|

|
|
นักรบกู้ชาติ-เพเทรียตส์
ติดดาบปลายปืนบุกไล่แทง
เกือกม้า-โคลต์ส ตายคาคอกผงาดเป็นศิลปินเดี่ยว
|
ในที่สุดศึกชิงความยิ่งใหญ่กับคำว่า
1 เดียวที่ยังไม่แพ้ใครผลก็ออกมาแล้วเป็นนักรบกู้ชาติ นิวอิงแลนด์ ที่บุกไปสอยคู่กัดตลอดกาลเกือกม้า
โคลต์ส เน่าคาคอก ขณะที่นักบุญ-เซนต์ส เริ่มฟื้นคืนชีพเมื่อเปิดรังไล่ถลกหนังเสือดาว
จากัวร์ส
| นิวอิงแลนด์ |
0
|
7
|
3
|
14
|
24
|
| โคลต์ส |
3
|
10
|
0
|
7
|
20
|
ที่ อินเดียนาโปลิส : นักรบกู้ชาติ-นิวอิงแลนด์
เพ- เทรียตส์ ถอนแค้นคืนหลังนัด ชิงแชมป์สายฝั่ง AFC ปีที่แล้วถูกคู่กัดตลอดกาลเกือกม้า
อินเดียนาโปลิส โคลต์ส บุกไปหักหน้าถึงบ้านเมื่อมาทำ 2 ทัชดาวน์ใน 4 นาทีสุดท้ายของควอเตอร์
4 ช่วยให้ทีมตามหลังอยู่ 10 คะแนนแซงกลับมาชนะเจ้าบ้าน โคลต์ส ได้อย่างหวุดหวิด
24-20 พร้อมกับก้าวขึ้นไปเป็นทีมเดียวที่รักษาสถิติชนะ 100% เอาไว้ได้
แม้สถิติหลายอย่างที่ตนทำไว้ใน 8
เกมแรกที่ผ่านมารวมถึงที่ทำเฉลี่ย 41 คะแนนต่อเกมและถล่มด้วยผลต่างคะ แนน
25 จะมาถูกลบลงในเกมนี้แต่อย่างน้อย ชัยชนะที่ได้มาก็ทำให้ นิวอิงแลนด์ ใกล้ฝันทำได้เหมือนยอดทีมในอดีตอย่างโลมา
ไมอามี ดอลฟินส์ ที่ทำไว้ในอดีตปี 1972 กับการชนะรวด 100% เอาไว้พร้อมกันนั้นการบุก
มาเชือดคู่ปรับเก่าได้ก็ทำให้สิทธิเจ้าบ้านในรอบเพลย์ ออฟ อยู่ในกำมือแน่
ตลอด 3 ควอเตอร์แรกดูเหมือนเจ้าบ้าน โคลต์ส จะย้ำแค้น นิวอิงแลนด์ อีกครั้งเมื่อจบควอเตอร์แรก
ด้วยการออกนำไปก่อน 3-0 แต่ ทอม บราดี้ ก็มาขว้างลูก 4 หลาให้ แรนดี้ มอสส์
รับทำทัชดาวน์ช่วยให้ทีมเยือนกลับขึ้น 7-3 เมื่อเข้าสู่ควอเตอร์ 2 อย่างไรก็ตาม
เพย์ตัน แมนนิ่ง ก็มาเรียกเสียงฮือฮาจากแฟนได้ทั้งสนามเมื่อขว้างลูกสั้นๆ
ให้รันนิ่งแบ็ก โจเซฟ แอดดาย วิ่งหลุดทะลุ 73 หลาทำทัชดาวน์ช่วยให้จบครึ่งแรก
โคลต์ส กลายเป็นทีมแรกของปีน ี้ที่นอกเหนือจากทำให้ นิวอิงแลนด์ บุกครั้งแรกทำคะแนนไม่ได้แล้วยังต้องกลายเป็น
ทีมตามเมื่อจบครึ่งแรกด้วย
เข้าสู่ครึ่งหลังทีมรับ โคลต์ส ยังทำงานได้อย่างมีประสิทธิ
ภาพเมื่อทำให้ บราดี้ ต้องตกอยู่ ภายใต้ ความกดดันตลอดทุกครั้งที่บอลเข้าสู่มือไลน์แบ็กเกอร์
