| |
 |
|
เกร็ก นอร์แมน
|
เมื่อคืนวันอาทิตย์ ผมเองอาจจะเหมือน
กับคอกอล์ฟอีกหลายคน ที่เตรียมตัวเตรียมใจมานั่งลุ้นเจ้าฉลามขาวเกร็ก นอร์แมน
ในกอล์ฟเมเจอร์บริติช โอเพ่น ที่จู่ ๆ ก็โชว์ฟอร์มได้อย่างเหลือเชื่อ ทั้งๆที่ในวัย
53 นอร์แมนดูจะเอ็นจอยกับธุรกิจการออกแบบสนามกอล์ฟ มากกว่าจะตระเวนแข่งขันจริงจังๆ
ที่สำคัญเขาห่างเหินจากความสำเร็จมานานมากๆ จนหลายคนเริ่มจะลืมชื่อของเขาไป
แต่แม้เจ้าตัวเองจะยอมรับว่ามาแข่งดิ
โอเพ่นแชมเปี้ยนชิพ ก็เพื่อยืดเส้นสายเป็นการอุ่นเครื่องก่อนลงแข่งในซีเนียร์
บริติช โอเพ่น แต่เขากลับติดกลุ่มนำมาตั้งแต่วันแรก ก่อนจะขึ้นไปนำเดี่ยวด้วยเกมกอล์ฟที่เหนียวแน่นในช่วงท้ายๆวันที่สาม
แม้หลายคนอยากเห็นเขากลายเป็นแชมป์เมเจอร์ที่อายุมากที่สุด แต่กระนั้นแฟนกอล์ฟรุ่นเก๋าหน่อยก็คงอดนึกถึงอาถรรพ์เก่าของเกร็กไม่ได้
เพราะนอกจากการคว้าแชมป์บริติช
โอเพ่นรายการนี้สองสมัย นอร์แมนมักตกม้าตายตอนจบในรายการเมเจอร์มานับครั้งไม่ถ้วน
และครั้งนี้ประวัติศาสตร์ก็ซ้ำรอยเข้าให้อีก เมื่อเจ้าฉลามขาวมีปัญหาอย่างหนักกับทีช็อตในวันสุดท้าย
แถมพัตเตอร์ก็ไม่ร้อนเหมือนเก่า และทันทีที่ออกสตาร์ตด้วยโบกี้สามหลุมติด
จนถูกแชมป์เก่าพอเดร็ก แฮริงตันขึ้นไปนำ ผมก็เริ่มรู้สึกว่านอร์แมนคงผีออกเสียแล้ว
เมื่อทำท่าจะลุ้นไม่ขึ้น ความสนใจของผมก็เริ่มเบี่ยงเบนจากหน้าจออีเอสพีเอ็น
มาที่รายงานสดทางอินเตอร์เน็ตของจักรยานทางไกลสุดหฤโหด ศึกตูร์ เดอ ฟรองซ์
ที่ฝรั่งเศส ซึ่งหลังจากผ่านช่วงเส้นทางบนพื้นราบให้นักปั่นประเภทจ้าวความเร็ว
อย่างมาร์ค คาเวนดิช จากอังกฤษที่ชนะไปถึงสี่สเตจ หรือออสการ์ เฟรเรร์
เจ้าของเสื้อเขียว สัญลักษณ์ผู้นำประเภทสปรินเตอร์ แย่งแชมป์กันแล้ว ก็กลับมาสู่ช่วงภูเขาอีกครั้ง
แค่วันแรกที่เข้าสู่เทือกเขาแอลป์
จากอองเบริง ไปที่ปราโต้ เนโวโซ่ ในอิตาลี ก็ทำให้มีความเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งผู้นำเวลารวม
เมื่อเสื้อเหลืองหรือมายโญ จอว์น ถูกเปลี่ยนมือจากเต็งหนึ่งอย่างคาเดล
