|
ไทยแลนด์สปอร์ตออนไลน์
|
เอ็น.เอฟ.แอล.ออนไลน์
| ข่าว |
อัพเดท
26 พฤศจิกายน 2550
โลมา-ดอลฟินส์ เตรียมบุกถิ่นคนเหล็ก
ก่อนทำให้เจ้าบ้านเหนื่อยเกมค่ำวันจันทร์
กับการบุกไปพลาดท่าแพ้อย่างไม่น่าแพ้ของผู้นำกลุ่ม AFC East อย่าง พิตส์เบิร์ก สตีลเลอร์ส ต้องถือเป็นความโชคร้ายของทีมเยือนโลมา ไมอามี ดอลฟินส์ ซึ่งจะยกพลมาเยือนสนาม ไฮนซ์ ฟิลด์ ในเกม Monday Night อาทิตย์ 12 แบบหลีกเลี่ยงไม่ได้
พิตส์เบิร์ก ซึ่งก่อนหน้าคว้าชัยมา 3 นัดติดรวมถึงที่ชนะเพื่อนร่วมกลุ่ม คลีฟแลนด์ 31-28 ในอาทิตย์ 10 ทำท่าเหมือนจะคว้าแชมป์กลุ่มมาครองได้ไม่ยาก แต่เป็นหนที่ 3 ของปีนี้หลังสร้างผลงานการเล่นในบ้านอย่างน่าประทับใจอยู่ดีๆ สตีลเลอร์ส ก็เครื่องมาดับลงดื้อๆ เมื่อบุกไปแพ้ เจ็ตส์ 19-16 ของการเล่นช่วงต่อเวลาของอาทิตย์ที่แล้ว ซึ่งนั่นถือเป็นการแพ้เป็นครั้งแรกใน 4 เกมหลังบุกไปพลาดท่าให้ม้าป่า-บรองโกส์ ผู้ซึ่ง 3 เกมหลังแพ้มาด้วยผลต่างคะแนน 102-37 ไล่เตะก้นกลับมา 31-28 สตีลเลอร์ส แพ้ครั้งแรกหลังออกสตาร์ตด้วยสถิติ 3-0 เมื่อพลาดท่าให้ในการไปเยือน คาร์ดินัลส์ 21-14 แต่เมื่ออาทิตย์ที่แล้วพวกเขายกพลไปเยือนพร้อมทีมบุกวิ่งอันดับ 1 ของลีกด้วยระยะเฉลี่ย 151.4 หลาต่อเกมและต้องเจอกับทีมรับที่เสียระยะการวิ่งเฉลี่ย 152.2 หลาแย่สุดของลีกแต่กลายเป็นว่า เจ็ตส์ ล็อกกุญแจขา วิลลี่ พาร์เกอร์ ผู้นำตัววิ่งฝั่ง AFC ในเวลานี้เสียสนิทปล่อยให้วิ่งทำระยะได้แค่ 52 หลาจากการวิ่ง 21 ครั้งก่อนปล่อยให้ สตีลเลอร์ส วิ่งทำระยะได้แค่ 112 หลาและแน่นอนว่าเมื่อเกมการบุกทางภาคพื้นทำงานไม่ได้ผลที่ตามมาก็คือ ควอเตอร์แบ็ก เบ็น โรธลิสเบอร์เกอร์ ถูกแซ็กไป 7 ครั้งทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้าลงเล่น บิกเบ็น ถูกแซ็กไปแค่ 9 ครั้งเท่านั้น
"เราต้องกลับมาเล่นในสไตล์ของเราให้ได้" โรธลิสเบอร์เกอร์ ผู้ซึ่งขว้างลูกให้ปีกรับได้ 15 จาก 25 ครั้งกับระยะ 195 หลาและ 1 ทัชดาวน์ 1 อินเตอร์เซ็ปต์ กล่าว "ที่เราบุกไปแพ้ นิวยอร์ก มาเพราะ เราไม่สามารถเล่นตามที่เราถนัดได้" โรธลิสเบอร์เกอร์ ผู้ซึ่งทำเรตติ้งในการขว้าง 107.5 ดีเป็นอันดับ 2 ของลีกแต่ถูกแซ็กไปแล้ว 26 ครั้งใน 7 เกมหลังบางคนบอกว่า