|

|
|
เสือดาว-จากัวร์ส
เปิดรังไล่ตะปบวัวป่า-บิลส์
จี้ติดทีมนำกลุ่ม โคลต์ส ก่อนเจอกันอาทิตย์หน้า
|
เสือดาว- จากัวร์ส เปิดถ้ำตะปบวัวป่า-บิลส์
ตายคาถ้ำ เขยิบใกล้หายใจรดต้นคอผู้เล่นนำกลุ่ม โคลต์ส เข้าไปเรื่อยๆ ก่อนต้องยกพลไปเยือนในอาทิตย์หน้า
ขณะเดียว กันชัยชนะของ จากัวร์ส เหนือ บิลส์ นัดนี้เลยทำให้ตำแหน่งแชมป์กลุ่ม
AFC East ตกเข้าสู่มือ เพเทรียตส์ แบบไม่ต้องเหนื่อยเลย เล่นแบบยั้งๆ ไล่จัดการถอนขนเหยี่ยวมรกต-อีเกิ้ลส์
แบบน่ารักในเกม Sunday Night
| แจ๊คสันวิลล์ |
10
|
6
|
3
|
17
|
36
|
| บัฟฟาโล่ |
0
|
7
|
7
|
0
|
14
|
ที่ แจ๊คสันวิลล์,ฟลอริดา :
เฟรด เทย์เลอร์ วิ่งทำระยะได้สูงสุดของซีซั่นนี้ 104 หลากับ 1 ทัชดาวน์และ
จอร์ช สโคบี ลงมาเตะอีก 5 ฟิลด์โกล์ช่วยให้เสือดาว จากัวร์ส ไล่ตะปบวัวป่า-บิลส์
พ่ายกลับไป 39-14 พร้อมรักษาโอกาสลุ้นเข้ารอบให้เปิดกว้าง ต่อไปและถ้าในอาทิตย์หน้า
พวกเขาเกิดบุกไปชนะผู้นำกลุ่มอย่าง โคลต์ส ได้ถึงบ้านก็ทำให้โอกาสไล่ล่าแชมป์กลุ่มจะสนุกยิ่งขึ้น
ส่วนผู้แพ้ บิลส์ ที่หวังเรียก ศรัทธาคืนหลังถูก
นิวอิงแลนด์ บุกไปถล่มถึงบ้านแบบเละเทะ กลับหยิบยื่นตำแหน่งแชมป์กลุ่ม AFC
East ให้คู่แข่งไปเป็นที่เรียบร้อยหลังเจ้าตัวแพ้เกมนี้ เดวิด การ์ราร์ด
ขว้างลูก 59 หลาให้ เร็กจี้ วิลเลียมส์ รับทำให้ จากัวร์ส หนีห่างไปเป็น
29-14 เมื่อเหลือ 2:39 นาที จากนั้นรันนิ่งแบ็ก มัวริซ โจนส์-ดรู มาวิ่ง
17 หลาขณะเหลือ 1 นาทีกว่าย้ำชัยให้เจ้าบ้านที่ช่วงแรก มีปัญหากับการบุกเข้าสู่
red zone ฝั่งตรงข้ามทำให้ บิลส์ ไล่บี้ไม่ยอมให้คะแนนนำห่างจนกระทั่งเข้าสู่ควอเตอร์สุดท้าย
ซึ่งหลังตามอยู่ 14-22 ควอเตอร์แบ็ก เจพี ลอสแม่น ซึ่งตกอยู่ในสภาพหลังชนฝาเมื่อโค้ช
ดิก จูรอน ประกาศแล้วว่าถ้าเขาเล่นไม่ได้ก็จะปล่อยให้ เทร็นต์ เอ็ดเวิร์ดส์
ลงทำหน้าที่แทนก็มาขว้างพลาดถูกอินเตอร์เซ็ปต์ซึ่งนั้นถือเป็นการเสีย turnover
เป็นหนที่ 3 ของเกมก่อนเกมจบลงด้วยการที่เจ้าตัวขว้างลูกให้ปีกรับได้ 23
จาก 37 ครั้งกับระยะ 211 หลาและ 1 ทัชดาวน์ 2 อินเตอร์เซ็ปต์กับอีก 1 ฟัมเบิลต่างจาก