แกรี่ย์ บัคเกตต์ อินเตอร์ เซ็ปต์ลูกขว้างของ บราดี้ ได้เมื่อเข้าสู่ควอเตอร์สุดท้ายและเป็น
แมนนิ่ง ที่ลงมาสำเร็จ โทษความผิดพลาด ของทีมเยือนครั้งนี้ด้วยการวิ่งหลาเดียวทำทัชดาวน์ช่วยให้
โคลต์ส หนีห่างไปเป็น 20-10 และนั่นก็เป็นการทำคะแนนครั้งสุดท้ายของเจ้าบ้านด้วยเพราะ
หลังจากนั้น บราดี้ time ก็เริ่มขึ้นเริ่มต้นด้วย การ บอมบ์ลูกไกล 55 หลาให้ปีกคู่ใจ
มอสส์ ที่วิ่งไปรับลูกยังเส้น 3 หลาหน้าบ้านคู่แข่งจากนั้นก็มาขว้างลูก 3
หลาให้ เวส เวลเกอร์ รับทำทัชดาวน์ช่วยให้ทีมไล่มาเป็น 17-20 และเมื่อเข้าสู่ช่วง
3 นาทีสุดท้าย บราดี้ ก็มาสะกดทำให้เสียงเชียร์แฟนเจ้าบ้านทั้งสนามเงียบกริบเมื่อขว้างลูก
13 หลาให้ เควิน โฟลค์ รับวิ่งทะลุเข้าสู่เอนด์โซนช่วยให้ นิวอิงแลนด์ แซง
กลับมานำได้ในช่วงเวลาสำคัญ 24-20 ก่อนบุกไปชนะเจ้าบ้าน โคลต์ส ที่วันนี้ลงเล่นโดยปราศจากเงาของปีกตัวเก่ง
มาร์วิน แฮร์ริสัน ที่พลาดการลงสนามเป็นนัดที่ 3 ติดเนื่องจากเข่าเจ็บ บราดี้
ขว้างลูกให้ปีกรับได้ 21 จาก 32 ครั้งและระยะได้ 255 หลากับ 3 ทัชดาวน์ 2
อินเตอร์เซ็ปต์ขณะที่ แมนนิ่ง ขว้างได้ 16 จาก 27 ครั้งกับ 225 หลาและ 1
ทัชดาวน์ 1 อินเตอร์เซ็ปต์ มอสส์ รับลูกไป 9 ครั้งทำระยะได้ 145 หลากับ 1
ทัชดาวน์ส่วน แอดดาย วิ่งไป 26 ครั้งทำได้ 112 หลาให้กับเจ้าบ้าน
| ไททานส์ |
10
|
3
|
0
|
7
|
20
|
| แพนเธอร์ส |
0
|
0
|
0
|
7
|
7
|
ที่ แนสช์วิล,เทนเนสซี : ดาบกายสิทธิ์
เทนเนสซี ไททานส์ แสดงให้เห็นว่าพวกเขา สามารถไล่แซ็ก เดวิด คารร์ ได้เสมอไม่ว่าเจ้าตัวจะเปลี่ยนชุดแข่งไปอยู่กับทีมไหนก็ตาม
ในทางกลับกันวันนี้เป็นวันของ วินซ์ ยัง กับเล็นเดล ไวท์ บ้างที่ช่วยกันวิ่งทำทัชดาวน์และ
อัลเบิร์ต เฮย์เนสเวิร์ธ ทำอีก 3 จากทั้งหมดที่ ไททานส์ แซ็กคู่แข่งได้สูงสุดในฤดูกาลนี้ก่อน
ไล่ถลกหนังเสือดำ แคโรไลนา แพนเธอร์ส พ่ายไปอย่างเจ็บ แสบ 20-7 หยุดสถิติความ
เจ้านอกบ้านของ แพนเธอร์ส ลงด้วย ไททานส์ จบซีซั่นนี้ด้วยการไล่ถล่มทีม จากกลุ่ม
NFC South ไป 3-1 เกมรวมถึงเกมล่าสุดที่เพิ่งไล่เชือด แพนเธอร์ส ที่ยกพลมาเยือน
