|

|
|
เพเทรียตส์
ยืดสถิติไม่แพ้หลังปลดชนวนจรวด เจ็ตส์
ขณะที่โลมา-ดอลฟินส์ ชนะเป็นแล้วหลังถอนขนอีกา
|
นักรบกู้ชาติ นิวอิงแลนด์ ปลดชนวนจรวด
เจ็ตส์ เป็นบันไดไต่เต้าไปสู่ชัยชนะ 100% ต่อไปขณะที่ทางด้านโลมา ดอลฟินส์
ควานหาชัยชนะครั้งแรกของฤดูกาลเจอแล้ว หลังจัดการถอนขนอีกาผยอง-เรเวนส์ คาบ้านตนเอง
| นิวอิงแลนด์ |
7
|
10
|
0
|
3
|
20
|
| เจ็ตส์ |
0
|
7
|
0
|
3
|
10
|
ที่ ฟ็อกโบโร่,แมสซาชูเซตส์ : แม้ต้องเจอทั้งฝนและความหนาวเย็นแต่นั่นก็ไม่อาจ
หยุดความร้อนแรงของ นิวอิงแลนด์ เพเทรียตส์ ได้เช่นเดียวกันแม้วันนี้ ทอม
บราดี้ จะขว้างทำทัชดาวน์ไม่ได้เลยแต่ก็เหลือเฟือที่จะทำให้ เพ เทรียตส์
รักษาสถิติไม่แพ้ใครไว้ได้เมื่อไล่ถล่มเพื่อนร่วม กลุ่ม นิวยอร์ก เจ็ตส์
ไปอย่างจุ๋มจิ๋ม 20-10
นี่เป็นการเจอกันเป็นครั้งแรกหลังอาทิตย์แรกเจอกันมา
เพเทรียตส์ เจอข้อหาว่าส่ง "spy" ล้วงตับคู่แข่งข้างสนามจนส่งผลให้โค้ช บิลล์
เบลิคชิค ถูก NFL สั่งปรับไปเป็นเงิน 5,000 และทีมเองก็ยังโดนด้วยอีก 250,000
ดอลลาร์พร้อมเสียสิทธิ์ดราฟต์รอบแรก ของปีหน้าไปด้วย แต่การเจอกันครั้งนี้ดูเหมือน
เบลิคชิค ไม่จำเป็นต้องส่งใครไปแอบดูแผนการเล่น ของคู่แข่งอีกต่อไป นิวอิงแลนด์
นำคู่แข่งก่อนตั้งแต่แรกจนจบจะมีทำให้เสียวอยู่บ้าง ก็เมื่อเข้าสู่ปลายควอเตอร์สุดท้าย
เมื่อปล่อยให้ เจ็ตส์ บุกมาถึงหน้าบ้านแต่ท้ายสุดก็ทำได้แค่ฟิลด์โกล์กลับไป.........Notes
: ควอเตอร์แบ็กมือ 1 ของ เจ็ตส์ คลีเม็นส์ ได้รับบาดเจ็บกระดูกซี่โครง จากการถูกดีเฟนซีฟเอนด์
ริชาร์ด ซีย์มอร์ อัดในการบุกครั้งแรกจาก นั้นก็ไม่กลับมาลงเล่นอีกเลย.......นิวอิงแลนด์
กลายเป็นทีมที่ 2 ต่อจาก ดอลฟินส์ ที่ทำไว้ในปี 1972 กับการออกสตาร์ตด้วยสถิติ
14-0 .......ทัชดาวน์เดียวที่ เจ็ตส์ ทำได้มาจากการ บล็อกลูกพันต์ในควอเตอร์
2 และเป็น เดวิด โบเว่นส์ ที่เก็บบอลได้ก่อนวิ่งย้อนทำทัชดาวน์.....บราดี้
ขว้างพลาดถูกอินเตอร์เซ็ปต์ในบ้านเป็นหนแรกหลังครั้งแรกที่เกิดขึ้นในอาทิตย์
