|
ไทยแลนด์สปอร์ตออนไลน์
|
เอ็น.เอฟ.แอล.ออนไลน์
| ข่าว |
อัพเดท
7 มกราคม 2551
เหยี่ยวทะเล ไล่จิก อินเดียนแดง เจอ ชีตส์ รอบถัดไป เ
สือดาว บุกตะปบ คนเหล็ก เตรียมไปเจอนักรบกู้ชาติ
2 คู่แรกของเพลย์ ออฟ รอบไวลด์ คาร์ด ฤดูกาล 2007-08 จบลงอย่างตื่นเต้นแบบสุดๆ อินเดียน-เรดสกินส์ ที่ตลอดเดือน ธ.ค.ปีที่แล้วไล่ทุบคู่แข่ง 4 ทีมรวดขโมยตั๋วเพลย์ ออฟ ใบสุดท้ายจากคู่แข่ง 2 ทีมอย่าง นักบุญ-เซนต์ส กับม่วงมหากาฬ ไวกิ้งส์ มาได้อย่างเฉียดฉิวก็มีอันต้องพบกับอวสานด้วยน้ำมือของอดีตคู่ปรับเก่าเมื่อ 2 ปีที่แล้วเมื่อถูก ซีฮอว์คส์ ไล่จิกกลับบ้านแต่อย่างน้อย เรดสกินส์ ก็เกือบทำเอาแฟนหัวใจเจ้าบ้าน เกือบวายไปเช่นกัน เช่นเดียวกับเสือดาว-จากัวร์ส น้องใหม่สด ๆ ซิง ๆ ที่เข้าสู่เพลย์ ออฟ เป็นครั้งแรกแต่ได้รับเกียรติยกให้เป็นเพียงทีมเดียวของรอบนี้ที่มีสิทธิ์คว่ำเจ้า ของสถิติชนะ 100% อย่างนักรบกู้ชาติ เพเทรียตส์ ได้ ก็สมใจเมื่อบุกไปจัดการตะปบคนเหล็ก สตีลเลอร์ส ล้างอาถรรพ์ที่ไม่เคยแพ้ใคร 2 หนต่อฤดูกาลมานาน 75 ปีลงได้ ก่อนเดินหน้าเข้าไป เตรียมพบกับว่าที่เต็ง 1 ต่อไปโดยรอลุ้นว่าเพื่อนร่วมกลุ่มจะ ทำได้ดีแค่ไหนในการไปเยือน ชาร์จเจอร์ส
ซีแอตเติล
7
3
3
22
35
วอชิงตัน
0
0
0
14
14
ที่ ซีแอตเติล :
หลังตลอดเดือนที่แล้วไล่ถล่มคู่แข่งมาอย่างเมามันในที่สุด อินเดียนแดง-วอชิงตัน เรดสกินส์ ก็มาพบจุดจบยังบ้านของเหยี่ยวทะเล-ซีแอตเติล ซีฮอว์คส์ หลังปล่อยให้คู่แข่งเริ่งราไล่แซงขึ้นมานำในควอเตอร์สุดท้ายทั้งๆ ที่ 3 ควอเตอร์แรกนำไปก่อน 13-0 ซีแอตเล ก็มาทำ 3 ทัชดาวน์แซงกลับมาชนะคู่แข่ง อย่างขาดลอย 35-14 เดินหน้าไปพบกับชีตส์-กรีนเบย์ แพคเกอร์ส ต่อไปในอาทิตย์หน้า
แม็ตต์ ฮาสเซลเบ็ก ขว้างลูก 20 หลาให้ ดีเจ แฮ็คเกตต์ รับทำทัชดาวน์จากนั้น มาร์คัส ทรูเฟนต์ กับจอร์แดน บาบินเนยู ก็มาช่วยกันอินเตอร์เซ็ปต์ลูกขว้างของ ทอดด์ คอลลิ้นส์ รวมถึงที่วิ่งย้อนทำทัชดาวน์ดับฝันทีมเยือนที่จะไล่ตีเสมอถึงตรงนี้ ซีแอตเติล จบซีซั่นด้วยสถิติเล่นในบ้านชนะ 8 แพ้แค่ครั้งเดียว ขณะที่ทีมเยือน เรดสกินส์ ถึงแม้แพ้ก็ยังไม่เสียหายเพราะอย่างน้อยพวกเขาก็ทำสถิติชนะไว้ 4 เกมติดก่อนหน้า "ผมแทบไม่เชื่อว่าทุกอย่างจะจบลงเร็วแบบนี้" ไลน์แบ็กเกอร์-ลอนดอน เฟล็ทเชอร์ ของ เรดสกินส์ กล่าว "ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้าพวกเขาเชื่อว่ามีดีพอที่จะเดินหน้าถึงซูเปอร์โบว์ลได้" ตั้งแต่ออกสตาร์ตจนกระทั่งเข้าสู่ต้นควอเตอร์สุดท้าย เรดสกินส์ ไม่แสดงให้เห็นเลย ว่าพวกเขาจะทำอะไรเจ้าบ้านได้เมื่อตามหลังอยู่ 13-0 เมื่อเข้าสู่ควอเตอร์ 4 และในการบุกครั้งแรกของ เรดสกินส์ คอลลิ้นส์ ก็พาทีมบุก 7 จาก 9 ครั้งทำระยะขึ้นมา 84 หลารวมถึงที่ขว้างลูกให้ไทเอนด์ คริส คูลี่ย์ รับมือเดียวก่อนมาจบลงด้วยการขว้างลูก 7 หลาให้ แอนทอน แรนเดิล เอล รับทำทัชดาวน์ช่วยให้ทีมไล่มาเป็น 7-13 จากนั้นในการบุกครั้งแรกของ ซีแอตเติล ที่เสียคะแนนเป็นครั้งแรก เซฟตี้ ลารอน แลนดรี่ย์ผู้ซึ่งลงทำหน้าที่แทนเจ้าของตำแหน่ง ชอว์น เทย์เลอร์ ที่เสียชีวิตไปก็อินเตอร์ เซ็ปต์ลูกขว้างของ ฮาสเซลเบ็ก ที่หน้าบ้าน ซีแอตเติล และเป็น คอลลิ้นส์ ที่สังเวยความผิดพลาดของเจ้าบ้านครั้งนี้ด้วยการขว้างลูก 30 หลาให้ แซนตาน่า มอสส์ รับทำทัชดาวน์ทำให้ เรดสกินส์ แซงกลับขึ้นมานำเจ้าบ้านเป็นครั้งแรกของเกม 14-13 จากนั้น เรดสกินส์ มีโอกาสหนีห่างเจ้าบ้านไปเป็น 17-13 แต่น่าเสียดายที่ตัวเตะ ชอว์น ซุสแฮม เตะฟิลด์โกล์ระยะ 30 หลาออกซ้ายไป ซีแอตเติล ก็ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไป ฮาสเซลเบ็ก พาทีมบุกขึ้นมา 5 ครั้งก่อนมาจบด้วยการขว้างลูกให้ แฮ็คเกตต์ รับทำดาวน์ก่อนมาทำ 2 คะแนนได้ทำให้กลับขึ้นมานำ 21-14 เมื่อเหลือ 6 นาทีกว่า
คอลลิ้นส์ ผู้ซึ่งก่อนพา ทีมชนะมา 4 เกมติดแม้จะไม่เคยลงเล่นเป็นตัวจริงมาเลยตั้งแต่ปี 1997 ก็ได้พบกับความจริงว่าประสบการณ์เพลย์ ออฟ มีความสำคัญมากโดยเฉพาะ ยามทีมตกอยู่ในฐานะผู้ตามเมื่อเขาตั้งใจขว้างลูกให้ แซนตาน่า มอสส์ แต่พลาดถูกฝั่งตรงข้ามอินเตอร์เซ็ปต์ก่อนวิ่งย้อน 78 หลาทำทัชดาวน์และมาโดนซ้ำจาก บาบินเนยู ที่วิ่งย้อน 27 ทำทัชดาวน์อีกครั้งส่งผลให้ คอลลิ้นส์ ผู้ซึ่งไม่เคยขว้าง พลาดถูกอินเตอร์เซ็ปต์มาเลยนับตั้งแต่เล่นให้ บิลส์ เมื่อ 30 พ.