เทนเนสซี เป็นครั้งแรกแต่เป็นการเจอกันครั้ง ที่ 3 ของทั้งคู่และเป็นนัดที่
3 ติดที่ ไททานส์ จบเกมด้วย การวิ่งทำระยะได้ 100 กว่าหลาแต่เป็นครั้งแรกที่ทีมรับ
ไท-ทานส์ เล่นผิดพลาดเมื่อ ฟาวล์โดยไม่จำเป็นถึง 10 ครั้งอย่างไรก็ตามพวกเขาก็มาแก้ตัวด้วยการทำให้
แพนเธอร์ส บุกทำระยะได้น้อยสุดของซีซั่นแค่ 191 หลาและทำให้ทีมเยือนเสีย
turnover ถึง 4 ครั้งในควอเตอร์สุดท้าย ทราวิส ลา บอย ยังไล่แซ็กพร้อมอินเตอร์เซ็ปต์ได้เป็น
ครั้งแรกในชีวิต การเล่นก่อน คริส โฮบ ก็ไล่อินเตอร์เซ็ปต์ลูกขว้างของ รุกกี้ควอเตอร์แบ็ก
แมตต์ มัวร์ ได้ในช่วง 2:13 นาทีที่เหลือย้ำชัยให้เจ้าบ้าน ในทางกลับกันทีมรับ
แพนเธอร์ส เองก็ไล่อินเตอร์เซ็ปต์ลูกขว้าง วินซ์ ยังไปได้ 2 พร้อมไล่แซ็กได้อีก
2 ครั้งเช่นกัน สำหรับทัชดาวน์เดียวที่ได้มาของทีมเยือนนั้นเกิดขึ้นใน ควอเตอร์สุดท้ายเมื่อ
คารร์ ขว้างลูก 18 หลาให้ ดรู คาร์เตอร์ รับซึ่งก็ต้องขอบคุณทีมรับ ไททานส์
ด้วยที่ก่อนหน้าไป ทำฟาวล์ทำให้ทีมเยือนได้ระยะบุกขึ้นมาฟรีๆ 15 หลาเพียงแต่ทัชดาวน์เดียวของ
คารร์ นั้นไม่เพียงช่วยให้ทีมชนะได้
ถึงเวลานี้ แพนเธอร์ส ตกอยู่ใน สถานการณ์ลำบากเสียแล้วเมื่อควอเตอร์แบ็ก
3 จาก 4 คนที่มีอยู่ในทางต่างพร้อม ใจกันเจ็บไล่ตั้งแต่มือ 1 แจ๊ค เดอโฮม
ที่หมดสิทธิลงเล่นตลอด ทั้งซีซั่นต่อมาก็เป็น คารร์ ที่ถูกแท็กเกิล โทนี่ย์
บราวน์ อัดในควอเตอร์สุดท้ายและสิงห์เฒ่า วินนี่ย์ เทสตาเวอร์ดี้ ที่เพิ่งได้ตัวมาและ
ลงเล่นแค่เกมเดียวเท่านั้นก็เจ็บ ดูเหมือนอาการ บาดเจ็บโคนขา ยัง จะหายสนิทเมื่อลงมา
ประเดิมด้วยการขว้าง 4 ครั้งแรกและวิ่งเองอีก 2 ครั้งก่อนมาจบด้วยการวิ่ง
3 หลาทำทัชดาวน์ให้ทีมนำไปก่อน 7-0 และ 10-0 เมื่อจบครึ่งแรก ไททานส์ หนีห่างไปเป็น
13-0 เมื่อเข้าสู่ควอเตอร์ 3 ก่อนชนะไปในที่สุด ..... Notes : ยัง วิ่งทำทัชดาวน์ได้นั้นถือเป็นหนที่
2 ของเขาในซีซั้นนี้หลังทำได้ในนัดเปิดสนาม และกับระยะขว้าง 110 หลาที่เขาทำได้ทำให้
ยัง ขว้างลูกทำระยะรวมไปแล้ว 3,000 หลาตลอด 20 นัดที่ลงเล่นในฐานะตัวจริง....มีแค่
แอริโซนา,มินเนโซตา และซานดีเอโก เท่านั้นที่ยังไม่เคยมาเล่นยังสนาม LP ของ
