|

|
|
เกือบถึงโค้งสุดท้าย
4 ทีมจะเหลือแค่ 2 เท่านั้น
|
ปกติของคนเราส่วนใหญ่ใช่สมหวังในสิ่งที่เจ้าตัวหวังเสมอไป
เช่นเดียวกับในปีนี้ที่หลายคนคงต้องผิดหวังที่ไม่อาจเห็นการ rematch ระหว่าง
2 ผู้ยิ่งใหญ่ของ NFL ยุคนี้ นิว อิงแลนด์ เพเทรียตส์ กับอินเดียนาโปลิส
โคลต์ส ที่ใช้ทีมรับเป็นใบเบิกทางไปสู่การเป็นแชมป์ในฤดูกาลที่ผ่านมา แต่กลับไม่สามารถใช้สิ่งนั้นซ้ำกับซานดีเอโก
ชาร์จเจอร์ส ที่บุกไปชนะ พวกเขาถึง RCA โดม 28-24
นั้นหมายความว่าแฟน NFL ทั่วโลกพลาดที่จะได้ชมการพิสูจน์ฝีมือกันอีกครั้งของ
2 ควอเตอร์แบ็กผู้ยิ่งใหญ่ของยุคนี้อย่าง เพย์ตัน แมนนิ่ง กับ ทอม บราดี้
ผู้ซึ่งพาทีมตามหลัง 10 คะแนนแต่กลับมาแซงชนะ โคลต์ส ได้ 24-20 เมื่อ 4 พ.ย.
ซึ่งนั้นเป็น 1 ในไม่กี่เกมที่หลายคนคาดคิดว่า เพเทรียตส์ มีสิทธิ์แพ้ได้
แต่ถึงแม้แฟน NFL ทั่วโลกพลาดอดชมคู่ประวัติศาสตร์ไปแต่พวกเขาก็ยังมีลุ้น
ที่จะได้เห็นการสร้างความยิ่งใหญ่ของ เพเทรียตส์ ที่จะเป็นทีมแรกกับการทำสถิติ
19-0 พร้อมกับคว้าแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 4 ในรอบ 7 ปี "เราเตรียมตัวกันมาตลอดทั้งปีก็เพื่อผลการแข่งขันที่เหลืออีก
2 นัดเท่านั้น" บราดี้ กล่าว "นั้นถือเป็นโอกาสสำคัญที่ใช่ว่าใครจะมีโอกาสเช่นนี้ได้"
ผู้ชนะคู่ระหว่าง เพเทรียตส์ กับชาร์จเจอร์ส (3 p.m.) จะเข้าไปยืนรอพบผู้ชนะระหว่าง
กรีน เบย์ แพคเกอร์ส กับนิวยอร์ก ไจแอนต์ส (6:30 p.m.) ที่เกล็น เดล,แอริโซนา
ในซูเปอร์โบว์ล XLII วันที่ 3 ก.พ.
ทางฝั่ง NFC ยักษ์ใหญ่-ไจแอนต์ส กำลังเจริญรอยตาม
2 แชมป์ซูเปอร์โบว์ลในอดีตอย่าง สตีลเลอร์ส และโคลต์ส ด้วยการเดินหน้าเข้าถึงซูเปอร์โบว์ลได้
แม้เข้ารอบมาในฐานะทีม ไวลด์ การ์ด ก็ตามหลัง 2 นัดผ่านมาพวกเขาบุกไปชนะ
แทมป้าเบย์ ตามด้วยลูกพี่ใหญ่ของกลุ่ม คาวบอยส์ ในอาทิตย์ที่แล้วควอเตอร์แบ็ก
อีไล แมนนิ่ง สบโอกาสที่จะแข่งบารมีกับพี่ชาย เพย์ตัน ที่พาทีมขึ้นไปคว้าแชมป์ในปีที่ผ่านมา
"ผมไม่รู้จะกล่าวชมทีมรับของเราอย่างไรที่ทำให้เราก้าวขึ้นมาถึงตรงนี้ได้"
ทอม คอฟลิน โค้ช ไจแอนต์ส กล่าวชมลูกทีมตนเอง เช่นเดียวกัน ไจแอนต์ส คือ