การ์ราร์ด ที่วันนี้ขว้างได้ 23 จาก 37 ครั้งและทำระยะได้สูงสุดในชีวิตการเล่น
296 หลา พร้อมกับทำลายสถิติทีมด้วยการขว้างไม่มีผิดพลาดถูกอินเตอร์เซ็ปต์
201 ครั้งติด
ลอสแม่น พลาดถูกอินเตอร์เซ็ปต์แรกทำให้
จากัวร์ส ได้บุกที่เส้น 27 หลาหน้าบ้านตนเองก่อนจบลงด้วยการที่ สโคบี้ ลงมาเตะฟิลด์โกล์ทำให้เจ้าบ้านนำห่างเป็น
13-0 เมื่อเข้าสู่ควอเตอร์ 2 ลอสแม่น มาแก้ตัวด้วยการขว้างลูก 10 หลาให้
แอนโธนี่ย์ โธมัส รับทำทัชดาวน์แต่จากนั้นเขาก็มาทำฟัมเบิลในการบุกครั้งต่อมาทำให้
จากัวร์ส ได้ฟิลด์โกล์พร้อม กับจบครึ่งแรกด้วยการนำ 16-7...Notes : จากัวร์ส
ทำระยะบุกได้เหนือกว่า บิลส์ 416-286 และทำให้ บิลส์ ขว้างทำระยะได้แค่ 192
หลาเท่านั้น
| มินเนโซตา |
14
|
10
|
3
|
14
|
41
|
| ไจแอนต์ส |
7
|
0
|
3
|
7
|
17
|
ที่ อีสต์ รูเธอร์ฟอร์ด,นิวเจอร์ซีย์
: ดาร์เร็น ชาร์เปอร์, ดิไวท์ สมิธ และแชด กรีนเบย์ ช่วยกันไล่อินเตอร์เซ็ปต์ลูกขว้างของ
อีไลน แมนนิ่ง พร้อมวิ่งย้อนทำ ทัชดาวน์ก่อนช่วยให้ม่วงมหากาฬ มินเนโซตา
ไวกิ้งส์ บุกไปถล่มยักษ์ใหญ่- ไจแอนต์ส ถึงรัง 41-17
"ไม่จำเป็นว่าเราต้องอ่านการเล่นของ
อีไล อย่างไร" ชาร์เปอร์ กล่าว "เอาแค่ว่าเราเล่นได้ดีเท่านั้นก็พอ" ก็น่าจะเป็นอย่างที่
ชาร์เปอร์ กล่าวเมื่อ 2 ครั้งที่เจอกันมาปรากฏว่าทีมรับ ไวกิ้งส์ ไล่อินเตอร์เซ็ปต์ลูกขว้างของ
อีไล ไปแล้ว 8 ครั้ง โดย 4 ในนั้นกลายเป็นทัชดาวน์ ชาร์เปอร์ วิ่งย้อน 20
หลาขณะที่ สมิธ 93 และกรีนเวย์ วิ่งย้อน 37 หลา ทำสถิติการอินเตอร์เซ็ปต์วิ่งย้อน
ทำทัชดาวน์ของทีมขึ้นมาใหม่ "ยามเมื่อขว้างพลาดถูกอินเตอร์เซ็ปต์แน่นอนว่านั้นย่อมไม่ใช่วันดีของคุณ"
แมนนิ่ง ผู้ซึ่งขว้างลูกให้ปีกรับได้ 21 จาก 49 ครั้งกับระยะ 273 หลา กล่าว
การอินเตอร์เซ็ปต์ของ ชาร์เปอร์ เกิดขึ้นหลัง แมนนิ่ง ขว้างลูกให้ไทต์เอนด์
เจเรมี่ย์ ช็อคคี่ย์ รับแต่ถูกเขาเบียดแย่งก่อนวิ่งย้อนทำทัชดาวน์ สำหรับสถิติวิ่งย้อนทำทัชดาวน์เป็น
ซีแอตเติล ที่ทำไว้ 4 ครั้งนัดชนะ ชีฟส์ 4 พ.ย. 1984 จากชัยชนะในเกมนี้ทำให้