2 .....ขณะที่ นิวอิงแลนด์ ได้ทุกอย่างครบหมดแล้วปรากฏว่าเป็นครั้งแรกของปีนี้ที่
บราดี้ ขว้างทำทัชดาวน์ไม่ได้เลย
| ไมอามี |
3
|
3
|
7
|
6
|
6
|
22
|
| บัลติมอร์ |
3
|
10
|
0
|
3
|
0
|
16
|
ที่ ไมอามี : ในที่สุดโลมา
ไมอามี ดอลฟินส์ ก็หาทางออกทะเลเจอเมื่อ เกรก คามาริลโล่ รับลูกก่อนวิ่ง
64 หลาทำทัชดาวน์ในช่วงต่อเวลาช่วยให้ทีมเอาชนะ บัลติมอร์ เรเวนส์ ไปอย่างหวุดหวิด
22-16 พร้อมหยุดสถิติไม่ชนะใครเลยมาตั้งแต่ออกสตาร์ตลงได้
ต้องถือเป็นความโชคดีของ เจ้าบ้าน
ด้วยที่ทีมเยือนบุกหน สุดท้ายขณะถึงเส้นหลาเดียว หน้าบ้านของ ดอลฟินส์ ไม่สำเร็จ
ทำให้ แมตต์ สโตเวอร์ ต้องลงมาเตะฟิลด์โกล์ระยะ 44 หลายืดชีวิตให้ทั้ง 2
ต่างไปฎีกาหาผู้ชนะในช่วงต่อเวลาออกไปหลัง เรเวนส์ ที่มีโอกาสได้บุกก่อนบุกไม่สำเร็จ
คามาริลโล่ ลงมาวิ่ง 2 ครั้งพาทีมมาถึงกลางสนามและ เมื่อเข้าสู่ครั้งที่
3 เขาก็รับลูกขว้างจาก คลีโอ เลม่อน ท่ามกลาง secondary ของฝั่งตรงข้าม 2
คนทะลุเข้าสู่เอนด์โซนทำให้ ดอลฟินส์ อดีตเจ้าของสถิติชนะ 100% รอดพ้นจากการทำสถิติใหม่ที่ตรงกันข้ามไปได้อย่างหวุดหวิดพร้อมกับหยุดสถิติแพ้มา
16 เกมติด นับตั้งแต่อาทิตย์ 14 ของ 10 ธ.ค.2006 ปีที่แล้วลงแล้วด้วย และนี่คือ
ชัยชนะครั้งแรกของโค้ชใหม่ แคม คาเมรอน ของ ดอลฟินส์ ในรอบ 11 เดือนที่ผ่านมาด้วย
ขณะที่ เรเวนส์ แพ้เป็นนัดที่ 8 ติดนานสุดในประวัติศาสตร์ทีม....Notes :
ในควอเตอร์ 3 สู่ควอเตอร์สุดท้าย ดอลฟินส์ ใช้เวลาบุกได้นานถึง 22 นาที.....ดอลฟินส์
มีสถิติ 0-4 กับการมาเยือน ดอลฟินส์ สเตเดี้ยม
| กรีนเบย์ |
7
|
10
|
10
|
6
|
33
|
| เซนต์หลุยส์ |
7
|
7
|
0
|
0
|
14
|
ที่เซนต์หลุยส์, มิสซูรี :
เบรต ฟาฟร์ควอเตอร์แบ็ก ระดับตำนาน ก็สามารถสร้างประวัติศาสตร์ บทใหม่ขึ้นมา
ได้อีกหนึ่งอย่าง คราวนี้เป็นการโค่นสถิติทำระยะสูงสุดตลอด กาลของ แดน มารีโน่ลงได้
ในเกมที่เขาพากรีนเบย์ แพคเกอร์ส บุกไปไล่อัดเซนต์หลุยส์ แรมส์เสียกระจัดกระจาย
