|

|
|
เจ้าตูบหมดแรงปล่อยให้คนเหล็กแซงชนะ
ทีมตราดาวประกาศความสุดยอดเหนือยักษ์ใหญ่
|
ยักษ์ใหญ่-ไจแอนต์ส ที่ทำสถิติไม่แพ้ใครมา
5-6 นัดติด ก็มีอันต้องสะดุดขาเพื่อน ร่วมกลุ่มตนเองทีมตราดาวบุกมายัดเยียดความปราชัยให้เป็นเกมแรก
ขณะที่ตูบแก้มย้อย บราวน์ส นำลูกพี่ใหญ่อย่าง สตีล เลอร์ส มาตลอดแต่ดันมาแผ่วในควอเตอร์สุดท้ายถูก
สตีลเลอร์ส แซงกลับมาชนะ
| ฟอลคอนส์ |
7
|
0
|
3
|
10
|
20
|
| แพนเธอร์ส |
0
|
10
|
0
|
3
|
13
|
ที่ ชาร์ลอตต์, นอร์ธ แคโรไลนา
: เหยี่ยวทมิฬ-แอตแลนตา ฟอลคอนส์ ทำให้การ แย่งชิงเข้ารอบของกลุ่ม NFC
South เริ่มยุ่งเหยิงหลังบุกไปชนะเจ้าบ้านเสือดำ แคโรไลนา แพนเธอร์ส ก่อนเวลาในควอเตอร์สุดท้ายจะหมดลงควอเตอร์แบ็ก
โจอี่ย์ แฮร์ริงตัน ขว้างลูกให้ไทต์เอนด์ อัลจี้ ครูมเลอร์ วิ่งหลุดทะลุ
30 หลา เข้าทำทัชดาวน์ช่วยให้ทีม ชนะเจ้าบ้านไปแบบหวุดหวิด 20-13
ครูมเลอร์ ซึ่งพลาดการลงเล่นไป 2
นัดหลังเนื่องจาก ข้อเท้าและเข่าเจ็บรับลูกขว้างสั้นๆ แม้ถูกเซฟตี้ คริส
แฮร์ริส กับควินตัน ทีล 2 ผู้เล่นทีมรับ แพนเธอร์ส ประกบก่อนวิ่งยาวเข้าสู่เอนด์โซนช่วยให้
ฟอลคอนส์ เก็บชัยชนะได้เป็นนัดที่ 2 ติด แม้ในช่วงท้ายเกมสิงห์เฒ่า วินนี่ย์
เทสตาเวอร์ดี้ ที่ลงเล่นทั้งที่เอ็นร้อยหวายเจ็บจะพา แพนเธอร์ส ทำระยะขึ้นมาถึง
43 หลาแต่ท้ายสุดแล้วก็ไม่ทำคะแนนส่งผลให้ทีมแพ้เป็นนัดที่ 3 ติดและ 6 นัดติดกับการแพ้คาบ้านตนเอง
ส่วนทัชดาวน์เดียวที่ ได้ในเกมนี้ก็มาจากการเก็บลูกฟัมเบิลวิ่งย้อน 27 หลาทำทัชดาวน์
วินนี่ย์ พาทีมบุกขึ้นมาจนได้ระยะที่ จอห์น คาเซย์ ลงไปเตะฟิลด์โกล์ระยะ
31 หลาในช่วง 3 นาทีกว่าที่เหลือของควอเตอร์สุดท้ายช่วยให้คะแนนมาเสมอกันที่
13 เท่ากันแต่หลังจาก อดัม เจ็นนิ้งส์ วิ่งย้อน 23 หลาทำให้ ฟอลคอนส์ ได้บุกเริ่มต้นที่เส้น
45 หลาในแดนตนเอง ครูมเลอร์ ก็มาทำทัชดาวน์เดียวของ ฟอลคอนส์ เกมนี้ตัดสินผลแพ้-ชนะให้กับทีมทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องขอบคุณ
ต่อ โจอี่ย์ แฮร์ริงตัน ซึ่งวันนี้ขว้างลูกให้ปีกรับได้ 19 จาก 26 ครั้งกับระยะ
192 หลาที่ขว้างลูกได้อย่างเหมาะเจาะ
แพนเธอร์ส ที่ถูกทีมเยือนนำไปก่อน
7-0 อาศัยการบุกหนที่ 4 และต้องการระยะแค่นิ้วเดียวที่เส้น 20 หลาหน้าบ้าน