ไวกิ้งส์ กลับมามีลุ้นเข้ารอบในฐานะทีมไวลด์ การ์ด อีกครั้ง หลังตามหลังอยู่
7-24 เมื่อจบครึ่งแรก ไจแอนต์ส ได้ ลอว์เร็นซ์ ไทนส์ ลงมาเตะฟิลด์โกล์ทำให้ทีมไล่มาเป็น
10-27 อย่างไรก็ตาม ทราวิส แจ๊คสัน ซึ่งขว้างลูกให้ปีกรับได้แค่ 10 จาก 12
ครั้งกับระยะ 129 หลาก็มาพาทีมบุกหนที่ 3 ได้ 2 หนจากที่บุกขึ้นมา 14 ครั้งและใช้เวลาไป
9 นาทีก่อนมาจบลงด้วยการที่ ไรอัน ลองเวลล์ ลงมาเตะฟิลด์โกล์ 26 หลาคืนให้
ไวกิ้งส์ นำห่างต่อไป 30-10 สมิธ กับกรีนเบย์ มาช่วยกันอินเตอร์เซ็ปต์ ย้ำชัยให้ทีมเยือนในเวลาต่อมา...Notes
: นับเป็น หนที่ 10 ในประวัติศาสตร์ลีกที่มีการอินเตอร์ เซ็ปต์วิ่งย้อนทำ
3 ทัชดาวน์ในเกมเดียวแต่เป็นครั้งแรกของ ไวกิ้งส์...ทีมรับ ไวกิ้งส์ รั้งอันดับสุดท้ายกับการป้องกันการขว้าง...ครั้งสุดท้ายที่
แมนนิ่ง ขว้างพลาดถูกอินเตอร์เซ็ปต์ไป 4 ครั้งคือเมื่อ 13 พ.ย. 2005 ที่
แพ้ ไวกิ้งส์ ไป 24-21
| ซีแอตเติล |
7
|
0
|
10
|
7
|
24
|
| แรมส์ |
16
|
3
|
0
|
0
|
19
|
ที่ เซนต์ หลุยส์ : แค่หลาเดียวก่อนเข้าสู่เอนด์โซนแต่นั้นเป็นสิ่งที่
กัส ฟรีรอตต์ ทำให้กับ แรมส์ ไม่ได้ควอเตอร์แบ็กมือ 2 ดันไปทำฟัมเบิลในการบุกครั้งสุดท้าย
และต้องการทัชดาวน์จากเส้น 1 หลาหน้าบ้านทีมเยือน ซีแอตเติล ขณะเหลือ 27
วินาทีส่งผลให้เหยี่ยวทะเล-ซีฮอว์คส์ ผู้นำกลุ่มบุกมาหยิบชนะไปได้อย่างหวุดหวิด
24-19
แม้ ฟรีรอตต์ จะมาเก็บบอลคืนได้แต่เขา
ก็ถูกแท็กล้มลงเล่นที่เส้น 5 หลาทำให้ แรมส์ ถูกหยุดสถิติชนะหลังเพิ่งเก็บมาได้
2 ครั้งหลังออกสตาร์ตด้วยสถิติ 0-8 ขณะที่ ซีแอตเติล เอาชนะ แรมส์ ได้เป็นนัดที่
6 ติดและเป็นเกมที่ 3 คิดแล้วของทีมเยือนที่พลิก กลับมาชนะได้ทั้งๆ ที่จบครึ่งแรกตามหลังคู่แข่งถึง
17 คะแนน แรมส์ มีโอกาสทำคะแนนในการบุกครั้งสุดท้ายหลัง จอร์ช บราวน์ เตะฟิลด์โกล์ระยะ
52 หลาพลาดขณะเหลือ 2 นาทีกว่าจากนั้น แรมส์ กลับมามีโอกาสได้บุกอีกครั้งแต่ในการบุกทั้ง
4 ครั้งก็ทำอะไรไม่ได้ แม็ตต์ ฮาสเซลเบ็ก ขว้างลูกให้ปีกรับได้ 21 จาก 38
ครั้งกับระยะ 249 หลา 1 ทัชดาวน์กับ 1 อินเตอร์เซ็ปต์ มัวริซ มอร์รีส ซึ่งลงทำหน้าที่แทน
