
แต่ก็ต้องลุ้นอาการของยายา ตูเร่ มิดฟิลด์ตัวตัดเกมที่บาดเจ็บจนไม่สามารถลงฝึกซ้อมได้
สำหรับเกมที่จะไปเยือนโอลด์ แทรฟฟอร์ดนี้
ทางด้านไรจ์การ์ด เตรียมจะเรียกตัวหลักๆที่ไม่ได้ลงเล่นในเกมล่าสุด ที่แพ้ต่อเดปอร์ติโบ
ลา คอรุนญ่าคืนมาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นซามูแอล เอโต้, ลิโอเนล เมสซี่, ชาบี้
เอร์นานเดซ, อันเดรียส อินิเอสต้า และกาเบรียล มิลิโต้ รวมถึงบิคตอร์ บัลเดส,
เอริค อบิดัล และเดโก้ ที่มีชื่อเป็นตัวสำรอง เพื่อลงสนามในเกมชี้ชะตากับแมนฯ
ยูไนเต็ดด้วย
ไรจ์การ์ดยันบาร์ซ่าอุดไม่เป็นบุกอย่างเดียว
ด้านแฟรงค์ ไรจ์การ์ด กุนซือบาร์ซ่า
ยืนยันว่าจะให้ลูกทีมเล่นตามสไตล์ถนัดคือฟุตบอลเกมรุกและ จะเน้นเรื่องความดุดันมากกว่าเดิมด้วย
หลังจากที่เสมอกันมาในเกมแรกที่คัมป์ นูแบบจืดชืด
โดยหลังจากที่เสมอกัน 0-0 ที่คัมป์
นู ทำให้บาร์ซ่าจำเป็นต้องบุกมาชนะให้ได้หรืออย่างน้อย ก็ต้องเสมอแบบมีสกอร์เพื่อเข้ารอบ
ซึ่งทางไรจ์การ์ด ก็ไม่เคยมีความคิดที่จะให้ลูกทีมอุดอยู่แล้ว
"ผมคิดว่าเราต้องเล่นตามสไตล์ของเราไป
มันเป็นทางเลือกเดียวของเรา ซึ่งเราก็เคยมีบทเรียนมาแล้วในการมาเยือนสนามของเชลซี"
"ตอนนั้นเราเล่นเกมรับมากกว่าปกติ
เพราะเชลซีเป็นทีมที่แข็งแกร่งมาก และมีความขยัน และยังอันตรายจากเกมสวนกลับเด้วย"
"แต่กับแมนฯ ยูไนเต็ด เราจำเป็นต้องเล่นอย่างแข็งแกร่ง
การเล่นเกมรับไม่ใช่ทางเลือกที่ถูกต้องสำหรับครั้งนี้ เราต้องเล่นด้วยความดุดันและกดดันพวกเขาให้ได้"
"กุญแจสำคัญสำหรับนัดนี้? ก็คือการเล่นอย่างดุดันและ
กดดันพวกเขาให้มากที่สุดเพื่อทำให้พวกเขาต้องเจอกับงานลำบาก" ไรจ์การ์ดเผย
|
|