ย.1997 มาพลาดในเกมเดียวโดนไป 2 หน.....Notes : มีทีมเยือนแค่ 2 หนแต่เป็นแค่ทีมเดียว เท่านั้นในประวัติศาสตร์เพลย์ ออฟ ที่ตามหลัง 13 คะแนนเมื่อเข้าสู่ควอเตอร์สุดแล้ว พลิกกลับมาชนะคือ ดัลลัส ที่ทำได้ทั้ง 2 ครั้งในปี 1972 และ 80
.....@ เป็นครั้งที่ 2 ของเพลย์ ออฟ ที่ 2 โค้ชพาทีมชนะกว่า 150 นัดพาทีมโคจรมาเจอกัน : ไมต์ โฮลเกร็น-ซีแอตเติล 157 และโจ กิบส์-ซีแอตเติล 154 นัด.....@ ในฤดูกาลนี้ ซีแอตเติล ถูกกรรมการเป่าโทษแค่ 3.7 ครั้งต่อเกมน้อยสุดในประวัติศาสตร์ ทีมและ NFL ด้วยนับตั้งแต่ปี 1973 เป็นต้นมา..@ รันนิ่งแบ็ก-ชอว์น อเลกซันเดอร์ ของ ซีแอตเติล ไม่ทำฟัมเบิลเลยในฤดูกาลนี้
แจ๊คสันวิลล์
7
14
7
3
31
พิตส์เบิร์ก
7
0
13
19
29
ที่ พิตส์เบิร์ก :
75 ปีที่สถิติไม่เคยแพ้ใคร 2 ครั้งติดต่อฤดูกาลที่คนเหล็ก พิตส์เบิร์ก สตีลเลอร์ส ได้สร้างไว้ต้องมีอันต้องมาถูกทำลายลงด้วยน้ำมือทีมรุ่นใหม่อย่าง แจ๊คสันวิลล์ จากัวร์ส เมื่อทำนบมาทลายลงไปในควอเตอร์สุดท้ายนี่เอง จอร์จ สโคบี กลายเป็นฮีโร่ทีมเยือนเมื่อลงมาเตะฟิลด์โกล์ระยะ 25 หลาในช่วง 37 วินาทีที่เหลือช่วยให้ จากัวร์ส ที่จบครึ่งแรกด้วยการนำเจ้าบ้านไปก่อน 21-7 ก่อนหนีห่างไปถึง 18 คะแนนเมื่อเข้าสู่ควอเตอร์สดท้ายแซงกลับมาชนะได้อย่างหวุดหวิด 31-29
สตีลเลอร์ส เริ่มต้นบุกครั้งแรกได้อย่างน่ากลัว "Big-Ben" เบ็น โรธลิสเบอร์เกอร์ พาทีมบุกครั้งแรกทำระยะขึ้นมา 80 หลาก่อนมาจบที่ ดาเญห์ ดาเว็นพอร์ต ทำทัชดาวน์แต่ จากัวร์ส ก็มาไล่ตีเสมอทันควันหลัง มัวริซ โจนส์-ดรู รับลูกคิกออฟวิ่งย้อน 96 หลาและเป็น เฟรด เทย์เลอร์ ที่มาสำเร็จโทษความผิดพลาดของเจ้าบ้านครั้งนี้ด้วย การวิ่งหลาเดียวไล่ตีเสมอให้ทีมได้สำเร็จ 7-7 จากนั้นเกมก็พลิกผันกลายเป็นทีมเยือน จากัวร์ส ที่ไล่ถล่มอยู่ข้างเดียว บิกเบ็น ขว้างพลาดครั้งแรกของเกมก็กลายเป็นคะแนน ของฝั่งตรงข้ามทันทีเมื่อ ราสฮีน มาธิส อินเตอร์เซ็ปต์วิ่งย้อน 63 หลาทำทัชดาวน์ ก่อนที่ เดวิด การ์ราร์ด จะขว้างลูกให้ โจนส์-ดรู ที่วิ่งแอบขึ้นไปรับลูก่อนวิ่ง 43 หลาทำทัชดาวน์ที่ 3 ให้ จากัวร์ส จบครึ่งแรกด้วยการนำเจ้าบ้านไปก่อน 21-7 งานนี้แฟนเจ้าบ้านไม่พอใจ ฟอร์มการเล่นของทีมโปรดตนเองถึงกับโห่ไล่
