nflonline

อัพเดท 16 มกราคม 2551
เกาะติด NFL เพลย์ ออฟ

นิวอิงแลนด์.....คงจำกันได้ว่า เหยี่ยวมรกต-อีเกิ้ลส์ กับอีกาผยอง-เรเวนส์ เป็น 2 ทีมที่เปิดประเด็นแสดง ให้เห็นว่าใช่นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ จะแพ้ใครไม่เป็น หลังพวกเขาทำให้ควอเตอร์แบ็ก ทอม บราดี้ และเหล่าบรรดาปีกตัวเก่ง 3-4 คนของเขาต้องออกแรงถึงเกือบจะนาทีสุดท้าย แน่นอนว่าทั้ง 2 ทีมทิ้งโจทย์ไว้ว่าถ้าล็อกปีก แรนดี้ มอสส์ ให้อยู่สนิทอะไรจะเกิดขึ้น
เสือดาว แจ๊คสันวิลล์ จากัวร์ส เป็นคนออกมาเฉลยคำตอบเป็นที่เรียบร้อยแล้วครับ ถ้าล็อกมอสส์ ให้อยู่ แต่ใน กับดักสิ่งที่เกิดขึ้นคือ เหมือนไปแหย่ให้บราดี้โกรธ คราวนี้ก็ขว้างแหลกขึ้นมากกว่าเก่าและ ท้ายสุดก็เป็นอย่างที่จากัวร์ส เผชิญมาคือ แพ้ไป 31-20 ในเกมวันนั้นบราดี้ขว้างลูกให้ปีกรับได้ 26 จาก 28 ครั้งพลาดแค่ 2 กับระยะอีก 262 หลา 3 ทัชดาวน์โดยไม่มีผิดพลาดถูกอินเตอร์เซ็ปต์ก่อนทุบสถิติเพลย์ ออฟ ที่ ฟิล ซิมส์ อดีตควอเตอร์แบ็กยักษ์ใหญ่ ไจแอนต์ส ทำไว้ในเกมซูเปอร์โบว์ล XXI ที่ชนะ เดนเวอร์ แบบหวุดหวิดในปี 1986 เมื่อขว้างลูกได้ 88% แต่ บราดี้ ทำได้ถึง 92.9% หลังเกมจบโค้ช บิลล์ เบลิคชิค ยังพูดติดตลกเสียอีกว่า 2 ครั้งที่พลาดนั้นน่าเสียดายมาก บราดี้ ฉลองตำแหน่ง MVP ที่เพิ่งได้มาหมาด ๆ ด้วยการขว้างลูก 16 ครั้งแรกไม่พลาดเลยก่อนมาพลาด ครั้งแรกเมื่อเข้าสู่ควอเตอร์ 3 ขณะเหลืออีก 10 นาทีกว่าในการบุกครั้งแรกและต้องการระยะ 10 หลาเขาขว้างลูกให้ไทเอนด์ เบ็น วัตสัน รับแต่พลาดไปซึ่งว่าไปแล้วลูกขว้าง ที่ว่านั้นสมบูรณ์แบบแต่วัตสันรับไม่ดีเอง แต่หลังพลาดครั้งแรก บราดี้ก็มาระบายความโกรธด้วยการขว้างได้ 9 ครั้งถัดไปก่อนมาพลาดหนที่ 2 เมื่อ เวส เวลเกอร์ รับลูกในการบุกหนที่ 3 และต้องการระยะแค่หลาเดียวพลาดที่เส้น 17 หลาหน้าบ้านจากัวร์ส เมื่อเข้าสู่ช่วง 6 นาทีสุดท้ายบราดี้แสดงให้เห็นว่าที่เขาเรียกร้องให้ทีมควานหาผู้เล่นในตำแหน่งปีก มาเสริมช่วงปิดฤดูกาลที่ผ่านมานั้น ในความหมายของเขาใช่ว่าเรียกร้อง ปีกซูเปอร์สตาร์แต่อย่างไร ตลอดทั้งเกม มอสส์ (ที่เฉียดทุบสถิติทำทัชดาวน์ที่ เจอร์รี่ ไรซ์ ปีก 49ers ทำไว้ 23 ทัชดาวน์ในปี 1987 แค่ทัชดาวน์เดียว) รับลูกได้แค่หนเดียวกับระยะ 14 หลาแต่ท้ายสุดแล้วก็ยังพาทีมเดินหน้าคว้าชัยชนะมาได้
บราดี้ผู้ซึ่งทำสถิติขว้างทำทัชดาวน์ (50)ของ NFL ขึ้นมาใหม่ขว้างลูกให้ปีกทั้ง 8 คนของเขารับโดยมี เวลกอร์ ที่รับลูกมากสุด 9 ครั้งกับ 54 หลาและ 1 ทัชดาวน์จากนั้นเป็น 3 และ 9 หลาให้กับ วัตสัน ซึ่งทำให้ทีมหนีห่าง จากัวร์ส ไปเป็น 28-17 เมื่อเข้าสู่ปลายควอเตอร์ 3 หลังเกมจบ แจ๊ค เดล รีโอ โค้ช จากัวร์ส ออกมายอมรับว่า เขาหลงกลแผนที่โค้ช บิลล์ เบลิค ชิค