อีแวนส์จนได้ หลังจากที่เขาแย่งเสื้อตัวนี้จากคิม เคียร์เช่น เมื่อตอนที่ปั่นขึ้นเทือกเขาปีเรนิส
เมื่อสัปดาห์ก่อน ซึ่งเจ้าตัวหมายมั่นปั้นมือว่าจะรักษาไว้จนเข้าเส้นชัยสเตจสุดท้ายที่ปารีส
 |
|
คาเดล อีแวนส์
|
แต่แล้วมันก็หลุดมือไปอยู่กับแฟรงค์
ชเลค นักปั่นจากลักเซมเบิร์ก แห่งซีเอสซี ที่ตามอีแวนส์อยู่ก่อนหน้านี้แค่วินาทีเดียว
แต่กว่าจะทำสำเร็จก็ต้องลุ้นกันพอสนุก เมื่อบรรดานักปั่นบิ๊กเนม ที่เป็นตัวเก็งคว้าแชมป์เลอตูร์ในฤดูกาลนี้
ต่างเกาะกลุ่มในช่วงที่ต้องปั่นขึ้นเขาเพื่อเข้าเส้นชัย แต่ที่สำคัญก็คือ
มีนักปั่นของทีมซีเอสซีอยู่ในกลุ่มนี้ถึงสามคน ทั้งสองพี่น้องตระกูลชเลค
ทั้งแฟรงค์และแอนดี้ รวมไปถึงคาร์ลอส ซาสเตร
ทีมเวิร์กของซีเอสซี ทำให้อีแวนส์ต้องใช้แรงไล่จี้
เมื่อมีใครคนใดคนหนึ่งโจมตีด้วยการปั่นฉีกหนีออกไป ขณะที่เพื่อนร่วมทีมไซเลนซ์ล็อตโต้
ของเขาโดยเฉพาะยาโรสลาฟ โปโปวิช ที่น่าจะต้องคอยเป็นองครักษ์ให้ในช่วงภูเขา
กลับถูกทิ้งห่างปล่อยให้อีแวนส์ต้องเผชิญชะตากรรมตามลำพัง และการถูกรุมสามของอีแวนส์
ก็ส่งผลให้ เขาหมดแรงอย่างเห็นได้ชัดในช่วงสามกิโลเมตรสุดท้าย
มองตามรูปการณ์ แล้วสิ่งที่หนุ่มออสซี่อย่างคาเดลในช่วงสองสามวันนี้ทำได้ก็คือไม่ปล่อยให้คู่แข่งอย่างชเลค
ม้ามืดแบร์นฮาร์ด โคห์ล หรือนักปั่นคนอื่นที่อาจทำอันดับเวลารวมแซงหน้าขึ้นไป
ทิ้งห่างเขาไม่มากนักเมื่อผ่านสเตจบนเทือกเขาแอลป์ที่เหลือ เพราะหลังจากนั้นอีแวนส์จะมีโอกาสแซงกลับในวันรองสุดท้าย
ซึ่งเป็นช่วงแข่งขันไทม์ไทรอัลที่เขาน่าจะได้เปรียบคนอื่นๆ
แต่นั่นก็ใช่ว่าจะตอบโจทย์ได้ทั้งหมด
อย่างลืมว่าอาการป้อแป้เมื่อวันอาทิตย์ของอีแวนส์ยังทำให้เต็งสองและคู่แข่งสำคัญที่สุดอย่างเดนนิส
เมนชอฟ แห่งราโบแบงค์ ลดช่องว่างของเวลาที่ตามเขามาตลอดเหลือแค่ครึ่งนาทีเท่านั้น
แถมฝีไม้ลายมือในการแข่งขันช่วงจับเวลา ก็ไม่ได้เป็นรองอีแวนส์แม้แต่น้อย
งานนี้ คาเดล อีแวนส์ จะพลาดท่าเหมือนเพื่อนร่วมชาติ
เกร็ก นอร์แมน หรือไม่ อีกไม่กี่วันรู้กัน!?
|
|