ฟอลคอนส์ โดย วินนี่ย์ ขว้างลูกให้ ดิแอนเจโล ฮอลล์ รับได้พร้อมพยายามไปต่อก่อนถึงเอนด์โซนปรากฏว่าเขาถูกผู้เล่นทีมรับ
ฟอลคอนส์ ปัดบอลหลุดจากมือก่อนบอลหลุดออกไปนอกสนาม พลาดการทำคะแนนไปอย่างหวุดหวิด
เทสตาเวอร์ดี้ ซึ่งอายุเพิ่งครบ 44 ปีไปเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาขว้างลูกให้ปีกรับได้
13 จาก 28 ครั้งกับระยะ 153 หลา
| กรีนเบย์ |
7
|
6
|
14
|
7
|
34
|
| มินเนโซตา |
0
|
0
|
0
|
0
|
0
|
ที่กรีนเบย์,วิสคอนซิน : ใช้เพียงชนะแค่
8 เกมแต่ เบรต ฟาฟร์ ควอเตอร์แบ็กจอมเก๋าของ ชีตส์-กรีนเบย์ แพคเกอร์ส ยังเดินหน้าสร้างสถิติใหม่ๆต่อไปอย่างไม่หยุดยั้ง
ล่าสุดกลายเป็นผู้เล่นคนที่ 2 ในประวัติศาสตร์ NFL ต่อจากแดน มารีโน่ที่ขว้างลูกทำระยะได้เกิน
60,000 หลาหลังพา กรีนเบย์ ไล่ shutout คู่แข่งเพื่อนร่วมกลุ่มเกมศูนย์กลับบ้านไป
ก่อนเกมเริ่มหลายคนคาด กรีนเบย์ คงต้องเหนื่อย
แน่เมื่อทีมเยือนมีตัววิ่งรุกกี้อัจฉริยะ เอเดรียน ปีเตอร์สัน เจ้าของสถิติวิ่งทำระยะสูงสุดใน
NFL ในเกมเดียว (296 หลา) แต่ทว่าเอาเข้าจริงๆกลับกลายเป็นม่วงมหากาฬที่แพ้อย่างหมดทางสู้วันนี้
ฟาฟร์ เป็นพระเอกอีกครั้งเมื่อขว้างลูกให้ปีกรับได้ 33 ครั้งกับระยะ 351
หลาและอีก 3 ทัชดาวน์ ทำให้ยอดขว้างระยะรวมเกิน 60,000 หลาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วและต้องการอีกเพียงแค่
1,105 หลาก็จะทำลายสถิติสูงสุดตลอดกาลของแดน มารีโน่ ลงได้ เอเดรียน ปีเตอร์สัน
ที่นัดก่อนเพิ่งระเบิดฟอร์มวิ่งไป 296 หลานัดชนะ ซานดีเอโก้ แต่มาวันนี้วิ่งไม่ออกทำได้แค่
45 หลาเท่านั้นแถมยังโชคร้ายมาเจ็บเสียอีกในควอเตอร์3 หลังโดน อัล แฮร์ริส
ผู้เล่นทีมรับ แพคเกอร์ส กระแทกเข้าไปเต็มๆจนเข่าขวาเจ็บ ขณะที่ทางด้านไรอัน
แกรนต์ รันนิ่งแบ็กรุกกี้ของแพคเกอร์สวันนี้ทำผลงานได้ดีเกินความคาดหมายทีเดียววิ่งไปถึง
115 หลา รวมทั้งทำทัชดาวน์ได้อีกด้วย... Notes : กรีนเบย์ทำสถิติ 8-1 จ่อเข้ารอบเพลย์ออฟอย่างแน่นอนแล้ว
| พิตส์เบิร์ก |
3
|
6
|
7
|
15
|
31
|
| คลีฟแลนด์ |
7
|
14
|
0
|
7
|
28
|
ที่พิตส์เบิร์ก,เพนซิลวาเนีย
: ตูบแก้มย้อย-คลีฟ แลนด์ บราวน์ส ทำได้ดีสุดแค่นี้เมื่อนำเจ้าบ้าน พิตส์เบิร์ก
สตีลเลอร์ส มาตลอดก่อนถูกเจ้าบ้านแซง เก็บชัยชนะอย่างเจ็บปวดในช่วง 3 นาทีสุดท้ายของเกม