ออกสตาร์ตครึ่งหลัง สตีลเลอร์ส มีโอกาสทำคะแนนได้ก่อนเมื่อบุกไปถึงหน้าบ้าน จากัวร์ส แต่ท้ายสุดพวกเขาทำได้ดีสุดก็แค่การส่ง เจฟฟ์ รีด มาเตะฟิลด์โกล์ระยะ 28 หลาให้ทีมไล่มาเป็น 10-21 ก่อนที่ โจนส์-ดรู จะทำให้เสียงเชียร์ของเจ้าบ้าน เงียบกริบเมื่อเขาลงมาวิ่ง 10 หลาทำทัชดาวน์ที่ 4 ให้กับทีมเยือนพร้อมทำให้ จากัวร์ส หนีห่างไปเป็น 28-10 เมื่อเข้าสู่ควอเตอร์สุดท้าย ถึงตรงนี้ไม่มีใครเชื่อว่า สตีลเลอร์ส จะฟื้นคืนชีพขึ้นมาได้แต่ปาฏิหาริย์ก็มีจริง บิกเบ็น บอมบ์ไกล 35 หลาให้ แซนอันโตนิโอ โฮลมส์ รับทำทัชดาวน์ช่วยให้ สตีล เลอร์ส ไล่มาเป็น 17-28 เมื่อเหลือ 14 นาทีกว่า จากนั้น บิก เบ็น ก็แผลงฤทธิ์อีกครั้งด้วยการขว้างลูก 14 หลาให้ไทเอ็นด์ ฮีท มิลเลอร์ รับทำทัชดาวน์ที่ 3 ของทีมทำให้ สตีลเลอร์ส ไล่กระชั้นชิดมาเป็น 23-28 เนื่องจากเจ้าบ้านเล่น 2 คะแนน พลาด และแล้วก็เป็น ดาเว็นพอร์ต ที่ทำให้เสียงเชียร์ของแฟนเจ้าบ้านกระหึ่มขึ้นมาอีกครั้งเมื่อวิ่งหลาเดียวทำทัชดาวน์ที่ 4 ให้กับทีมพร้อมทำให้ สตีลเลอร์ส แซงขึ้นนำทีมเยือนเป็นครั้งที่ 2 หลังนำในการรุก ครั้งแรก 29-28 และเป็นอีกครั้งที่เจ้าบ้านพยายามทำคะแนน 2 และพบกับความล้มเหลว แต่ท้าย สุดแล้วทีมรับ สตีลเลอร์ส ก็ไม่อาจหยุด การ์ราร์ด ได้ในการบุกหนที่ 3 และต้องการระยะ 7 หลาขณะเหลือ 2 นาทีกว่าเมื่อปล่อยให้ การ์ราร์ด วิ่งมาล้มลงที่เส้น 10 หลาหน้าบ้านตนเองเลยทำให้ สโคบี ลงมาเตะฟิลด์โกล์ช่วยให้ทีมเยือน จากัวร์ส บุกมาชนะเจ้าบ้านไปในที่สุด
Notes : 3 อินเตอร์เซ็ปต์ที่ โรธลิสเบอร์เกอร์ ขว้างพลาดในเกมนี้ถือว่ามาก สุดในซีซั่นนี้เช่นกัน...... ครั้งสุดท้ายที่ การ์ราร์ด ขว้างพลาดถูกไป 2 อินเตอร์เซ็ปต์คือ เมื่อนัดเจอ กับ ไททานส์ เมื่อ 17 ธ.ค. 2006 ที่นัดนั้นเขาโดนไป 3 ครั้งและในปีนี้จาก การขว้างไป 325 ครั้ง เขาทำผิดพลาดแค่ 3 ครั้งเท่านั้น
ข้อมูลจาก
หนังสือพิมพ์คิกออฟ ฉบับที่ 3091
Back to the top