ไททานส์ ซึ่ง ชาร์จเจอร์ส จะยกพลมาเยือนวันที่ 9 ธ.ค.หน้า
| กรีนเบย์ |
0
|
6
|
7
|
20
|
33
|
| KC |
0
|
7
|
0
|
15
|
22
|
ที่แคนซัส ซิตี้,มิสซูรี :
สิงห์เฒ่า เบรต ฟาฟร์ ยังเล่นแบบลืมแก่ต่อไปอีกเกมหนึ่งเมื่อ ระเบิดฟอร์มขว้างทำไป
360 หลากับ 2 ทัชดาวน์ ช่วยให้ชีตส์-กรีนเบย์ แพคเกอร์ส บุกไปไล่กระทืบหัวหน้าเผ่า-แคนซัส
ซิตี้ ชีฟส์ ถึงกระโจมอย่างเหนือชั้น 33-22
เข้าสู่ช่วง 5 นาทีสุดท้าย ดาม่อน
ฮอร์ด ที่ขว้างลูก 17 หลาให้ไทต์เอนด์ โทนี่ กอนซาเลสรับทัชดาวน์ตามด้วยการยัดบอลให้
พรีสต์ โฮล์ม วิ่งทำ 2 คะแนนช่วยให้ แคนซัส ซิตี้ นำทีมเยือนห่าง 22-16 แต่ทว่า
กรีนเบย์ แสดงให้เห็นว่าพวกเขาใจเย็นและ นิ่งกว่าซีซั่นก่อนแค่ไหน เมื่อไม่รีบร้อนเล่นค่อยๆนวดไปเรื่อยๆ
จนได้จังหวะ เบรต ฟาฟร์ ก็ลักไก่ขว้างบอมบ์ยาวไปให้เกรก เจนนิ่งส์วิ่งโซโล่
60 หลาทำทัชดาวน์ได้อย่างสวยงาม พลิกแซงเป็น 23-22 ช่วงเวลาที่เหลือ ชีฟส์
ที่ต้องเร่งทำแต้มคืนจึงเปิดเกมบุกกลางอากาศ เข้าแลกทั้ง ๆ ที่ตัวเองไม่ถนัด
ก็เลยพลาดท่าโดนตัวคุมปีก ชาร์ลส วูดสัน อินเตอร์เซ็ปต์วิ่งย้อนไปเข้าทำทัชดาวน์ส่งผลให้
กรีนเบย์ พลิกแซงชนะไปอย่างสุดยอด 33-22 นัดนี้นอกจาก ชีฟส์ จะพ่ายแล้วยังต้องมาเสียรันนิ่งแบ็กตัวจริงอย่าง
ลาร์รี่ย์ จอห์นสัน ไปอีกด้วยหลังพุ่งไปกระแทกม้านั่งข้างสนามจนเล่นต่อไปไม่ไหวทำให้ต้องส่งรันนิ่งแบ็กตัวเก๋า
พรีส โฮล์ม ลงมาเล่นแทน โดยเกมนี้เป็นนัดที่สองในรอบ 2 ปีที่ โฮล์มได้ลงเล่น
หลังจากต้องรักษาอาการบาดเจ็บมายาวนาน
จากชัยชนะในเกมนี้ทำให้กรีนเบย์ แพคเกอร์ส
ทำสถิติเป็น 7-1 เข้าไปแล้ว และดูเหมือนจะการันตีตำแหน่งเพลย์ออฟได้ค่อนข้างแน่นอนแล้ว
ในขณะที่ KC สถิติกลับมาอยู่ที่ .500 แล้ว 4-4 แต่ก็ยังเป็นจ่าฝูงของ AFC
West อยู่ดี Notes : โดนัลด์ ไดรเวอร์ รับลูกไป 5 ครั้งทำระยะได้ 99 หลา
ขณะที่เกรก เจนนิ่งส์ รับไป 3 ครั้ง 85 หลา แต่ทว่าปีกที่รับระยะมากที่สุดกลับเป็นของทีมผู้แพ้
KC โทนี่ กอนซาเลสรับไป 10 ครั้งกับอีก 109 หลา
| ดีทรอยต์ |
3
|
13
|
14
|
14
|
44
|
| เดนเวอร์ |
0
|
0
|
0
|
7
|
7
|
ที่ ดีทรอยต์,มิชิแกน : สิงโตผงาด-ดีทรอยต์