33-14
เกมนี้ฟาฟร์ขว้างไป 277 หลา 2 ทัชดาวน์ทำให้ระยะรวมทั้งหมดของเขาสูงถึง
61,405 หลาเข้าไปแล้ว แซงหน้ามารีโน่ อดีตสตาร์ของดอลฟินส์ที่ทำไว้ก่อนเลิกเล่น
61,361 หลา
"ผมพูดเสมอว่า สถิติต่างๆส่วนตัวผมรู้สึกภูมิใจกับมัน"
ฟาฟร์กล่าวหลังจบเกม "แต่สิ่งที่สำคัญกว่าก็คือทีมชนะ มันจะไม่เข้าท่าเลย
ถ้าผมทำลายสถิติลงได้ แต่สุดท้ายทีมกลับพ่ายแพ้"
ในช่วงแรก รูปเกมเป็นไปอย่างตื่นเต้นมากๆ
ไรอัน แกรนต์มาทะลวง 1 หลาให้ทีมเยือนนำไปก่อน 7-0 แต่มาร์ก บัลเจอร์ก็มาขว้างไปที่จุดนัดพบให้ปีกตัวเก๋าทอร์รี่
โฮลต์รับทัชดาวน์ได้เยี่ยม ส่งให้แต้มพลิกกับมาเสมอกันเป็น 7-7
ถึงแม้เกมนี้จะไม่ใช่ฟอร์มที่ดีที่สุดของฟาฟร์ก็ตาม
แต่เขาก็ยังมีสายตาที่เฉียบ แหลมอยู่เช่นเคย การขว้างยัดให้โดนัลด์ ลี ในช่วงต้นควอเตอร์ที่สอง
ทำให้กรีนเบย์ขึ้นนำอีกครั้งเป็น 14-7 แต่อย่างไรก็ตามสตีเว่น แจ็กสัน รันนิ่งแบ็กระดับโปรโบวล์ก็มาวิ่งทะลวง
46 หลาให้แรมส์ไล่มาก่อนจบครึ่งแรกเป็น 17-14
ในครึ่งหลังกลับเป็นทางกรีนเบย์ ที่เล่นดีกว่าเยอะทีเดียว
เบรต ฟาฟร์โชว์พลังแขนอันทรงพลัง ขว้างบอมบ์กว่า 44 หลาให้เกรก เจนนิ่งส์วิ่งเข้าไปรับทำทัชดาวน์อย่างเหนือชั้นสุดๆ
ก่อนที่เมสัน ครอสบี้จะมาเตะฟิลด์โกล์อีก 4 ครั้งให้สุดท้ายแพคเกอร์สถล่มชนะไปได้ขาดลอย
33-14
จากชัยชนะในเกมนี้ทำให้แพคเกอร์สได้บาย
ในรอบแรกเรียบร้อยแล้วจากสถิติสุดยอด 12-2 และยังมีลุ้นได้แชมป์สายอีกด้วย
หลังจากที่ดัลลัส คาวบอยส์ดันไปพลาดท่าพ่ายฟิลาเดลเฟีย อีเกิลส์ในวันเดียวกันนี้
note : ครั้งล่าสุดที่กรีนเบย์ได้บายในเพลย์ออฟต้อง
ย้อนกลับไปถึงเมื่อปี 1997 นั่นเลยทีเดียว
| แจ๊กสันวิลล์ |
3
|
7
|
12
|
7
|
29
|
| พิตต์สเบิร์ก |
0
|
7
|
0
|
15
|
22
|
แจ๊กสันวิลล์,ฟลอริด้า : เสือดาว-แจ๊กสันวิลล์
จากัวร์สแสดงให้ทุกคนเห็นว่า พวกเขาพร้อมแล้วสำหรับเกมเพลย์ออฟ เมื่อบุกไปขยี้พิตต์เบิร์ก
สตีลเลอร์สคารังไฮนซ์ ฟิลด์ได้อย่างสวยสดงดงาม 29-22
สตีลเลอร์สก่อนที่จะปะทะกับจากัวร์ส
