|

|
|
วินาเทียรี่
ช่วยเกือกม้า-โคลต์ส รอดตายหวุดหวิด
กรีนเบย์&ดัลลัส เกาะกลุ่มผู้นำหลังถล่มคู่แข่งเละ
|
เกือกม้า-โคลต์ส ยุคเจอมรสุมการบาดเจ็บผู้เล่นถาโถมเข้าใส่ต้องอาศัยลูกเตะฟิลด์โกล์ของ
อดัม วินาเทียรี่ เอาตัวรอดมาได้อย่างหวุดหวิด ขณะที่ แพคเกอร์ส กับทีมตราดาว
ยังไม่ยอมให้ใครทำสถิติ ทิ้งห่างหลังถล่มคู่แข่งเก็บชัยชนะได้ทั้งคู่
| โคลต์ส |
0
|
3
|
7
|
3
|
13
|
| KC |
0
|
3
|
7
|
0
|
10
|
ที่ อินเดียนาโปลิส : หลังอาทิตย์ที่แล้วเตะฟิลด์โกล์
ใกล้ ๆ พลาด อดัม วินาเทียรี่ มาแก้ตัวอาทิตย์นี้ด้วยการเตะระยะ 24 หลาในช่วง
3 วินาทีสุดท้ายช่วยให้เกือกม้า โคลต์ส ที่กำลังเจอมรสุมผู้เล่นบาดเจ็บเล่นงานเปิดรังเฉือนเอาชนะหัวหน้าเผ่า
ชีฟส์ ไปอย่างหวุดหวิด 13-10 พร้อมหยุดสถิติที่แพ้มา 2 นัดติดลงได้และยัดเยียด
ความปราชัยให้ทีมเยือน ชีฟส์ ที่ส่ง บรอดี้ ครอยเยล ลงเล่นในฐานะมือ 1 เป็นครั้งแรกแพ้เป็นนัดที่
3 ติด
ก่อนหน้า วินาเทียรี่ เจอแฟนตนเอง
โห่หลังลงมาเตะ 2 ฟิลด์โกล์พลาดโดย ครั้งแรกเป็นการเตะระยะ 49 หลาที่เตะออกขวาไปก่อน
มาพลาดอีกครั้งในระยะ 38 หลาเมื่อครั้งนี้เตะออกซ้าย แต่ยามเมื่อทีมต้องการให้เขาทำหน้าที่ตัดสินผลแพ้ชนะอีกครั้ง
วินาเทียรี่ ก็ไม่มีการผิดซ้ำ 2 อย่างไรก็ตามชัยชนะหนนี้ของ โคลต์ส ก็มีคำถามตามมา
มากมายคือ เกิดอะไรขึ้นกับเกมบุก ด้านกลางอากาศของพวกเขาเมื่อตลอด 3 ควอเตอร์แรกเจ้าของตำแหน่ง
MVP ในเกมซูเปอร์โบว์ลกลับมองหาปีกของ ตนแทบไม่เจอก่อนที่ เพย์ตัน แมนนิ่ง
จะจบเกมลงด้วยการขว้างลูกให้ปีกรับได้ 16 จาก 32 ครั้งและระยะอีกแค่ 163
หลากับอีก 1 อินเตอร์เซ็ปต์พร้อมเรตติ้งในการขว้างแค่ 52 ซึ่งถือว่าต่ำสุดหลังเคยทำไว้
44.0 ในเกมเจอ จากัวร์ส เมื่อเดือน ก.ย.2005 จบครึ่งแรก โคลต์ส บุกทำระยะได้แค่
73 ก่อนเป็นครั้งแรกที่พวกเขา ทำคะแนนในครึ่งแรก ไม่ได้ของปีนี้ จนกระทั่งเข้าสู่กลางควอเตอร์สุดท้าย
แมนนิ่ง ยังทำเรตติ้งในการขว้างอยู่แถว 38
จนกระทั่งเกมมาเสมอ กันที่ 10 เท่ากันเมื่อเหลือ
6 นาทีกว่า แมนนิ่ง ถึงพาทีมบุกทำ ระยะขึ้นมา 61 หลาก่อนมาจบที่ วินาเทียรี่
ลงมาเตะฟิลด์โกล์ตัดสินชัย ให้ทีม ครอยเยล ขว้างลูกให้ปีกรับได้ 19 จาก 27