ชอว์น อเลกซันเดอร์ วิ่งไป 16 ครั้งทำระยะได้ 79 หลาและ ดิออน แบรนช์ รับลูกไปอีก
5 ครั้งทำระยะได้ 92 หลากับ 1 ทัชดาวน์และรุกกี้ จอร์ช วิลสัน รับลูกคิกออฟวิ่งย้อนครั้งแรก
89 หลาก็ทำทัชดาวน์ได้เลยส่วน ฟรีรอตต์ ขว้างได้ 20 จาก 32 ครั้งกับ 161
หลาและ 1 อินเตอร์เซ็ปต์รวมถึงที่ขว้างลูก 15 หลาให้ ไอ แซ็ค บรูซ รับทำทัชดาวน์ในควอเตอร์แรกด้วยส่วน
สตีเว่น แจ๊คสัน วิ่งไป 23 ครั้งทำระยะได้ 90 หลารวมถึงที่วิ่ง 53 หลาทำทัชดาวน์ด้วย
......Notes : เซฟตี้ 2 คะแนนที่ แรมส์ ทำได้ถือเป็นครั้งแรกหลังควอเตอร์แบ็ก
มาร์ค บรูเนลล์ ของ เรดสกินส์ ทำฟัมเบิลในเอนด์โซนเมื่อ 4 ธ.ค.2005.....นับตั้งแต่ปี
2003 เป็นต้นมา ซีแอตเติล กลายเป็นทีมที่มีสถิติดีสุดของฝั่ง NFC (48-27)
| แทมป้าเบย์ |
10
|
9
|
0
|
0
|
19
|
| วอชิงตัน |
0
|
3
|
7
|
3
|
13
|
ที่แทมป้าเบย์,ฟลอริดา : เมื่อดูจากสถิติที่คนเผ่า-เรดสกินส์ทำระยะรวมได้ถึง
412 หลา ในขณะที่แทมป้าเบย์ทำได้แค่ 192 หลา ส่วนเรื่องเวลาในการครองบอลวอชิงตัน
ก็มากกว่าเกือบสิบนาทีเต็มๆ หลายๆ คนคงข้องใจว่า ทำไมผลการแข่งขันถึง ออกมาเป็นแบบนี้ได้
ซึ่งสิ่งที่ทำให้เกิดความแตกต่าง
ได้ขนาดนี้ก็คือเทิร์นโอเวอร์นั่นเอง ที่ทางเรดสกินส์เสียฟัมเบิลถึง 5 ครั้ง
แถมยังเสีย 2 อินเตอร์เซ็ปต์อีกต่างหาก เรียกว่าบุกมาเท่าไหร่ ก็เจอแย่งบอลไปง่ายๆซะทุกครั้ง
ผลการแข่งขันจึงจบลงที่ ชัยชนะของบัคส์ 19-13 เริ่มเกมมาได้แค่ 5 นาทีซานตาน่า
มอสส์โดนกระแทก จนบอลหลุดออกมา และทานาด แจ็กสันเก็บฟัมเบิลได้ วิ่งขึ้นไปจ่อที่เส้น
1 หลา ก่อนที่เออร์เนส เกรแฮมจะวิ่งกระทุ้งเข้าไปให้บัคส์นำไปก่อน 7-0 จากนั้นซานตาน่า
มอสส์ กับ คลินท์ตัน พอร์ติสมาทำฟัมเบิลอีกคนละครั้ง เรียกได้ว่าเสียเทิร์นโอเวอร์
กันจนเบื่อไปข้างทีเดียว และทำให้แทมป้าเบย์นำไปห่างในครึ่งแรก 19-3 เข้าสู่ครึ่งหลังคนเผ่า-เรดสกินส์เริ่ม
รวบรวมสมาธิได้ดีมากขึ้นเรื่อยๆ และมาได้ทัชดาวน์แก้คืนบ้าง เจสัน แคมป์เบลล์
ขว้างบอมบ์ 39 หลาให้คริส คูลีย์รับในเอนด์โซนให้ทีมเยือนไล่มาเหลือ 19-10