ในเกมนี้มีสถิติยอดเยี่ยมในบ้าน (7-0) และทันทีที่พ่ายในเกมนี้ทำให้พวกเขา
มีสถิติเท่ากับคลีฟแลนด์ บราวน์ (9-5) ซึ่งบทสรุปว่าใครจะได้แชมป์กลุ่มจะต้องไปตัดสินกันอีกในสองสัปดาห์ข้างหน้านี้
ถึงแม้เบน โรธลิสเบอร์เกอร์จะมาขว้าง
18 หลาให้ฮีธ มิลเลอร์ ไทต์เอนด์ร่างยักษ์รับทำทัชดาวน์ และนำไปก่อน 7-3
ก็ตาม แต่ทว่าจากัวร์สก็มาทวงคืนได้สามทัชดาวน์รวด จากฟอร์มอันสุดยอดของเดวิด
การ์ราร์ด ที่ขว้างให้เออร์เนสต์ วิลฟอร์ด,เรจจี้ วิลเลี่ยมส์ และเดนนิส
นอร์ธคัทท์ ส่งให้ทีมเยือนนำห่างไปไกลลิ่วเป็น 22-7
ซึ่งถึงแม้ว่าในช่วงครึ่งหลังสตีลเลอร์ส
จะกลับมาตีเสมอเป็น 22-22 ได้อย่างน่าประทับใจจากลูกขว้างสองทัชดาวน์ของบิ๊กเบน
11 หลาให้ไฮน์ส วอร์ด และ 30 หลาให้เนต วอชิงตัน แต่ก็ยังมาโดนทีเด็ดของเฟรด
เทย์เลอร์วิ่ง 12 หลาทะลวงในเอนด์โซนช่วงท้ายเกมจนได้ บทสรุปของแมตช์นี้จึงจบลง
ด้วยชัยชนะของจากัวร์ส 29-22
"เกมนี้เราเล่นดีในช่วงท้ายนะ แต่อย่างไร
ก็ตามแพ้ก็คือ แพ้ จะให้มายินดีคงไม่ได้หรอก" เบน โรธลิสเบอร์เกอร์ ควอเตอร์แบ็กตัวหลักของคนเหล็ก-สตีลเลอร์สกล่าว
ในเกมนี้ภาพรวมพิตต์สเบิร์กเล่นได้ไม่เลวทีเดียว
บิ๊กเบนขว้างไป 3 ทัชดาวน์ ไม่มีอินเตอร์เซ็ปต์ในขณะที่วิลลี่ พาร์กเกอร์ก็ทำระยะไปได้ถึง
100 หลา แต่ทว่าต้องชมทางฝั่งจากัวร์สที่เล่นได้เยี่ยมกว่า โดยเฉพาะรันนิ่งแบ็ก
เฟรด เทย์เลอร์ วันนี้ระเบิดฟอร์มไปกระจายวิ่งถึง 147 หลาทีเดียว
| เทนเนสซี |
7
|
3
|
10
|
6
|
26
|
| แคนซัส ซิตี้ |
0
|
14
|
3
|
0
|
17
|
ที่แคนซัส ซิตี้,มิสซูรี :
ในที่สุดเทนเนสซี ไททันส์ ก็ลบสถิติอันเลวร้ายที่ไม่เคยชนะแคนซัส ซิตี้ ชีฟส์ลงได้
17 ปีติดต่อกันสำเร็จเมื่อคราวนี้สามารถบุกไปโค่นได้คารัง 26-17 ทีเดียว
จากฟอร์มอันย่ำแย่พ่ายมาถึง 6 เกมติดต่อกันทำให้ในนัดนี้สนามแอร์โรว
เฮดของแคนซัส ซิตี้มีผู้เข้ามาชมเพียงแค่ครึ่งหนึ่งเท่านั้น และสุดท้ายผลการแข่งขันก็ไม่มีอะไรพลิกโผ