ไลออนส์ โชว์ฟอร์มเป็นพระเอกสุดๆ เมื่อเปิดบ้านหักขา-ม้าป่า บรองโกส์แบบกระดูกคนละเบอร์
จากทีมที่ไร้อนาคต และไม่มีทีท่าว่าได้ลุ้นเพลย์ออฟแม้แต่นิดกลับ ทำผลงานได้อย่างเหลือ
เชื่อในซีซันนี้ จนมีสิทธิจะก้าวขึ้นมาหยิบตำแหน่งแชมป์สาย NFC ด้วยซ้ำไปหลังไล่ถล่มทีมเยือนพ่ายไป
44-7
ในขณะที่ เดนเวอร์ ที่อยู่ในช่วงผลัด
ใบมีสถิติย่ำแย่ที่สุดตั้งแต่ปี 1999 ยิ่งในเกมนี้ต้องมาเสีย QB ตัวหลักอย่างเจย์
คัธเลอร์ ,RB ตัวจริงทราวิส เฮนรี่ และฟรีเซฟตี้ จอห์น ลินช์กลางคันอีก ยิ่งทำให้ไม่รู้จะเอาอะไรไปสู้
ดีทรอยต์ ได้สิงโต-ไลออนส์ เปิดฉากทำทัชดาวน์ไปก่อนในช่วงครึ่งแรก คิตน่าขว้าง
15 หลาให้ไมต์ เฟอร์รี่ ทำแต้มนำไปก่อนเบาะๆ 13-0 แต่ทว่าพอมาในครึ่งหลังไม่รู้พลพรรค
ไลออนส์ไปโกรธแค้นใครมา ไล่ถลุงจน เดนเวอร์ หาทางกลับบ้านไม่ถูกทำเพิ่มอีก
4 ทัชดาวน์รวด ทิ้งห่างไปไกลสุดกู่ 44-0 และแม้ว่าแบรนดอน สโต๊กลี่ย์จะมาทำสกอร์แก้คืน
ให้ม้าป่า-บรองโกส์ได้แต่ก็ไม่ทันกาล ดีทรอยต์ขยี้ไปกระจุย 44-7
จากชัยชนะในนัดนี้ทำให้ ดีทรอยต์กลายเป็นทีมเดียวใน
NFC ที่ยังไม่เคยแพ้ใครในบ้าน จอห์น คิตน่า วันนี้เล่นได้เยี่ยมทีเดียวทำไป
252 หลา 2 ทัชดาวน์ไม่มีผิดพลาด ถูกอินเตอร์เซ็ปต์ ในขณะที่แพทริก แรมซี่ย์
ควอเตอร์แบ็กทีมเยือนก็จัดว่า ทำผลงานอยู่ในระดับที่ใช้ได้ 262 หลา 1 ทัชดาวน์
1 อินเตอร์เซ็ปต์ แต่เพราะความผิดพลาดเล็กๆน้อยอย่าง ฟัมเบิลทำให้แต้มถึงดูขาดขนาดนี้
| มินเนโซตา |
7
|
0
|
14
|
14
|
35
|
| ซานดีเอโก |
7
|
7
|
0
|
3
|
17
|
ที่มินเนอาโปลิส,มินเนโซตา :
ศึกดวลซูเปอร์ไฟต์ระหว่าง 2 ตัววิ่งที่เก่งที่สุดคนปัจจุบัน ลาไดเนียน ทอมลินสัน
กับตัววิ่งที่ได้รับการขนานนามว่าจะขึ้นมาแทนที่อย่าง เอเดรียน ปีเตอร์สันระเบิดขึ้นแล้ว
และผู้ชนะในศึกนี้ก็ได้แก่รุกกี้หนุ่มปีเตอร์สัน จากมินเนโซตา ไวกิ้งส์นั่นเอง
เจ้าชายสายฟ้า-ซานดีเอโก้ ชาร์จเจอร์สที่ปีนี้ฟอร์มต่ำกว่ามาตรฐานมากๆ ยามต้องออกมาเยือนไวกิ้งส์ที่กำลังร้อนแรง
และผลก็ไม่มีอะไรเหนือความคาดหมาย เป็นไวกิ้งส์ที่ไล่ต้อนไปเละเทะ 35-17
เริ่มควอเตอร์แรก ทอมลินสัน กับปีเตอร์สัน