บราวน์ส พกสถิติแพ้ สตีลเลอร์ส มาตลอด 8 นัดหลังที่มาเยือนถิ่นไฮนซ์ ฟิลด์
และท้ายสุดก็ไม่สามารถล้าง อาถรรพ์นั้นได้เมื่อแพ้ต่ออีก 31-28 แต่อย่างน้อยความพ่ายแพ้ครั้งนี้ของ
บราวน์ส ก็ทำให้เจ้าบ้านต้องเหนื่อยเมื่อออกสตาร์ตนำไปก่อน 21-6 จาก 3 ทัชดาวน์ที่
เดอเร็ก แอนเดอร์สัน ขว้างให้ปีก 3 คนได้แก่ เคลเล็น วินสโลว์,ลอว์เรนซ์
วิคเกอร์ส และบรายลอน เอ็ดเวิร์ดส์ แต่ทว่าเมื่อเข้าสู่ครึ่งหลังกลับเป็นคนเหล็ก-สตีลเลอร์สที่คุมเกมได้
อย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดทำแต้มไล่คืนมาเรื่อยๆ เริ่มจาก "บิ๊กเบน" เบน โรธลิสเบอร์เกอร์
ขว้างบอมบ์ให้ไฮนส์ วอร์ด รับจากระยะ 12 หลาไล่มาเป็น 21-16 ก่อน บิ๊กเบน
จะวิ่งเอง 30 หลาเข้าเอนด์โซนแถมเล่น 2 คะแนนสำเร็จอีกต่างหากทำให้ทีมพลิกขึ้นนำเป็น
24-21 แต่แฟน สตีล เลอร์ส ดีใจได้ไม่นาน จอร์จ คริบ ตัววิ่งย้อนปี 3 จากมหาวิทยาลัยเคนน์
สเตต ของ บราวน์ส ก็รับลูกคิกออฟวิ่งย้อน 100 หลาทำทัชดาวน์ช่วยให้ทีมเยือนแซงขึ้นนำอีกครั้ง
28-24 แต่ในช่วง 3 นาทีสุดท้าย บิ๊กเบน ก็ใช้ความนิ่งค่อยๆ ขึ้นเกมช้าๆ ก่อนจบด้วยการขว้าง
2 หลาให้ไทต์เอนด์ ฮีธ มิลเลอร์รับทัชดาวน์สำคัญช่วยให้ทีมแซงกลับมาชนะ 31-28
โรธลิสเบอร์เกอร์ ขว้างลูกทำระยะได้ 278 หลากับ 2 ทัชดาวน์ 1 อินเตอร์เซ็ปต์
ในขณะที่ วิลลี่ พาร์เกอร์ วิ่งทำระยะได้ 105 หลา จากชัยชนะนัดนี้ทำให้สตีล
เลอร์สทำสถิติขึ้นไปเป็น 7-2 โอกาสเข้ารอบสดใสขณะที่คลีฟแลนด์ยังต้องลุ้นต่อไป...Notes
: สตีลเลอร์ส มีสถิติ 4-0 กับการเผชิญหน้าทีมในกลุ่มเดียวกันและ 5-0 กับการเล่นในบ้าน...โรธลิสเบอร์เกอร์
ขว้างทำไปแล้ว 22 ทัชดาวน์มากกว่าสถิติสูงสุดที่เจ้าตัวเคยทำไว้ 7 ทัชดาวน์
| บัฟฟาโล่ |
0
|
0
|
2
|
11
|
13
|
| ไมอามี |
3
|
0
|
7
|
0
|
10
|
ไมอามี,ฟลอริดา : โลมา-ไมอามี
ดอลฟินส์ ยังควานหาชัยชนะไม่เจอต่อไปในปีนี้ แม้วันนี้จะเล่นดีเกือบตลอดเกม
แต่เพราะความผิดพลาดในปลายควอเตอร์สุดท้าย เลยทำให้ถูกเพื่อนร่วมกลุ่มวัวป่า-บัฟฟาโล่
บิลส์ บุกมากะซวกตายคารัง 13-10
เมื่อดูจากสถิติแทบไม่น่าเชื่อว่า
ดอลฟินส์ จะพบกับความพ่ายแพ้เนื่องจาก 1.ไม่มีการเสีย turnover 2.ปล่อยให้ทีมเยือนทำดาวน์ที่
3 ได้แค่ 2 ครั้ง และสุดท้ายรันนิ่งแบ็กของตน เจสซี่ แชทแมน ก็วิ่งทำระยะสูงสุดในชีวิตการเล่น