เมื่อชีฟส์พ่ายไปอีกครั้งหนึ่งเพิ่มสถิติอันย่ำแย่เป็นแพ้ 7 นัดรวดเข้าไปแล้ว
"นี่มันเป็นเรื่องที่น่าอายมากๆ"
โทนี่ กอนซาเลสไทต์เอนด์โปรโบว์ลกล่าว "มันไม่ใช่แค่ความพ่ายแพ้เท่านั้น
แต่ฟอร์มการเล่นของเรายังไม่ได้เรื่องอีกด้วย โดนทำแต้มห่างไม่ถึง 10 คะแนนนี่นับว่าโชคดีมากแล้ว"
ออกสตาร์ตมาได้แค่พริบตาเดียว วินซ์
ยังก็มาบอมบ์ 16 หลาให้รอยเดลล์ วิลเลี่ยมส์รับทำทัชดาวน์ได้สวย และถึงแม้ว่าบรอดี้
ไคล์จะมาขว้างสองทัชดาวน์ให้ซามี่ พาร์ เกอร์รับระยะ 10 หลา กับคริส วิลสันรับระยะ
9 หลา ให้ชีฟส์พลิกขึ้นนำเป็น 14-10 ก็ตาม แต่ทว่าก็ทำได้แค่นั้น เพราะหลังจากนั้นเป็นการนวดข้างเดียวของทีมเยือน
รอบ ไบโรนาสตัวเตะฝีเท้าฉมังมาซัด
4 ฟิลด์โกล์ จากนั้น วินซ์ ยังก็มาขว้างทัชดาวน์ให้ปีกคู่ใจของเขารอยเดลล์
วิลเลี่ยมส์รับอีกหนึ่งทัชดาวน์ ให้สุดท้ายแต้มจบลงที่ 26-17
วินซ์ ยังขว้างไปถึง 191 หลา 2 ทัชดาวนฺ์
ไม่มีอินเตอร์ เซ็ปต์ ในขณะที่รอยเดลล์ วิลเลี่ยมส์รับไป 94 หลา ในขณะที่ไคล์
บรอยดี้ควอเตอร์แบ็กของชีฟส์ขว้างไป 217 หลา 2 ทัชดาวนฺ์ 2 อินเตอร์เซ็ปต์
ซึ่งจากชัยชนะนัดนี้ทำให้ไททันส์ยังคงมีลุ้นเข้ารอบอยู่เหมือนกัน
โดยมีสถิติ 8-6 แต่ต้องไปภาวนาให้ไม่สตีล เลอร์ส หรือคลีฟแลนด์ บราวน์ออกไปพลาดในสองเกมที่เหลือ
| คลีฟแลนด์ |
3
|
5
|
0
|
0
|
8
|
| บัฟฟาโล่ |
0
|
0
|
0
|
0
|
0
|
ที่คลีฟแลนด์,โอไฮโอ : สภาพสนามที่ย่ำแย่และเต็มไปด้วยหิมะ
ทำให้การขึ้นเกมของทั้งสอง ทีมเป็นไปได้ยากสุดๆ แต่อย่างไรก็ตาม ตูบแก้มย้อย-คลีฟแลนด์
บราวน์ก็ยังใช้ผู้เล่นที่มีศักยภาพสูงกว่า ไล่บดบัฟฟาโล่ บิลส์ไปได้อย่างสบายๆ
8-0
สนามที่มีหิมะปกคลุมมากขนาดนี้ทำให้การบุกต้องขึ้นเกมด้วยการวิ่งเสียมาก
และนั่นทำให้บราวน์ที่มีรันนิ่งแบ็กระดับซูเปอร์โบวล์อย่างจามาล ลูอิสอยู่
ได้เปรียบขึ้นมาทันที เกมนี้ลูอิสวิ่งไประเบิดระเบ้อถึง 163 หลาทีเดียวในขณะที่ตัววิ่งรุกกี้ของบิลส์อย่างมาร์ชอว์น
ลินช์ทำได้เพียงแค่ครึ่งเดียวเท่านั้นคือ 82 หลา