เขายืนหลังแนวป้องกันตนเองนานเกินไป ซึ่งก็พูดไม่ได้ว่าเป็นเช่นนั้นหรือไม่ เพราะตราบใดที่แนวป้องกันให้เวลา ได้ไม่มีควอเตอร์แบ็กคนไหนที่จะไม่ใช้โอกาสนั้น "เราชนะมาด้วยกันและเรา จะทำด้วยกันเช่นนี้ไปตลอด" โค้ช ไมต์ ทอมลิน กล่าว "ใครจะพูดอะไรก็ได้แต่เราจะเป็นเช่นนี้ตลอดไป" พิตส์เบิร์ก จะขาดผู้เล่นสำคัญไปหลายคนในเกม Monday Night รวมถึง แซนโตนิโอ โฮลมส์ ปีกที่รับลูก (39)ทำระยะ (664) และทัชดาวน์ (7) มากสุดของทีมที่ข้อเท้าเจ็บในเกมเจอ เจ็ตส์ รวมถึงไลน์แบ็กเกอร์ ทรอย โพลามาลู ที่เข่าเจ็บ ทีมรับ สตีล เลอร์ส ซึ่งรั้งผู้นำลีกกับการเสีย คะแนน (14.5) และ ระยะ (236.2)ต่อเกมแต่กลับปล่อยให้ โธมัส โจนส์ ของ เจ็ตส์ วิ่งทำระยะไป 117 หลาในอาทิตย์ที่แล้วทำให้เขากลาย เป็นผู้เล่นคนแรกในรอบ 35 เกมที่วิ่งทำระยะได้ 100 หลาหลัง เอ็ดเกอร์ริน เจมส์ คือ คนสุดท้ายที่ทำได้เมื่อ 28 พ.ย. 2005 ซึ่งขณะนั้นเขาเล่นให้กับ โคลต์ส อยู่
ไมอามี คงไม่ต้องการเป็นเหมือน แทมป้าเบย์ ที่ทำไว้ในปี 1976 กับการกลายเป็นทีมเดียวที่ไม่ชนะใครเลยตลอดทั้งซีซั่น 0-14 แต่ตลอด 10 เกมภายใต้การคุมทีมของโค้ช แคม คาเมรอน ที่ผ่านมาไม่มีเกมไหนที่ ดอลฟินส์ จะแสดงให้เห็นว่าพวกเขามีดีพอที่จะเก็บชัยชนะได้ ทีมรับ ดอลฟินส์ เสียระยะจากการวิ่งมากสุดของ NFL 154.9 หลาและเสียคะแนนเฉลี่ย 27.4 คะแนนต่อเกมแย่สุดของลีกเช่นกัน แต่มีบางครั้งที่ทีมของ คาเมรอน ก็ดีขึ้นมาเมื่อมีถึง 5 เกมด้วยกันที่พวกเขาแพ้แค่ฟิลด์โกล์เดียวเพียงแต่ทีมบุก ดอลฟินส์ ไม่มีปัญญาทำใครและทุกอย่างยิ่งแย่ลงไปอีกหลังพวกเขาต้องมาเสียรันนิ่งแบ็กตัวเก่ง รอนนี่ บราวน์ ไปอีกคนนัดที่แพ้ นิวอิงแลนด์ อาทิตย์ 8 ล่าสุดเป็นการยืนยันให้เห็นชัด ว่าทีมบุก ดอลฟินส์ โหลยโท่ยจริงเมื่อทำระยะบุกได้แค่ 186 หลากับ 1 ทัชดาวน์ในเกมบุกไปแพ้ อีเกิ้ลส์ 17-7 โดยทัชดาวน์เดียวที่ได้มาจากรุกกี้ เท็ด กรินน์ ที่รับลูกพันต์วิ่งย้อน 78 หลา "เรากำลังหาสไตล์ของตัวเองเรากำลัง ต้องการชัยชนะเพื่อเจ้าสิ่งนั้น" การ์ด-เร็ก เฮดนอต กล่าว ในเกมเจอกับ อีเกิ้ลส์ ดอลฟินส์ ตัดสินใจส่งควอเตอร์แบ็กรุกกี้ จอห์น เบ็ค ลงเล่นแทน คลีโอ เลม่อน ซึ่ง เบ็ค ขว้างลูกให้ปีกรับได้ 9 จาก 22 ครั้งกับระยะ 109 หลาโดยไม่มีผิดกับการลงเล่นใน NFL เป็นครั้งแรกของเจ้าตัว
