|

|
|
เควิน โฟล์ค รันนิ่งแบ็กที่ เพเทรียตส์ ไม่อาจปฏิเสธได้
|
มันเกิดขึ้นได้เสมอสำหรับทุกคนเหมือนที่
เควิน โฟล์ค ออกจากแคมป์เก็บตัวของ นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ ด้วยการลืมโทรศัพท์มือถือของตนนำติดตัวไปด้วย
"เมื่อผมกลับมาอีกครั้งพร้อมกับเปิด มันขึ้นมาดูปรากฏว่ามีข้อ ความแสดงความดีใจส่ง
มาเต็มไปหมด" โฟล์ค กล่าว
1 วันหลังเขาได้สร้างเกียรติประวัติให้กับตนเองด้วย
การกลายเป็นผู้เล่นที่รับลูกไ ด้มากสุดของทีม 8 ครั้ง พร้อมพา นิวอิงแลนด์
เอาชนะ ซานดีเอโก ได้ในรอบชิงแชมป์สาย AFC ที่ผ่านมาเดินหน้าเข้าสู่ซูเปอร์โบว์ลได้เป็นหนที่
4 ในรอบ 7 ปีที่ผ่านมา ในควอเตอร์สุดท้าย โฟล์ค กลายเป็นตัวเลือกของทีมกับการบุกหนที่
3 ซึ่งเป็นการบุกครั้ง สำคัญที่จะพลาดไม่ได้เพราะ นั่นหมายถึงว่าจะ ต้องพันต์ลูกทิ้งให้คู่แข่งได้บุกกลับมา
"เราดูเทปในนัดแรกที่เจอกันมา" โฟล์ค กล่าว "ซานดีเอโก จะให้ความสำคัญกับบรรดาปีกทั้งหมดของเราพวกเขา
จะส่งคนประกบแบบหายใจ รดต้นคอเลยทีเดียว ขณะที่ทางด้านรันนิ่งแบ็กดูเหมือนพวกเขา
ใช้วิธีตั้งโซนเพื่อบีบไม่ให้เราวิ่งฝ่าออกไปได้นั่นคือ เหตุผลที่เราใช้จุดตรงนั้นกลับ
มาเป็นประโยชน์ ของเรา" 8 นาทีสุดท้ายของเกมทั้ง มอสส์,เวลเกอร์ และปีกทั้งหมดของ
นิวอิงแลนด์ นับรวมถึงรันนิ่งแบ็ก ลอว์เร็นซ์ มาโรนี่ย์ ด้วยต่างถูกผู้เล่นทีมรับ
ชาร์จเจอร์ส ล็อกตายไม่สามารถไปไหนได้ถนัด นั่นคือ เหตุผลว่าทำไมฟูลแบ็ก
ฮีท อีแวนส์ ถึงทำดาวน์ที่ 1 ให้กับทีมได้และนั่นคือ เหตุผลเช่นกันว่าทำไม
โฟล์ค ถึงได้ถูกส่งลงไปในช่วง สถานการณ์ที่คับขัน เนื่องจากเขาเป็นรันนิ่งแบ็ก
ที่มีความเชี่ยวชาญเป็นพิเศษกับการ รับลูกเหมือนรุ่นพี่ในอดีตอย่าง โครี่ย์
ดิลล่อน ที่เลิกราไป
โฟล์ค วัย 31 ปีรันนิ่งแบ็กจาก LSU
ถูกเลือกเข้าสู่ NFL จากรอบ 2 ในปี 1999 (1 ปีก่อน บิลล์ เบลิคชิค จะทำหน้าที่โค้ช)
ได้บอกเหตุผลถึงสาเหตุที่ทำให้เขา กลายเป็นตัววิ่งที่รับลูกได้ดีว่า "มันเป็นเรื่องบังเอิญสมัยเด็กๆ
ผมเป็น 1 ในสมาชิกทีมบาสของเด็กแถวบ้านแน่นอนว่า การเล่นบาสแตกต่างจากการรับลูกใน
NFL เมื่อเราและเพื่อนจะต้องมีความเข้าใจกันขณะ พาบอลเข้าทำคะแนน ด้วยเหตุนี้ผมจึงนำเจ้าสิ่งนั้นมาปรับใช้ยามเมื่อผันตนเองมาเล่นฟุตบอล"
โฟล์ค กล่าว นั่นคือ เหตุผลว่าทำไม เบลิคชิค ถึงได้มอบตำแหน่งกัปตันทีม ร่วมให้
โฟล์ค รับไป "นับตั้งแต่ผมทำหน้าที่โค้ชมายังไม่เคยเห็นผู้เล่นคนไหนที่ครบเครื่องเหมือน
เควิน มาก่อนโดยเฉพาะ การรับลูกคิกออฟวิ่งย้อนและการลงไปทำหน้าที่สำคัญคือการบุกครั้งที่
3 ซึ่งเป็นครั้งตัดสินดูเหมือนเขาจะทำหน้าที่ได้ดีมาก ๆ"
ขณะมอบถ้วย จูเนียร์ เซอาว ผู้เล่นที่อาวุโสสุดใน
ทีมยังอดไม่ได้ที่จะดึงให้ โฟล์ค ขึ้นไปยืนอยู่บนแท่นพิธีเพื่อเป็นส่วนหนึ่งกับความสำเร็จที่ไม่มีใครปฏิเสธได้ว่าถ้าไม่ใช่
โฟล์ค พุ่งรับลูกสุดท้ายที่ทีมใช้การบุกหนที่ 3 และต้องการระยะถึง 11 หลาได้นั้น
ก็ยังไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้า จะเกิดอะไรขึ้นเพราะ การรับลูกนั้นของ โฟล์ค
จึงทำให้ นิวอิงแลนด์ สามารถฆ่าเวลาปล่อยให้เวลาเดินจนเข้าสู่ช่วง 2 นาทีสุดท้าย
|
|