ครั้งกับระยะ 169 หลารวมถึงที่ขว้าง 19 หลาให้ ดิเวย์น โบวี่ รับทำทัชดาวช์ก่อนที่เจ้าตัวจะมาทำฟัมเบิล
ในปลายควอเตอร์ที่ทำให้ วินาเทียรี่ ลงมาเตะฟิลด์โกล์ชนะให้เจ้าบ้าน โจเซฟ
แอดดาย วิ่งไป 21 ครั้งทำระยะได้ 72 หลารวมถึงที่วิ่ง 3 หลาทำทัชดาวน์ด้วย
เร็กจี้ เวย์น รับลูกไป 4 ครั้งทำระยะได้ 75 หลาให้เจ้าบ้าน
| คาวบอยส์ |
0
|
7
|
7
|
14
|
28
|
| วอชิงตัน |
7
|
3
|
3
|
10
|
23
|
ที่ ดัลลัส : เธอร์เรลล์ โอเว่นส์
รับลูกขว้าง 4,31,46 และ 52 หลาทำ 4 ทัชดาวน์เกมเดียวได้เป็น ครั้งแรกในชีวิตการเล่นก่อนช่วยให้ทีมตราดาว
คาวบอยส์ เดินหน้าทำสถิติ 9-1 ได้เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1983 หลังเก็บชัยชนะได้เป็นนัดที่
4 ติดเมื่อเปิดรังไล่ถล่มเพื่อนร่วมกลุ่มตนเอง เรดสกินส์ พ่ายกลับไป 28-23
หลังทีมรับ เรดสกินส์ ปล่อยให้ โอเว่นส์
รับทำทัชดาวน์ที่ 4 ไปแล้วจากนั้น คาวบอยส์ บีบต้องพันต์ลูกทิ้งและเป็นควอเตอร์แบ็ก
เจสัน แคมเบลล์ ที่พาทีมเริ่มต้นบุกที่เส้น 19 หลากลับมาทำทัชดาวน์ช่วยให้ทีมเยือนมีความหวังที่จะแซงกลับมาชนะแต่สุดท้ายแล้ว
แคมเบลล์ ที่ลงมาบุกอีกครั้งในช่วงท้ายก็ถูก เธอร์เร็นซ์ นิวแม่น อินเตอร์เซ็ปต์ขณะเหลือ
1 นาทีกว่า เรดสกินส์ ยกพลมาเยือนพร้อมความหวังที่จะเก็บชัยชนะกลับไปเพื่อต่ออายุการ
ลุ้นเข้ารอบหลังนำเจ้าบ้านมาตลอด 3 ควอเตอร์ 10-7 จนเข้าสู่ปลายควอเตอร์
3 ทำนบก็พังเมื่อ โรโม่ มาขว้างลูกให้ โอเว่นส์ รับทำทัชดาวน์ที่ 124 ของเจ้าตัวแซงหน้า
มาร์วิน แฮร์ริสัน ของ โคลต์ส ไปเป็นที่เรียบร้อย 3 ทัชดาวน์สุดท้ายของ โอเว่นส์
เกิดขึ้นในการบุก 11 ครั้งของครึ่งหลังซึ่งเจ้าตัวรับลูกไป 8 ครั้งทำระยะได้
173 หลานับเป็นเกมที่ 4 ติดส่วน 4 ทัชดาวน์ที่ทำได้ก็เท่ากับสถิติทีมที่
บ็อบ เฮย์น ทำไว้ในปี 1970 ส่วน 12 ทัชดาวน์รวมก็ขึ้นไปเท่ากับ แรนดี้ มอสส์
ปีก นิวอิงแลนด์ ทำไว้เช่นกัน
โรโม่ ขว้างลูกให้ปีกรับได้ 22 จาก
32 ครั้งกับระยะ 293 หลากับ 4 ทัชดาวน์ทำให้ยอดรวมปีนี้เพิ่มขึ้นเป็น 27
ทัชดาวน์มากสุดเป็นอันดับ 3 ในประวัติศาสตร์ทีมส่วน แคมเบลล์ ของ เรดสกินส์
ขว้างได้ 33 จาก 54 ครั้งกับ 348 หลาซึ่งถือว่ามากสุดของควอเตอร์แบ็ก วอชิงตัน
นับตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นมากับอีก 1 ฟัมเบิล
| กรีนเบย์ |
7
|
14
|
7
|
3
|
31
|
| แคโรไลนา |
3
|
0
|
7
|
7
|
17
|
ที่กรีนเบย์,วิสคอสซิน :
ศึก 2 ควอเตอร์แบ็กผู้สูงอายุ เบรต ฟาฟร์ วัย 38 กับวินนี่ เทสทาเวอร์ดี้
คุณลุงวัยดึก 44 ปี จบลงด้วยชัยชนะเจ้าของเสื้อเบอร์ 4 จาก กรีนเบย์ แพคเกอร์
ที่พาทีมถล่มทีมเยือน แพนเธอร์ส พ่ายไป 31-17 เริ่มเกมมาได้แค่ไม่กี่นาที
ทราม่อน วิลเลี่ยมส์ ตัววิ่งย้อนรุกกี้ก็มาสำแดงเดชเมื่อรับลูกพันต์ของ จอห์น
เคซี่ย์ วิ่งทะลุ 94 หลาทำทัชดาวน์ให้ แพคเกอร์ส นำก่อน 7-0 ฟาฟร์ อาจฟอร์มไม่เปรี้ยง
ปร้างตั้งแต่แรกแต่ก็มาแบบช้าๆ แต่ชัวร์เมื่อมา ทำได้สำเร็จในควอเตอร์ที่
2 จากการขว้างบอมบ์ไกล 47 หลาให้โดนัลด์ ไดรเวอร์ รับในเอนด์โซนอย่างสวยงาม
จนแต้มทิ้งห่างออกไปเป็น 14-3 ยิ่งเล่นเสือดำ-แพนเธอร์ส ก็ยิ่งสู้ไม่ได้และเกมป้องกันที่เปื่อยยุ่ยก็มาโดน
ชีตส์-แพคเกอร์สไล่ถลุงอีกระลอก โดยฟาฟร์ขว้างอีก 2 ทัชดาวน์ใส่โดนัลด์ ลี
รับจากระยะ 26 และ 12 หลาส่งให้กรีนเบย์ทิ้งห่างไปไกลลิ่วเป็น 28-3 ก่อนที่แพนเธอร์สจะไล่ทำแต้ม
คืนมาได้บ้างช่วงท้าย แต่ก็ไม่ทันการ จบเกมกรีนเบย์ชนะไป 31-17 จากเกมนี้ทำให้กรีน
เบย์มีสถิติขึ้นไปอยู่ที่ 9-1 และไม่น่าจะมีปัญหากับการเป็นแชมป์ของกลุ่ม
NFC North แล้ว ในขณะที่แพนเธอร์ส(4-6)ก็คงต้องยอมรับความจริงว่าปีนี้ศักยภาพ
ไม่ดีพอที่จะก้าวไปถึงเพลย์ออฟ
ฟาฟร์ยังคงยิ่งแก่ยิ่งเผ็ดทำไป 218
หลา 3 ทัชดาวน์ ในขณะที่เทสตาเวอร์ดี้ทำไป 258 หลา 2 ทัชดาวน์ 2 อินเตอร์เซ็ปต์
นอกจากนี้ฟาฟร์ยังทำสถิติทำทัชดาวน์อย่างน้อย 3 ครั้งต่อเกมขึ้นมาเป็น 62
ครั้งแล้วซึ่งก็เทียบเท่ากับที่แดน มาริโน่ทำไว้ ซึ่งถ้าฟาฟร์ทำ 3 ทัชดาวน์ได้อีกครั้ง
ก็จะสร้างอีกหนึ่งสถิติใหม่ขึ้นมาทันที...Notes : การลงสนามเป็น ตัวจริงของเทสทาเวอร์ดี้
(44 ปี) กับ ฟาฟร์(38 ปี) เป็นสถิติควอเตอร์แบ็กที่อายุ รวมมากที่สุดในประวัติศาสตร์
NFL ที่ออกสตาร์ตเป็นตัวจริง
| แจ็คสันวิลล์ |
10
|
7
|
7
|
0
|
24
|
| ซานดีเอโก |
0
|
3
|
7
|
7
|
17
|
ที่แจ็คสันวิลล์,ฟลอริดา :
การกลับมาของควอเตอร์แบ็กร่างยักษ์ เดวิด การ์ราร์ด ทำให้เสือดาว-จากัวร์สแข็งแกร่ง
ขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อและก็ไล่ขยี้เจ้าชายสายฟ้า-ชาร์จเจอร์สไปอย่างสนุก 24-17
หลังจากร่างกายฟิตสมบูรณ์จากอาการ
บาดเจ็บข้อเท้า การ์ราร์ดก็กลับมาลงสนามได้เสียที และก็ทำผลงานชั้นยอด ขว้าง
189 หลา 2 ทัชดาวน์ "การมีเดวิดอยู่ในทีม จะทำให้ทีมแข็งแกร่ง ขึ้นหลายเท่า"
เออร์เนสต์ วิลฟอร์ด ปีกเสือดาวกล่าว "เขาเป็นคนที่มีสายตาเฉียบแหลมมาก และทำให้เกมบุกของเราน่ากลัวราวกับ
เป็นคนละทีมเลย คุณไม่อาจจะหวังอะไรจาก ควอเตอร์แบ็กคนนึงได้มากกว่านี้อีกแล้วล่ะ"
จากัวร์สเริ่มเกม ได้ดีกว่ามากและมาได้ มัวริซ โจนส์-ดรูว์วิ่งกระทุ้ง 1
หลาเข้าไปในเอนด์โซนให้เสือดำนำไปก่อน 10-0 จากนั้นเดวิด การ์ราร์ดมาขว้างบอมบ์
36 หลาให้เรจจี้ วิลเลี่ยมส์รับทัชดาวน์ ให้นำห่างออกไปเป็น 17-3
ชาร์จเจอร์สไม่ยอมแพ้และได้ LT ลาไดเนียน
ทอมลินสัน โชว์สเต็ปวิ่ง 6 หลาทำทัชดาวน์ไล่มาจี้เหลือ 17-10 แต่การ์ราร์ดก็แสดงให้เห็นว่าเขายังมีลีลาเหลือร้าย
เมื่อมาทำเพลย์แอกชันก่อนส่งให้มาร์เซเดส ลูอิส รับทัชดาวน์ง่ายๆ ทิ้งออกไปอีกรอบเป็น
24-10 ก่อนจะชนะในท้ายที่สุด 24-17 ฟิลิป ริเวอร์ส QB ของชาร์จเจอร์สทำไป
309 หลา 1 ทัชดาวน์ 2 อินเตอร์เซ็ปต์ในขณะที่ทาง LT ถ้าวันนี้เขาวิ่งได้
91 หลาก็จะกลายเป็นผู้เล่นคนที่ 22 ในประวัติศาสตร์ NFL ที่วิ่งได้ 10,000
หลา แต่ทว่าวันนี้เขาทำไปได้แค่ 62 หลาเท่านั้น "อาการบาดเจ็บไม่ได้ทำให้ผมเสีย
ความมั่นใจไปหรอก" เดวิด การ์ราร์ดฮีโร่ของทีมกล่าว "ช่วงเวลาสามสัปดาห์ที่ผมต้องพักไป
ความกระหายชัยชนะของผมยังเต็มเปี่ยม และอยากจะกลับลงทำระเบิดฟอร์มเร็วๆ"
Notes : การ์ราร์ดไม่เสียอินเตอร์เซ็ปต์มาแล้ว 7 เกมติดต่อกัน
| แอริโซนา |
7
|
14
|
14
|
0
|
35
|
| ซินซินเนติ |
7
|
6
|
14
|
0
|
27
|
ที่ซินซินเนติ,โอไฮโอ : อันเทรล
โรลล์ คอร์เนอร์ แบ็กดราฟต์รอบแรก เป็นฮีโร่ของแอริโซนา เมื่อทำสองทัชดาวน์จากการอินเตอร์เซ็ปต์
ช่วยให้นกหัวแดง-คาร์ดินัลส์บุกมาไล่จิกเสือลายพาดกลอน-เบงกอลส์กระเจิงคาบ้าน
35-27
โรลล์วิ่งย้อนจากระยะ 55 และ 54 หลาทำทัชดาวน์
และจริงๆทำได้อีกครั้ง ด้วยซ้ำในช่วงท้ายเกม แต่ทว่าเพื่อนร่วมทีมอันโตนิโอ
สมิธดันไปทำฟาวล์เสียก่อนเลยชวดทัชดาวน์ที่ 3 ไป