ด่านสุดท้ายที่จะสกัดกั้นไม่ให้ควอเตอร์แบ็กวัย 38 ปีอย่าง เบรตต์ ฟาฟร์
ที่หวังคว้าแชมป์เป็นหนที่ 3 ก่อนเลิกราสมหวัง และเกมนี้ก็ต้องถูกจารึกว่าเป็นการเผชิญหน้ากันของ
2 ควอเตอร์แบ็กต่างยุคอย่างแท้จริงเมื่อคนหนึ่งเป็นเจ้าของสถิติ อายุมากสุด
ขณะที่อีกคนก็น้อยสุดไป ไจแอนต์ส ที่บุกไปคว่ำทีมที่มีสถิติดีสุดฝั่ง NFC
เตรียมต้องไปเยือนทีมที่มีสถิติดีสุดเป็นอันดับ 2 ซึ่งที่ผ่านมาลงเล่นใน
แลมบูฟิลด์ แพ้แค่ครั้งเดียวเท่านั้นในปีนี้ ต้องถือเป็นความโชคดีของ แพคเกอร์ส
ที่ไม่ต้องไปเยือน เท็กซัส สเตเดี้ยม ที่ซึ่ง 9 (0-6 ในฤดูกาลปกติ) ครั้งที่ไปเยือนมาตนไม่เคยกลับออกมาอย่างผู้ชนะแม้ครั้งเดียว
แม้ไม่ต้องเจอกับเกลอเก่าแต่ใช่ว่าการ
rematch จะไม่เกิดขึ้นในเมื่ออาทิตย์ 2 ของฤดูกาลนี้ เพเทรียตส์ เคยเปิด
ฟ็อกโบโร่ ไล่เชือดเจ้าชายสายฟ้า ชาร์จเจอร์ส พ่ายมาแล้ว 38-14 หลังก่อนหน้าในรอบเดียวกันนี้ของฤดูกาลก่อน
เพเทรียตส์ ก็เคยบุกไปเชือด ชาร์จเจอร์ส ถึงถิ่นมาแล้วเช่นกัน 24-21 เพียงแต่ครั้งสุดท้ายที่เจอกันในเดือน
ก.ย.ที่ผ่านมาผลลัพธ์ที่ออกมามันแตกต่างจากที่ เพเทรียตส์ ไปเยือนอย่างสิ้นเชิง
เจ้าบ้านได้ 3 จาก 4 ทัชดาวน์แรกอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ถึงคราวของทีมรับไลน์แบ็กเกอร์
อดาลีอุส โธมัส อินเตอร์เซ็ปต์วิ่งย้อน 65 หลาทำทัชดาวน์ในวันนั้น เพเทรียตส์
ทำระยะจากการบุกได้ถึง 407 ขณะเดียวกันปล่อยให้ทีมเยือนทำได้แค่ 201 หลาเท่านั้นแต่นั้นไม่สำคัญเท่ากับ
การทำให้รันนิ่งแบ็กตัวเก่งของ ชาร์จเจอร์ส วิ่งทำระยะได้แค่ 43 หลาเท่านั้น
และหลังจากเกมนั้น ชาร์จเจอร์ส ที่ออกสตาร์ตด้วยสถิติ 1-3 ก็ค้นพบจุดยืนของตนเองเมื่อเก็บชัยชนะได้ใน
6 เกมสุดท้ายของฤดูกาลเดินหน้าเข้าสู่เพลย์ ออฟ ด้วยการเฉือนชนะ เทนเนสซี
ไททานส์ อย่างหวุดหวิด 17-6 และมาดับฝันแชมป์เก่า โคลต์ส ที่หวังป้องกันแชมป์เป็นสมัยที่
2 ไว้แค่รอบนี้ "ชาร์จเจอร์ส ชุดนี้แตกต่างจากครั้งแรกที่เราเจอมามาก" เบลิคชิค
โค้ช เพเทรียตส์ กล่าว เป็นเช่นที่ เบลิค ชิค กล่าวจริงๆ แม้ต้องลงเล่นในครึ่งแรกด้วยการไม่มีรันนิ่งแบ็กตัวเก่งอย่าง
ลาไดเนียน ทอมลินสัน ที่เข่าเจ็บตามด้วยควอเตอร์แบ็กมือ 1 ฟิลลิบ รีเวอร์ส