วางไว้หลังเห็นเทปการเล่นที่ อีเกิ้ลส์ กับเรเวนส์ ทำไว้ ด้วยการใช้ผู้เล่นอย่างน้อย 2 คนคอยประกบ มอสส์ ส่งผลให้ เพเทรียตส์ ไม่อาจเปิดเกมบุกด้านกลางอากาศได้ถนัดจึงได้นำแผนนั้นมาใช้บ้าง แต่ที่เขาคิดไม่ถึงคือ การที่ผู้เล่นปีกส่วนที่เหลือของ เพเทรียตส์ กลับวิ่งวนเวียนอยู่หลังแนว secondary ซึ่งกลายเป็นจุดอ่อนทันทีที่ผู้เล่นหายไป 1 ตำแหน่งเนื่องจากถูกโยกให้ไปช่วยประกบ มอสส์ กับดอนเต้ สตอลเวิร์ธ ยังด้านข้างสนาม เหยื่อรายต่อไปของ เพเทรียตส์ ก็คือ ชาร์จเจอร์ส ที่เพิ่งช่วยเขี่ยคู่ปรับเก่าของพวกเขาให้พ้น ทางไปแถมด้วยสถิติ 7-0 กับการเล่นในบ้านของรอบเพลย์ ออฟ ที่ บราดี้ ทำไว้
ไจแอนต์ส....ยักษ์ใหญ่-ไจแอนต์ส ต้องรอจนกระทั่งถึง 16 วินาทีสุดท้ายเพื่อให้ ดัลลัส ใช้การบุกหนที่ 4 หรือครั้งสุดท้ายกับระยะที่ต้องการ 11 หลาไม่สำเร็จจึงเดินหน้าอย่างสง่าผ่าเผยเข้าสู่รอบชิงแชมป์สายฝั่ง NFC ต่อไป อาร์ดับบลิว แม็คควอเตอร์ส เขยิบตัดหน้าอินเตอร์เซ็ปต์บอลที่กำลังพุ่งเข้าสู่มือ เธอร์รี่ เกล็นน์ ในบริเวณเอนด์โซนช่วยให้ ไจแอนต์ส บุกไปเอาชนะ ดัลลัส ถึงถิ่น 21-17 ถึงเวลานี้พวกเขาเตรียมเดินหน้าสู่ แลมบูฟิลด์ ด้วยสถิติไม่แพ้ใครนอกบ้านมา 9 เกมติดรวมถึงที่บุกไปชนะทีมที่มีสถิติดีสุดฝั่ง NFC ลูกพี่ใหญ่ของตนเองด้วย ว่าไปแล้วชัยชนะนอกบ้านของ ไจแอนต์ส ครั้งนี้ต้องถือเป็นโชคร้ายฝั่งเจ้าบ้าน ด้วยเพราะในการบุกครั้งสุดท้าย ดัลลัสมีโอกาสบุกในตำแหน่งที่ได้เปรียบ บริเวณครึ่งสนาม แต่เพราะ การฟาวล์ (11)แบบไม่จำเป็นหลายหนรวมถึงที่ โรโม่ ขว้างลูกทิ้ง (intentional grounding) ที่ทำให้ทีมต้องบุกหนที่ 3 และต้องการระยะไกลขึ้นเป็น 20 หลาเลยทำให้พวกเขาตกอยู่ในสถานการณ์ที่ลำบาก
ทั้งๆ ที่ก่อนหน้าในครึ่งแรก ดัลลัสแสดงให้เห็นว่า เขาสามารถที่จะย้ำแค้น เพื่อนร่วมกลุ่มได้เป็นหนที่ 3 เมื่อบุกทำระยะขึ้นมา 90 หลาจากการบุก 20 ครั้งด้วยการเปลี่ยนดาวน์ที่ 3 หรือบุกหนที่ 3 ให้เป็นครั้งแรกได้ 6 ครั้งและใช้เวลาในการบุกไป 10 นาที 28 วินาทีก่อนให้ มาเรี่ยน บาร์เบอร์ (วิ่ง 27 ครั้งระยะ 129 หลา) วิ่งหลาเดียวทำทัชดาวน์ทำให้ ดัลลัส กลับขึ้นมานำ 14-7 เมื่อเข้าสู่ช่วงนาทีกว่าที่เหลือก่อนจบครึ่งแรกแต่ เพราะทีมรับไม่อาจหยุดการบุก ครั้งสุดท้ายของไจแอนต์ส ได้ปล่อยให้ อีไล แมนนิ่ง พาทีมบุกขึ้นมาก่อนขว้างลูก 4 หลาให้ อมานี่ ทูเมอร์ รับทำทัชดาวน์ไล่ตีเสมอสำเร็จเมื่อเหลือไม่ถึง 7 วินาทีของครึ่งแรก นั้นอาจเป็นอีก 1 สาเหตุที่ทำให้ ดัลลัส ต้องพบกับความพ่ายแพ้ ในอาทิตย์ 2 ของปีนี้ แพคเกอร์ส เคยถล่มไจแอนต์ส ไว้ 35-13 ซึ่งนั้นเป็นการแพ้นอกบ้านครั้งสุดท้ายของ ไจแอนต์ส ด้วย

ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์คิกออฟ ฉบับที่ 3100