124 หลาแต่ท้ายสุดทีมก็ยังไม่วายพ่าย ขณะที่คู่แข่งอีกทีมคือ แกะเขาโง้ง-แรมส์
หลุดพ้นวังวนแห่งความล้มเหลวเมื่อ เก็บชัยชนะนัดแรกของฤดูกาล ได้แล้วหลังชนะ
เซนต์ส ดังนั้น ดอลฟินส์ จึงเป็นทีมสุดท้ายที่ยังหาชัยชนะไม่เจอพร้อมสถิติ
0-9 ใน 3 ควอเตอร์แรก ดอลฟินส์ นำทีมเยือนไปก่อน 3-0 ก่อนควอเตอร์แบ็ก คลีโอ
เลมอน จะมาวิ่งเอง 5 หลาทำทัชดาวน์ ช่วยให้ทีมนำ บิลส์ ห่างเป็น 10-2 แต่ทว่าช่วง
5 นาทีสุดท้ายของเกมทีมรับเจ้าบ้านไม่อาจหยุดยั้งการบุกของทีมเยือนได้เลยถูกไล่ตีเสมอ
10-10 หลัง มาร์ชอว์น ลินช์ วิ่งทำ 2 คะแนนให้ทีมเยือนและก็เป็น ไรอัน ลินเดลล์
ที่ลงมาเตะฟิลด์โกล์ระยะ 34 หลาเข้าไปทำให้ บิลส์ บุกมาชนะ ดอลฟินส์ ได้ถึงถิ่น
13-10 ควอเตอร์แบ็ก เจพี ลอสแม่น ของบิลส์ ขว้างทำไป 157 หลากับ 1 อินเตอร์เซ็ปต์ส่วน
ลินช์ วิ่งไปทั้งหมด 61 หลา...Notes : นอกจากยังควานหาชัยชนะไม่เจอแล้ว โลมา-ดอลฟินส์ยังต้องเสีย
สอง ดีเฟนซีฟเอนด์คนสำคัญอย่างเจสัน เทย์เลอร์ และแมตต์ โรธที่มีอาการบาดเจ็บระหว่างเกมไปอีกด้วย
| ชิคาโก |
0
|
3
|
0
|
14
|
17
|
| โอกแลนด์ |
3
|
0
|
0
|
3
|
6
|
ที่โอกแลนด์,แคลิฟอร์เนีย :
หมี-แบร์ส อาศัยเจอกับทีมรองบ่อนกว่าเลยเปิดบุกด้านกลาง อากาศก่อนบุกไปขยี้สลัดตาเดียว-เรดเดอร์ส
ตายคาบ้านไป 17-6 งานนี้ แบร์ส กลับมาใช้บริการควอเตอร์แบ็กคนเดิม เร็ก กรอสแม่น
ที่ลงมาแทน ไบรอัน กรีซี่ ที่ได้รับบาดเจ็บในช่วงปลายควอเตอร์ 2 และเป็น
กรอสแม่น ที่ ขว้างไกล 59 หลาให้เบอร์นาร์ด เบอร์เรียนรับก่อนวิ่งทำทัชดาวน์ได้ซึ่งนั่นถือ
เป็นทัชดาวน์สำคัญที่ทำให้ แบร์ส พลิกมาคว้าชัยชนะได้สำเร็จ ใน 3 ควอเตอร์แรกเกมดูสูสีสุดๆ
เซบาสเตียน ญานิโควสกี้ เตะ 2 ฟิลด์โกล์ ก่อนที่ ร็อบบี้ กูลด์ จะมาเตะแก้คืนให้ทีมเยือนทำให้
เรดเดอร์ส นำไปก่อน 6-3 แต่หลัง กรอสแม่น ลงมาแทนเกมบุก แบร์ส ก็ดีขึ้นทันทีเมื่อได้
2 ทัชดาวน์ซ้อนๆ ในช่วงท้ายเกมจาก เบอร์นาร์ด เบอร์เรียน และการวิ่งกระทุ้ง
3 หลาของเซดริก เบนสัน ให้แบร์สพลิกกลับ มาชนะได้อย่างงดงาม 17-6 ตลอดทั้งเกมแฟนๆ
ของเรดเดอร์สไล่โห่ จอร์ช แม็คคาวน์ ควอเตอร์แบ็กของตัวเองเพื่อกดดันให้โค้ชส่ง
รุกกี้ที่ถูกดราฟต์เข้า มาเป็นคนแรกอย่าง ญาร์มาคัส รัสเซลล์ ลงมาเล่นแต่ทว่าโค้ช