วิ่งทำคน ละทัชดาวน์ให้คะแนนมาเสมอกันที่ 7-7 จากนั้นอันโตนิโอ โครมาติ ก็วิ่งรับลูกพันต์วิ่งย้อน
109 หลาทำทัชดาวน์ช่วยให้ ชาร์จเจอร์ส กลับมานำ 14-7 แต่แล้วเกมของโจรสลัด-ไวกิ้งส์
ก็เริ่มเข้าฟอร์มขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะปีเตอร์สันที่วิ่งกระจายไปอีก 2 ทัชดาวน์
ทำให้เจ้าบ้านแซงกลับขึ้นมานำ 28-17 ก่อนช่วง 5 นาทีสุดท้าย เชสเตอร์ เทย์เลอร์จะมาวิ่งกระทุ้ง
2 หลาให้ไวกิ้งส์ถล่มไปขาดลอย 35-17 นัดนี้จุดที่น่าสนใจก็คือ ปีเตอร์ สันทำสถิติระยะวิ่งสูงสุดในเกมเดียวขึ้นมา
คือ 296 หลา แซงหน้านักวิ่งรุ่นพี่ จามาล ลูอิส ที่เคยทำไว้เมื่อปี 2003
295 หลาได้สำเร็จ ซึ่งนับว่าเหลือเชื่อมากๆที่คนที่ทำลายสถิติคือ รุกกี้
"ผมทำลายสถิติเหรอ โอ้ พระเจ้าไม่อยากจะเชื่อเลย" ปีเตอร์สันกล่าวหลังจบเกม
"ตอนนั้นผมคิดถึงแต่เรื่องเกม การแข่งขัน บอกตรงๆ ว่าไม่ได้รู้เรื่องสถิติอะไรนี่เลยผมดีใจกับสถิตินี้นะ
แต่ก็จะไม่เหลิงหรอก เพราะว่านี่เพิ่งเป็นปีแรกของผมเอง การรักษาความคงเส้นคงวาไว้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญกว่า"
นอกจากนี้เขายังทำสถิติวิ่งเกิน 200
หลามาแล้ว 2 เกมในหนึ่งซีซั่น ซึ่งไม่เคยมีรุกกี้คนไหน ทำได้มาก่อนอีกด้วย
ในขณะที่ตัววิ่งรุ่นพี่ ทอมลิมสัน เกมนี้ถือว่าหมดสภาพเมื่อวิ่ง ทำได้เพียงแค่
40 หลาเท่านั้นเอง ถึงแม้ว่าจะมี 1 ทัชดาวน์ก็ตามที Notes : ทัชดาวน์ของ
ทอมลินสัน ในเกมนี้ทำให้เขามีสถิติวิ่งทำทัชดาวน์สูงสุดตลอดกาลเป็นอันดับ
4 ของ NFL รองจาก เอ็มมิธ สมิธ,มาร์คัส อัลเลน และวอลเตอร์ เพย์ตัน
| นิวออร์ลีนส์ |
17
|
7
|
14
|
3
|
41
|
| แจ็คสันวิลล์ |
17
|
0
|
0
|
7
|
24
|
ที่นิวออร์ลีนส์,หลุยส์เซียนา
: ใครที่คิดว่าทีมที่มีสถิติ 0-4 จะต้องตกรอบ 100 เปอร์เซ็นต์ต้องกลับมาคิดใหม่ดีๆ
แล้ว เมื่อนิวออร์ลีนส์ เซนต์ส รองแชมป์ NFC เมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทำผลงานสุดสะเด็ดเก็บชัยรวด
4 นัดติดต่อกัน จนมีสถิติขึ้นมาอยู่ที่ 4-4 หลัง นักบุญ-เซนต์ส เปิดบ้านต้อนรับการ
มาเยือนของแจ็คสันวิลล์ จากัวร์ส ที่ปีนี้พัฒนาฟอร์ม การเล่นขึ้นมากทีเดียว