และมาได้อีกหนึ่งฟิลด์โกล์จากชอว์น ซุยแชม ให้ไล่บี้เหลือแค่สกอร์เดียว 19-13
เท่านั้น และในช่วงวินาทีสุดท้าย ขณะที่เรดสกินส์มีโอกาส พลิกเกมเป็นฝ่ายชนะ
เจสัน แคมป์เบลล์ขว้างไปวัดดวง ในเอนด์โซน แต่ทว่าโดน รอนเด บาร์เบอร์ ตัวคุมปีกขวัญใจแฟนๆกระโดด
อินเตอร์เซปต์ได้อย่างสวยงาม จนสุดท้ายเกมก็เลยจบลงด้วยชัยชนะของ แทมป้าเบย์
แบรด แกรดโคว์สกี้ ควอเตอร์แบ็กสำรองที่ลงมาแทนเจฟฟ์
การ์เซียที่บาดเจ็บก็ไม่ได ้ทำให้ทีมเสีย หายอะไร ขว้างประคองไปเรื่อยๆ 9
ครั้ง 106 หลา ไม่มีทัชดาวน์ ในขณะที่เจสัน แคมป์เบลล์ขว้างทำระยะได้มากกว่าแกรดโคว์สกี้ถึง
3 เท่าเต็มๆ 301 หลา 1 ทัชดาวน์ 2 อินเตอร์เซ็ปต์ ดังนั้นถ้าจะหาเหตุผลว่าทำไมพวกเขาแพ้
ก็ต้องโทษการไม่มีสมาธิจนต้องเสียเทิร์นโอเวอร์นั่นล่ะ คือสาเหตุสำคัญ จากการอิน-
เตอร์เซ็ปต์ของรอนเด บาร์เบอร์ในเกมนี้ทำให้เจ้าตัวก้าวขึ้นมาทำสถิติ ผู้เล่นที่อินเตอร์เซ็ปต์ได้สูงสุดในประวัติศาสตร์ของแทมป้าเบย์
บัคคาเนียร์ส (32 ครั้ง)
และด้วยชัยชนะที่สวยงามนี้ทำให้ บัคส์ขึ้นไปมีสถิติ
7-4 เป็นจ่าฝูงกลุ่ม NFC South และก็ไม่น่าจะมีอะไรพลิกโผแล้ว เพราะนำห่างนิวออร์ลีนส์
เซนต์สที่มีสถิติ 5-6 อยู่เยอะทีเดียว ในขณะที่ทางด้านเรดสกินส์ ตอนนี้มีสถิติ
5-6 ยังมีโอกาสเข้าเพลย์ออฟเหมือนกัน แต่ก็เลือนรางเต็มทนแล้ว
| ซานดีเอโก |
0
|
22
|
7
|
3
|
32
|
| บัลติมอร์ |
0
|
7
|
7
|
0
|
14
|
ที่ซานดีเอโก,แคลิฟอร์เนีย :
"LT" ลาไดเนียน ทอม ลินสัน วิ่งทำระยะครบ 10,000 หลาตลอดชีวิตการเล่น ก่อนพาเจ้าชายสายฟ้า-ซานดีเอโก้
ชาร์จเจอร์ส ไล่ขยี้บัลติมอร์ เรฟเว่นส์กระจัดกระจาย 32-14
อีกาผยอง-เรฟเว่นส์ กับชาร์จเจอร์ส
ในปีที่แล้วเคยเป็นสองทีมที่มีสถิติดีที่สุดใน AFC แต่มาในปีนี้สภาพทีมของทั้งคู่ตกต่ำลงมาก
และไม่เหลือลายยอดทีมในซีซันที่แล้วเลย เกมนี้ทั้งคู่ต้องชนะสถานเดียว เพื่อรักษาโอกาสในการเข้าเพลย์ออฟต่อไป
และก็เป็นทางชาร์จเจอร์สที่ทำผลงานได้ยอดเยี่ยม ควอเตอร์แบ็กฟิลิป ริเวอร์ส,ไทต์เอนด์