"มันเป็นวันที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ในชีวิตการเล่นของผมเลย"
โรลล์กล่าว "ผมอยากจะพิสูจน์ตัวเอง ว่าไม่ได้เป็นจุดอ่อนของทีม และในที่สุดผมก็ทำได้
มันน่าภาคภูมิใจจริงๆ" หลังจากแพ้มา 3 เกมติดๆ กัน นกหัวแดงเริ่มคืนฟอร์มในเกมที่แล้ว
ที่อัดดีทรอยต์มาได้ และก็ยังเล่นดีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ตอนนี้สถิติเขยิบกลับมาที่
5-5 แล้ว ตามหลังจ่าฝูง NFC West ซีแอตเติล ซีฮอว์คส์อยู่แค่ครึ่งเกมเท่านั้น
ไม่เพียงแค่โรลล์เท่านั้นที่เล่นได้ดี
แต่อีกคนที่โดดเด่น ในเกมนี้ก็คือควอเตอร์แบ็กจอมเก๋า เคิร์ธ เวอร์เนอร์
ซึ่งเกมนี้ขว้างไป 211 หลา 2 ทัชดาวน์ นอกจากนั้นปีกคู่บุญทั้งอังฆวน โบลดิน
และลาร์รี่ ฟิตซ์เจอรัลด์ ก็เล่นได้ดีตามมาตรฐานทำไป 71 และ 93 หลาตามลำดับ
เสือลายพาดกลอน-เบงกอลส์เหมือนจะทำผลงานช่วงแรกได้ดี เมื่อคาร์สัน พาล์มเมอร์ขว้าง
19 หลาให้ ทีเจ เฮาส์มันซาเดห์ รับทัชดาวน์ให้นำไปก่อน 7-0 แต่โรลล์ก็มาวิ่งย้อน
จากอินเตอร์เซ็ปต์ไล่ตีเจ๊าเป็น 7-7 ก่อนที่แลร์รี่ ฟิตซ์เจอรัลด์จะรับทัชดาวน์
5 หลาให้คาร์ดินัลส์ขึ้นนำบ้างเป็น 21-13 ในครึ่งหลังเด ดอร์ซี่เข้ามาบล็อกลูก
พันต์ของไมเคิล บาร์ก่อนจะคว้าลูกวิ่งเข้าเอนด์โซนง่ายๆ ให้เบงกอลส์ไล่จี้มา
เหลือแค่แต้มเดียวที่ 28-27 แต่ทว่าก็ โดนทีเด็ดของโรลล์มาวิ่ง อินเตอร์เซ็ปต์ทำ
ทัชดาวน์ปิดเกมให้คาร์ดินัลส์ชนะไปอย่างเด็ดขาด 35-27
เกมนี้ฟอร์มของ พาล์มเมอร์ QB เบงกอลส์ย่ำแย่แบบสุดๆ
เพราะถึงจะทำระยะไปถึง 329 หลาแต่ก็เสียอินเตอร์ เซ็ปต์ไปถึง 4 ครั้งทีเดียว
และตอนนี้สถิติของเสือลาย พาดกลอนตัวนี้ก็จมดิ่งเป็น 3-7 หมดลุ้นเข้าเพลย์ออฟแน่นอนแล้ว
..Notes : เบงกอลส์ไม่เคย บล็อกลูกพันต์ได้ตั้งแต่ปี 1995 แล้ว และถ้าทำทัชดาวน์จาก
การบล็อกพันต์ครั้งสุดท้ายต้องย้อนกลับไปถึงปี 1989 นั่นเลย
| ไจแอนต์ส |
3
|
7
|
3
|
3
|
16
|
| ดีทรอยต์ |
0
|
0
|
3
|
7
|
10
|
ที่ ดีทรอยต์,มิชิแกน : ไมเคิล
สตราแฮน ดีเฟน ซีฟเอนด์วัย 36 ป่าวประกาศให้โลกรู้ว่าเขา ยังไม่ได้แก่เกินแกง
แต่อย่างใด เมื่อทำสามแซ็กใส่จอน คิตน่า ก่อนพายักษ์ใหญ่-ไจแอนต์สไล่ทุบดีทรอยต์
ไลออนส์จนหัวแบะ 16-10