แต่ทว่าเสือดาว-จากัวร์สในค่ำคืนนี้ไม่สามารถ ต้านทานความร้อนแรง ของควอเตอร์แบ็ก
ดรู บรีสได้ ที่ขว้างทำไประเบิด 445 หลา 3 ทัชดาวน์ ทำแต้มถล่มยับ 41-24
"สำหรับสถิติ 0-4 ใช่ หลายคนอาจ จะรู้สึกหดหู่
แต่ไม่ ใช่กับทีมเรา ทุกคนอยากจะแก้ไข ข้อผิดพลาด ที่ผ่านมา จึงตั้งใจฝึกซ้อมกันมากขึ้น
และก็อย่างที่เห็นเราทำผลงานได้เยี่ยมจริงๆ" บรีส กล่าวหลังจบเกม นัดนี้ไม่เพียงแต่
บรีส เท่านั้นที่เล่นได้เยี่ยม มาร์เควซ โคลสตัน ปีกตัวจี๊ดก็กลับมาคืนฟอร์มอีกครั้ง
รับไป 10 ครั้ง 159 หลา ในขณะที่เรจจี้ บุชก็ไม่เลว วิ่งไป 72 หลา 1 ทัชดาวน์
เซนต์ส ออกสตาร์ตได้ดีกว่าในเกมนี้เมื่อ เรจจี้ บุชมา วิ่งกระทุ้ง 1 หลาให้นักบุญนำไป
ก่อน 10-0 แต่มัวริซ โจนส์-ดรู ก็วิ่งย้อน 100 หลามาทำแต้ม เจ๊าที่ 17-17
แต่หลังจากควอเตอร์ 2 เกมของนักบุญเริ่มดีขึ้นเรื่อยๆ ดรู บรีส มาขว้าง 8
หลาให้แลนซ์ มัวร์ รับทำทัชดาวน์ส่งให้ นิวออร์ลีนส์ นำไปเป็น 24-17 ก่อนที่ไมค์
แมคเคนซี่จะวิ่งย้อน อินเตอร์เซ็ปต์ทำทัชดาวน์ 75 หลา ให้ทีมหนีห่างออก ไปไกลเป็น
31-17 ก่อนสุดท้าย ออลินโด มาเร่ จะมาเตะฟิลด์โกล์ 34 หลาให้ เซนต์ส เอาชนะอย่างสวยสดงดงาม
41-24
ความจริงแล้ว เกมนี้ควอเตอร์แบ็ก
ของเสือดาว-จากัวร์ส ก็เล่นได้ไม่เลวเหมือนกัน ขว้างไป 354 หลา แต่ทว่ามีอิน
เตอร์เซ็ปต์ถึง 3 ครั้งและนั่นเองคือข้อแตกต่างของเกมนี้ ณ เวลานี้สถิติของเซนต์สเขยิบขึ้นมามีสถิติ
4-4 แล้วเข้าใกล้กับจ่าฝูงกลุ่ม NFC South ในขณะที่จากัวร์สถึงจะมีสถิติ
5-3 แต่โอกาสได้แชมป์กลุ่มก็ดูเลือนรางเหลือเกิน เพราะมีจ่าฝูงโคลต์ส เจ้าของสถิติ
7-1 ค้ำอยู่
สรุปผล NFL ในอาทิตย์ 9
แทมป้าเบย์ ชนะ แอริโซนา 17-10
เทนเนสซี ชนะ แคโรไลนา 20-7
บัฟฟาโล่ ชนะ เบงกอลส์ 33-21
ดีทรอยต์ ชนะ เดนเวอร์ 44-7
กรีนเบย์ ชนะ KC 33-22
นิวออร์ลีนส์ ชนะ แจ๊คสันวิลล์ 41-24
มินเนโซตา ชนะ ซานดีเอโก 35-17
ฟอลคอนส์ ชนะ 49ers 20-16
วอชิงตัน ชนะ เจ็ตส์ 23-20
คลีฟแลนด์ ชนะ ซีแอตเติล 33-30 (OT)
ฮุสตัน ชนะ เรดเดอร์ส 24-17
นิวอิงแลนด์ ชนะ โคลต์ส 24-20
ดัลลัส ชนะ ฟิลาเดลเฟีย 38-17
|
|