อันโตนิโอ เกตส์ และรันนิ่งแบ็ก ทอมลินสัน มาท็อปฟอร์มกันในวันนี้พอดี เริ่มต้นมาเหมือนๆบัลติมอร์จะทำได้ดี
วิลลิส แม็คกาฮีวิ่งกระทุ้ง 1 หลา ให้ทีมเยือนนำไปก่อน 7-3 นอกจากนั้นยังเป็นการทำทัชดาวน์
6 เกมติดต่อกันของแม็คกาฮีอีกด้วย แต่หลังจากนั้นเจ้าชายสายฟ้าก็มาเร่งเครื่องและ
ค่อยๆเอาคืนได้ในที่สุด จากลูกบอมบ์ยาว 35 หลาของริเวอร์ส ให้เกตส์รับทำทัชดาวน์
ก่อนที่ริเวอร์สจะขว้างสั้นอีก 5 หลาให้คริส แชมเบอร์สรับในเอนด์โซนอีกครั้ง
จนในครึ่งแรกชาร์จเจอร์สนำไปก่อน 22-7
ในครึ่งหลังชาร์จเจอร์สยังร้อนแรง
เหมือนเดิม ริเวอร์ส มาขว้าง 25 หลา ในควอเตอร์ที่สาม ให้นำห่าง 29-7 ก่อนที่เนต
คีดิ้งจะมาเตะอีกหนึ่งฟิลด์โกล์ให้ซานดีเอโก้ ถล่มไปยับ 32-14 เกมนี้ทอมลินสัน
วิ่งไปทั้งหมด 77 หลา และรับลูกไป 45 หลา แต่ไฮไลต์สำคัญของ LT ในเกมนี้ก็คือ
เขาวิ่งทำระยะได้ตลอดชีวิตการเล่นเกิน 10,000 หลาเข้าไปแล้ว ซึ่งใช้ระยะเวลาแค่
106 เกมเท่านั้นนับว่าเป็นที่สุดเป็นอันดับ 4 ในประวัติศาสตร์ NFL เป็นรองแค่
เอริค ดิกเกอร์สัน,จิม บราวน์ และแบรรี่ แซนเดอร์ส เท่านั้น จากการวิ่ง 10,000
หลาในครั้งนี้ ทำให้ LT กลายเป็นผู้เล่นคนที่ 23 ที่ทำได้สำเร็จ หลังจากเมื่อสามวันก่อน
วอร์ริค ดันน์ รันนิ่งแบ็กฝีเท้าจัดของแอตแลนตา ฟอลคอนส์เพิ่งทำได้มาหมาดๆ
ทางด้านฟิลิป ริเวอร์สที่ก่อนเริ่มเกมโดนแฟนๆ ตัวเองโห่ เพราะมีฟอร์มที่ไม่ได้เรื่องในหลายๆ
นัด เกมนี้กลับมาฟอร์มร้อนอีกครั้ง ทำไปทั้งหมด 249 หลา 3 ทัชดาวน์ ในขณะที่อันโตนิโอ
เกตส์ รับไป 105 หลา 2 ทัชดาวน์...Note : ชัยชนะในเกมนี้ทำให้ซานดี้ขึ้นมานำเป็นจ่าฝูงกลุ่ม
AFC West ด้วยสถิติ 6-5
สรุปผล NFL อาทิตย์ 12
จากัวร์ส ชนะ บัฟฟาโล่ 36-14
คลีฟแลนด์ ชนะ ฮุสตัน 27-17
มินเนโซตา ชนะ ไจแอนต์ส 41-17
นิวออร์ลีนส์ ชนะ แคโรไลนา 31-6
เรดเดอร์ส ชนะ KC 20-17
ซีแอตเติล ชนะ แรมส์ 24-19
เบงกอลส์ ชนะ เทนเนสซี 35-6
แทมป้าเบย์ ชนะ วอชิงตัน 19-13
ชิคาโก ชนะ เดนเวอร์ 37-34
ซานดีเอโก ชนะ บัลติมอร์ 32-14
49ers ชนะ แอริโซนา 37-31
นิวอิงแลนด์ ชนะ ฟิลาเดลเฟีย 31-28
|
|