ในควอเตอร์ 3 แต่ ชาร์จเจอร์ส ที่ใช้บริการ บิลลี่ย์ โวเลค ทั้ง 2 ควอ เตอร์ที่เหลือก็ยังเอาชนะคู่แข่งสำคัญอย่าง
โคลต์ส มาได้
เพียงแต่คู่ต่อสู้ที่ ชาร์จเจอร์ส
กำลังเผชิญหน้าด้วยในอาทิตย์หน้าต้องบอกว่าเป็นอะไรที่ยากเอาชนะได้ "พวกเขาสมควร
แล้วที่จะได้รับการยอมรับว่าเป็น America ทีมอย่างแท้จริง" นอร์ฟ เทินเนอร์
โค้ช ชาร์จเจอร์ส กล่าว "ผมคิดว่า เพเทรียตส์ คงทำให้ทุกคนเข้าใจแล้วว่าการชนะในแต่ละอาทิตย์นั้นมันยากเย็นแสน
เข็ญแค่ไหน แต่นี้พวกเขากำลังทำสถิติ 100% ซึ่งใช่ว่าใครจะทำ ได้ง่ายๆ "เพเทรียตส์
เป็นทีมที่สร้างสมดุลระหว่างทีมบุกและทีมรับได้ดีมาก แม้ถึงตรงนี้พวกเขาทำสถิติไม่แพ้ใครเป็นนัดที่
17 เข้าไปแล้ว แต่กับการปล่อยให้ ไจแอนต์ส นำห่างถึง 12 คะแนนก่อนแซงกลับมาชนะ
38-35 ตามด้วยปล่อยให้ จากัวร์ส ทำได้ถึง 20 คะแนนในรอบที่แล้วก็ทำให้พวกเขาเริ่มกังวล
ยิ่งได้เห็น ชาร์จเจอร์ส ที่ทำไป 411 หลาหรือตกเฉลี่ย 7.8 หลาในเกมที่บุกไปชนะ
โคลต์ส มา 28-24 ยิ่งทำให้พวกเขาไม่สบายใจ งานนี้โค้ช เบลิคชิค เร่งติวเข้มลูกทีมเป็นการใหญ่โดยเฉพาะตัวคุมปีก
เอลลิส ฮ็อบส์ ที่ปล่อยให้ เดวิด การ์ราร์ด ควอเตอร์แบ็ก จากัวร์ส ขว้างลูกให้ปีกรับได้
22 จาก 33 ครั้งกับระยะ 278 หลาและปล่อยให้ จากัวร์ส พันต์ลูกทิ้งแค่ครั้งเดียวเท่านั้น
และอีกอย่างที่ เพเทรียตส์ กังวลมากก็เห็นจะเป็นการปล่อยให้ จากัวร์ส ออกสตาร์ตบุกครั้งแรกทำทัชดาวน์ได้เลยโดยบุกขึ้นมา
9 ครั้ง ทำระยะได้ 80 หลาและมาจบที่ การ์ราร์ด ขว้างลูก 8 หลาให้ แมตต์ โจนส์
รับทำทัชดาวน์
ที่ผ่านมาในเพลย์ ออฟ นิวอิงแลนด์
ทำสถิติไม่เคยปล่อย ให้คู่แข่งหน้าไหนทำคะแนนได้ในการบุกครั้งแรกมา 14 เกมติดก่อนมาถูก
การ์ราร์ด ที่ร้อนแรงมาก ๆ ลูบคมในเกมนี้เมื่อเขาพา จากัวร์ส ไล่ตีเสมอเจ้าบ้านสำเร็จที่
13 เท่ากันโดยทัชดาวน์ที่ 2 เขาพาทีมบุกขึ้นมา 11 ครั้งทำระยะได้ 95 หลา
การ์ราร์ด ขว้างลูกได้ 11 จาก 12 ครั้งและ 14 จาก 18 ครั้งกับระยะอีก 189
หลาและ 2 ทัชดาวน์จนเข้าสู่ควอเตอร์ 3 แน่นอนว่าสิ่งที่เกิดขึ้นย่อมสร้างความไม่สบายใจให้กับ
เบลิคชิค เป็นอย่างมาก
|
|