ถึงตรงนี้แล้วนอกเหนือจาก เจสซี่ แชคแม่น (วิ่งไป 65 ครั้งทำได้ 275 หลา)ซึ่งลงทำหน้าที่แทน บราวน์ มา 3 นัดดูเหมือนไม่มีขุมกำลังตรงไหนของ ดอลฟินส์ สามารถสู้กับ สตีลเลอร์ส ได้เลยแม้มีข่าวออกมาว่า ดอลฟินส์ จะได้ตัว ริคกี้ วิลเลี่ยมส์ อดีตตัววิ่งตนเองกลับมาแต่เขาไม่เคยเล่นใน NFL มาตั้งแต่ปี 2005 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่เขาเล่นให้ ดอลฟินส์ และวิ่งเฉลี่ย 4.4 หลาต่อครั้งจากทั้งหมด 743 หลาแต่ที่แน่ ๆ จะมีผู้เล่นคนหนึ่งของ ดอลฟินส์ ที่จะได้ลงเล่นเผชิญหน้ากับ ทีมเก่าของเขาไลน์แบ็กเกอร์ โจอี้ พอร์เตอร์ อดีตเจ้าของสถิติแซ็ก (60)ตลอดการของ สตีลเลอร์ส สถิติที่เจอกันมาของคู่นี้ ดอลฟินส์ ดีกว่า 11-10 แต่ในการเจอกันมา 2 ครั้งหลังเป็นฝ่าย สตีลเลอร์ส ที่เอาชนะมาตลอดรวมถึง 28-17 เมื่อ 7 ก.ย. 2006 ซึ่งเป็นปีที่พวกเขาก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์ในเวลาต่อมา สตีล เลอร์ส มีสถิติ 12-0 กับการเล่นบ้านในเกม Monday Night หลังแพ้ครั้งสุดท้ายให้ ไจแอนต์ส 23-20 เมื่อปี 1991 @ ข้อมูลที่น่าสนใจ : สตีลเลอร์ส เป็นอีก 1 ทีมที่ยังไม่แพ้ใครในบ้านตนเองปีนี้.....ขณะที่ ไมอามี เป็นเพียงทีมเดียวที่ยัง ไม่ชนะใครและมีสถิติ 0-5 กับการออกไปเล่นนอกบ้าน....สตีลเลอร์ส มีสถิติ 34-22 กับการลงเล่นในเกม Monday Night และ 12-0 กับการลงเล่นในบ้านหลัง แพ้ครั้งสุดท้ายในปี 1991....ส่วน ไมอามี มีสถิติ 39-33 และชนะครั้งสุดท้ายคือปี 2004......ควอเตอร์แบ็กคนสุดท้ายที่พาทีมบุกมาเก็บชัยชนะถึง พิตส์เบิร์ก ได้คือ เจฟฟ์ ฮอสเต็ดเลอร์ ของไจแอนต์ส ที่พาทีมชนะไป 23-20 เมื่อ 14 ต.ค.1991
# เกร็ดที่น่าสนใจ
18 เกมหลังที่เจอกับทีมจากฝั่ง AFC ด้วยกัน ดอลฟินส์ cover แต้มต่อ 4-12-2
10 เกมหลังที่เล่นบนสนามหญ้า ดอลฟินส์ cover แต้มต่อ 2-6-2
ดอลฟินส์ ลงเล่นในเกม Monday Night 15 นัดหลังที่ผ่านมาเล่นแต้มรวมออกสูง 11-4
8 เกมหลังที่เล่นในอาทิตย์ 12 พิตส์เบิร์ก cover แต้มต่อ 1-7
53 เกมหลังที่เล่นในบ้าน พิตส์เบิร์ก เล่นแต้มรวมออกสูง 38-13-2
ข้อมูลจาก
หนังสือพิมพ์คิกออฟ ฉบับที่ 3049
Back to the top