"ไมเคิลรู้ตัวดีว่า เขาเหลือเวลาอีก
ไม่มากแล้ว จึงทุ่มเทเต็มร้อยในทุกๆ เกม" แซม เมดิสัน คอร์เนอร์แบ็กของไจแอนต์สกล่าว
"ฟอร์มของเขามันน่าทึ่งจริงๆ นะ ผมว่าอายุมัน เป็นเพียงแค่ตัวเลขเท่านั้นล่ะสำหรับเขา"
จากสถิติแซ็กอีก 3 ครั้งในเกมนี้ของสตราแฮน ทำให้ในเวลานี้เขามีสถิติแซ็กตลอดอาชีพการเล่น
140.5 ครั้ง ซึ่งสูงสุดในบรรดา ผู้เล่นที่ยังคงเล่นอยู่ และเป็นอันดับที่
4 ตลอดกาล ต่อจาก 1.บรูซ สมิธ (200 ครั้ง) 2.เรจจี้ ไวท์ (198 ครั้ง) และ
3.เควิน กรีน (160 ครั้ง)ในแง่ของรูปเกม นัดนี้จะเป็นการพิสูจน์ว่า ระหว่างทีมที่มีสถิติเท่ากัน
(6-3) ใครจะแน่กว่า และก็เป็นทางไจแอนต์สที่ฟอร์ม สดกว่าใช้เกมรับอันทรงพลังเฉือนชัยไปได้อย่างสวยงาม
นิวยอร์กออกนำไปก่อนตั้งแต่เริ่ม อีไล แมนนิ่งขว้างนิ่มๆ 10 หลาให้แบรนดอน
จาคอบส์คว้าในเอนด์โซนสบายๆ ส่งทีมเยือนนำ 10-0 ในครึ่งแรก จากนั้นก็ได้อีก
2 ฟิลด์โกล์ของลอว์เรนซ์ ไทเนส ให้แต้มขยับเป็น 16-3 และถึงแม้ท้าย เกมจอน
คิตน่าจะขว้างยาว 35 หลาให้แคลวิน จอห์นสันทำทัชดาวน์ได้ แต่ก็ไม่ทันกาลแล้ว
ไจแอนต์สชนะไปได้อย่างสนุก 16-10
อีไล แมนนิ่ง เกมนี้เล่นได้ตามมาตรฐาน
ทำไป 283 หลา 1 ทัชดาวน์ ในขณะที่จอน คิตน่าถึงจะขว้างได้ระยะถึง 377 แต่ก็เสียไป
3 อินเตอร์เซ็ปต์ ซึ่งนั่นเอง เป็นอีกจุดหนึ่ง ที่ทำให้ไลออนส์พ่ายแพ้ในเกมนี้
ตอนนี้นิวยอร์กมีสถิติ 7-3 ตามหลังดัลลัสอยู่ 2 เกมเท่านั้น ในขณะที่ดีทรอยต์มีสถิติอยู่ที่
6-4 แต่ก็ยังมีโอกาสดีที่จะได้เข้าเพลย์ออฟอยู่ Notes : อิดรีส บาเชียร์
เซฟตี้ของไลออนส์ ได้รับบาดเจ็บหัวเข่าตั้งแต่ช่วงต้นเกม และไม่สามารถกลับมาลงเล่นได้อีกเลย
สรุปผล NFL อาทิตย์ 11
แอริโซนา ชนะ เบงกอลส์ 35-27
กรีนเบย์ ชนะ แพนเธอร์ส 31-17
คลีฟแลนด์ ชนะ บัลติมอร์ 33-30 (OT)
โคลต์ส ชนะ KC 13-10
ฟิลาเดลเฟีย ชนะ ไมอามี 17-7
ฮุสตัน ชนะ นิวออร์ลีนส์ 23-10
มินเนโซตา ชนะ เรดเดอร์ส 29-22
เจ็ตส์ ชนะ พิตส์เบิร์ก 19-16 (OT)
แจ๊คสันวิลล์ ชนะ ซานดีเอโก 24-17
แทมป้าเบย์ ชนะ ฟอลคอนส์ 31-7
ดัลลัส ชนะ วอชิงตัน 28-23
ไจแอนต์ส ชนะ ดีทรอยต์ 16-10
แรมส์ ชนะ 49ers 13-9
ซีแอตเติล ชนะ ชิคาโก 30-23
นิวอิงแลนด์ ชนะ บัฟฟาโล่ 56-10
|
|