แลน คิฟฟิน เฮด ก็ไม่สนใจเสียงโห่ดังกล่าวใช้ แม็คคาวน์ ลงเล่นจนจบเกม 2
ปีกของ แบร์ส เบอร์นาร์ด เบอร์เรียน กับมูชิน มูฮัมหมัด รับทำไป 89 และ 87
หลาให้ทีมที่ชนะนัดนี้ ทำให้ยังมีลุ้นเข้ารอบแม้มีสถิติ 4-5 ก็ตามขณะที่
เรดเดอร์ส ที่มีสถิติ 2-7 หมดสิทธิลุ้นไปเป็นที่เรียบร้อย
| ดัลลัส |
7
|
10
|
7
|
7
|
31
|
| ไจแอนต์ส |
7
|
10
|
0
|
3
|
20
|
ที่ อีสต์ รูเธอร์ฟอร์ด, นิวเจอร์ซี
: โทนี่ โรโม่ ขว้างให้ปีกคู่ใจ เธอร์เรลล์ โอเว่นส์ รับทำ 2 จาก 4 ทัชดาวน์ช่วยให้ทีมตราดาว
คาวบอยส์ บุกไปถล่มยักษ์ใหญ่ ไจแอนต์ส เพื่อนร่วมกลุ่มพ่ายคาบ้าน 31-20 ก่อนนำ
คู่แข่งห่างเป็น 3 เกมในศึกแย่งชิงการเข้ารอบ
โรโม่ ขว้างลูก 25 และ 50 หลาให้
โอเว่นส์ รับทำทัชดาวน์ในครึ่งหลังช่วยให้ ดัลลัส (8-1) ออกสตาร์ตได้ดีสุดนับตั้งแต่ปี
1995 ซึ่งเป็นปีสุดท้ายที่พวกเขาคว้าแชมป์มาครองจบเกม โรโม่ ขว้างลูกให้ปีกรับได้
20 จาก 28 ครั้งกับระยะอีก 247 รวมถึงที่ขว้าง 15 และ 20 หลา ให้ โทนี่ เคอร์ติส
กับแพทริก ครายตัน รับทำทัชดาวน์ช่วยให้ ดัลลัส ถล่ม ไจแอนต์ส ทั้ง 2 นัดที่เจอกันของปีนี้
ทีมรับ คาวบอยส์ ไล่แซ็กควอเตอร์แบ็ก ไจแอนต์ส อีไล แมนนิ่ง ลงไปกองกับพื้น
5 ครั้งและยังไล่อินเตอร์เซ็ปต์ได้อีก 2 ครั้ง ไจแอนต์ส โชคดีที่ไล่ตีเสมอทีมเยือนได้สำเร็จ
17-17 เมื่อจบครึ่งแรกเนื่องจากทีมเยือนทำฟาวล์ ติดต่อกันถึง 4 ครั้งก่อนที่
โรโม่ จะมาขว้างลูก 25 หลา ให้ โอเว่นส์ รับทำทัชดาวน์เดียวที่เกิดขึ้นในควอเตอร์
3 ส่งให้ ดัลลัส นำห่างเป็น 24-17 และเป็น โรโม่ ที่มาขว้างลูกไกล 50 หลาให้
โอเว่นส์ รับทำทัชดาวน์อีกช่วยให้ทีมบุกมาเก็บ ชัยชนะนอกบ้านได้สำเร็จ แมนนิ่ง
ขว้างลูกให้ปีกรับได้ 23 จากที่ขว้างไป 34 ครั้งกับระยะ 236 หลาแต่ก็ไม่วายช่วยให้
ไจแอนต์ส รอดพ้นความพ่ายแพ้หลังเก็บชัยชนะมา 6 นัดติด
สรุปผล NFL อาทิตย์ 10
อีเกิ้ลส์ ชนะ วอชิงตัน 33-25
แจ๊คสันวิลล์ ชนะ เทนเนสซี 28-13
พิตส์เบิร์ก ชนะ คลีฟแลนด์ 31-28
แรมส์ ชนะ เซนต์ส 37-29
บัฟฟาโล่ ชนะ ไมอามี 13-10
เดนเวอร์ ชนะ KC 27-11
กรีนเบย์ ชนะ มินเนโซตา 34-0
ฟอลคอนส์ ชนะ แคโรไลนา 20-13
เบงกอลส์ ชนะ บัลติมอร์ 21-7
แอริโซนา ชนะ ไลออนส์ 31-21
ดัลลัส ชนะ ไจแอนต์ส 31-20
ชิคาโก ชนะ เรดเดอร์ส 17-6
ซานดีเอโก ชนะ โคลต์ส 23-21
|
|