อัพเดท 19 กรกฏาคม 2551

โดย ฤทธิกร การะเวก

แพ้ก็เหมือนชนะ ชนะก็เหมือนแพ้!

ออสการ์ ปิสตอรเรียส
ข่าวคราวของเบลด รันเนอร์ "ออสการ์ ปิตอเรียส" ยอดนักวิ่งขาพิการ จากแอฟริกาใต้ ที่หวังจะได้เข้าร่วมชิงชัยในมหกรรมกีฬาโอลิมปิก 2008 ที่กำลังจะเปิดฉากในอีกไม่กี่วันข้างหน้า ดูจะกลายเป็นข่าวที่คนทั่วโลกตามเชียร์ตามลุ้น
แม้สุดท้ายแล้วโอกาสที่จะได้เห็นเขาสวมขาเทียมลงไป สัมผัสลู่วิ่งในสนามรังนกที่กรุงปักกิ่ง ทำท่าจะเลือนรางลงไปทุกที
หลังจากที่ต้องต่อสู้อย่างหนักกับสหพันธ์กรีฑานานาชาติ ที่ห้ามเขาเข้าร่วมการแข่งขัน ก่อนที่ศาลกีฬาจะพลิกคำตัดสินเมื่อสองเดือนก่อน เมื่อตัดสินว่าไอเอเอเอฟไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะพิสูจน์ว่า ขาเทียมของปิสตอเรียส ทำให้เขาได้เปรียบคนปกติที่ความสามารถในการ วิ่งเท่าเทียมกัน
นั่นทำให้เจ้าเบลด รันเนอร์มีโอกาสตีตั๋วไปโอลิมปิก ด้วยกติกาเดียวกับนักวิ่งคนอื่นๆ
แต่ความพยายามอย่างน้อย 3 ครั้งของเขา ไม่ว่าจะในรายการที่มิลาน,โรม หรือลูเซิร์น ในการวิ่ง 400 เมตร ที่ต้องทำเวลาให้อยู่ในเกณฑ์ 45.55 วินาที กลับต้องล้มเหลว
แต่กระนั้น ปรากฏการณ์ของของปิสตอเรียสก็กลายเป็นข่าวใหญ่ ยิ่งกว่าการดวลกันของสองยอดนักวิ่ง 400 เมตรชายยุคนี้ อย่างเจเรมี วอริเนอร์ และเลอชอว์น เมอร์ริต ด้วยซ้ำ
ถึงกระนั้นก็ดูเหมือนว่ายังเหลือรถไฟขบวนสุดท้ายของออสก้าร์ นั่นคือการวิ่งผลัด 4x400 เมตร ที่เวลาของเขาน่าจะดีพอให้เขากลายเป็น 1 ใน 6 สมาชิกในทีมวิ่งผลัด แม้จะมีเสียงคัดค้านจากหลายฝ่ายว่าขาเทียมของเขาอาจเป็นอันตรายร้ายแรงกับนักวิ่งคนอื่น
แต่นั่นก็ทำให้สหพันธ์กรีฑาของแอฟริกาใต้ชะลอการประกาศชื่อนักกรีฑาชุดปักกิ่งเกมส์ ออกไป เพราะพิจารณาเคสของปิสตอเรียสกันอีกรอบ
ถ้าถามผม บางที ปิสตอเรียสคงปฏิเสธถ้าได้ร่วมทีมไปแค่ในฐานะตัวสำรอง ในเมื่อด้วยวัยแค่ 22 เขายังมีโอกาสในโอลิมปิกครั้งต่อไปที่ลอนดอน
ริคาร์โด้ ริคโก้
ซึ่งถึงตอนนั้นประสบการณ์จะช่วยให้เขามีโอกาสมากขึ้น ส่วนครั้งนี้ถึงจะแพ้ แต่เบลด รันเนอร์ก็ได้แฟนจากทุกมุมโลกไปแล้ว
นั่นคือเรื่องที่น่ายกย่องของนักสู้ที่ถึงจะพิการที่สามารถ ยกระดับ ตัวเองขึ้นมาเทียบเท่ากับคนปกติด้วยกติกาสากล แต่ที่น่าประณามก็คงเป็นมนุษย์บางคนที่พยายามยก ระดับตัวเองเพื่อเอาชนะคนอื่น ด้วยวิธีการผิด ๆ
โดยเฉพาะ...การโด๊ป!
สารกระตุ้น คือของต้องห้ามที่กำลังระบาดไปทุกวงการ แต่เมื่อไหร่ที่ความจริงถูกเปิดนักกีฬาระดับซูเปอร์ ก็อาจกลายเป็นตัวร้ายไปได้ในทันที ตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดคงหนีไม่พ้นจักรยานทางไกล "ตูร์เดอฟรองซ์" ที่กำลังขับเคี่ยวกันอยู่ขณะนี้
หลังจากที่นักจักรยานดัง ๆ ถูกลงโทษกันระนาวในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ศึกเลอตูร์ปีนี้ก็ไม่ได้ขาวสะอาดอย่างที่ผู้จัดเคยประกาศไว้
หลังจากนักปั่นน่องเหล็กที่ตรวจโด๊ปไม่ผ่าน และสอยออกจากการแข่งขันไปทีละคนสองคน เจ้าของตำแหน่งแชมป์สองสเตจในตูร์เดอฟรองซ์คราวนี้ อย่างริคาร์โด้ ริคโก้จากอิตาลี ก็กลายเป็นผู้ต้องหาที่ตกเป็นข่าวคึกโครมที่สุด เมื่อพบว่าเขาฉีดฮอร์โมนอีพีโอเพื่อกระตุ้นการสร้างเม็ด เลือดแดงและเพิ่มออกซิเจนในเลือด จนอึดกว่าปกติ
แต่แม้จะเพิ่งเป็นข่าว แต่บรรดาผู้สันทัดกรณีทั้งหลาย ที่เห็นริคโก้แข็งแกร่งกว่าที่คิด ทั้ง ๆ ที่เขาเพิ่งจะผ่านรายการใหญ่ด้วยการคว้ารองแชมป์ในจิโร่ดิตาเลียมาหมาด ๆ โดยเฉพาะในสเตจที่ 9 เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว ที่เขากล้าฉีกหนีเปโลตอนตั้งแต่ 40 กิโลเมตรสุดท้าย ก่อนจะปั่นขึ้นเขาลอยลำเข้าเส้นชัยไปแบบแรงไม่ตก ก็คงจะตั้งสมมุติฐานบางอย่างไว้ตั้งแต่ตอนนั้นแล้วกระมัง
แบบนี้ ชนะไปก็เท่านั้น!
 
 

 

Back to the top