บทสรุปของเกมนี้เกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรก
เท่านั้น โดยเป็นทางด้านฟิล ดอว์สัน ที่เตะสองฟิลด์โกล์ระยะ 35 และ 49 หลา
รวมทั้งการทำได้อีก 1 เซฟตี้ ทำให้เกมการแข่งขันสิ้นสุดลงด้วยคะแนน 8-0
และจากชัยชนะในนัดนี้ทำให้คลีฟแลนด์เขยิบ
มามีสถิติที่ดีเยี่ยมถึง 9-5 เทียบเท่ากับพิตต์สเบิร์ก สตีลเลอร์ส จ่าฝูงกลุ่ม
AFC North นั่นหมายความว่าทั้งสองทีมยังต้องขับเคี่ยวการเป็นแชมป์กลุ่มกันอีกในสองเกมที่เหลือ
ส่วนในแง่ของการเข้าเพลย์ออฟนั้น
สถิติ 9-5 ยังนับว่าได้เปรียบเทนเนสซี่ ไททันส์อยู่หนึ่งเกม ดังนั้นถ้าคลีฟ
แลนด์ไม่ทำอะไรผิดพลาด ก็น่าจะการันตีการเข้าเพลย์ออฟ ได้สำเร็จ
"จากนี้ไปเราจะผิดพลาดไม่ได้เด็ดขาด"
วิลลี่ แม็คกินเนส ไลน์แบ็กเกอร์ของบราวน์กล่าว "สมาธิเป็นสิ่งที่สำคัญมากถ้าเราเผลอเพียงแค่แว่บเดียว
คู่แข่งที่ตามหลังมาพร้อมจะฉกชิงทุกอย่างไปจากเราแน่นอน"
ในขณะที่จามาล ลูอิส รันนิ่งแบ็กฮีโร่ของทีมในวันนี้ก็ออกมาให้คอมเมนต์คล้ายๆ
กับแม็คกินเนสว่า ช่วงนี้จะไม่สามารถทำอะไรผิดพลาดได้อีกแล้ว
"ตอนต้นฤดูกาลหลายคนยังข้องใจนะ บอกว่าเราไม่มีทางเข้าถึงเพลย์ออฟได้แน่
ซึ่งผมต้องการจะทำให้พวกเขารู้ว่า เขาคิดผิดแล้ว ทีมเรามีศักยภาพดีพอที่จะก้าว
ไปไกลกว่าแค่เพลย์ออฟด้วยซ้ำ"
"ดังนั้นในช่วงเวลาที่เหลืออีกสองเกม
เราต้องเล่นให้รัดกุมที่สุด ทีมบุก ทีมรับ ทีมพิเศษ ต้องตั้งใจเต็มที่และไม่เล่นผิดพลาดง่ายๆ
เป็นอันขาด"
สรุปผล NFL อาทิตย์ 15
ฮุสตัน ชนะ เดนเวอร์ 31-13
49ers ชนะ เบงกอลส์ 20-13
นิวออร์ลีนส์ ชนะ คาร์ดินัลส์ 31-24
แทมป้าเบย์ ชนะ ฟอลคอนส์ 37-3
คลีฟแลนด์ ชนะ บัฟฟาโล่ 8-0
กรีนเบย์ ชนะ แรมส์ 33-14
จากัวร์ส ชนะ พิตส์เบิร์ก 29-22
นิวอิงแลนด์ ชนะ เจ็ตส์ 20-10
แพนเธอร์ส ชนะ ซีแอตเติล 13-10
ไมอามี ชนะ บัลติมอร์ 22-16 (OT)
เทนเนสซี ชนะ KC 26-17
โคลต์ส ชนะ เรดเดอร์ส 21-14
ซานดีเอโก ชนะ ไลออนส์ 51-14
อีเกิ้ลส์ ชนะ ดัลลัส 10-6
วอชิงตัน ชนะ ไจแอนต์ส 22-10
|
|