อัพเดท 12 กรกฏาคม 2551

โดย ฤทธิกร การะเวก

"เอฟวัน" มันส์หยด

ใครที่เป็นแฟนมอเตอร์สปอร์ตที่ยังจำความตื่นเต้น และสีสันทั้งหลาย ในศึกฟอร์มูล่าวัน กรังด์ปรีซ์เมื่อปีกลาย ที่ถือว่าได้ลุ้นกันยันสนามสุดท้ายแทนที่จะได้แชมป์โลกกันไปล่วงหน้า
อาจจะเริ่มรู้สึกกับผมว่ารถสูตรหนึ่งฤดูกาลนี้ ก็อาจจะเป็นอะไรที่คู่คี่สูสีไม่แพ้กัน ในเมื่อ ณ ครึ่งทางของซีซั่น 2008 นั้น มีนักแข่งที่นำร่วมกันในตารางคะแนนสะสมถึง 3 คน
แถมก่อนหน้าที่ทั้งฟิลิปเป้ มาสซ่า,ลูอิส แฮมิลตัน และคิมี่ ไรค์โคเน่น จะมามี 48 แต้ม เท่ากันเป๊ะ หลังจากจบสนาม 9 ที่ซิลเวอร์สโตน ในประเทศอังกฤษ ทั้งสามพระหน่อ รวมถึงม้ามืดจากบีเอ็มดับเบิลยูซอเบอร์อย่างโรเบิร์ต คูบิช่า ต่างผลัดกันเก็บคะแนนแซง ขึ้นมาเป็นผู้นา ก่อนจะมีการเปลี่ยนมือกันเป็นว่าเล่นเกือบ ๆ จะทุกสนาม
นอกจากนี้สิ่งที่แตกต่างจากปีก่อนก็คือ แทนที่เรื่องราวในสนามของเอฟวันจะถูกบดบังความน่าสนใจด้วยเรื่องอื้อฉาวนอกสนาม โดยเฉพาะกับคดีสปายเกต ที่ว่าด้วยการลักลอบนำเอกสารลับของทีม "ม้าลำพอง" เฟอร์รารี่ ไปให้กับคู่ปรับอย่างแม็คลาเรน เมอร์เซเดส
ปีนี้ไฮไลต์ของรถสูตรหนึ่งดูจะ อยู่ที่ผลงานในเรซเดย์ของทั้งนักแข่ง และทีมผู้สร้าง แทบจะทั้งหมด
ความพลิกผันที่เกิดขึ้นตั้งแต่เปิดฤดูกาล หากจะมองให้แคบเข้ามาสักหน่อย สองสนามก่อนหน้าศึกบริติช กรังด์ปรีซ์ นักแข่งที่ส่อแววว่าจะดวงตกคงหนีไม่พ้นรองแชมป์โลกแฮมิลตัน หลังจากที่เขาไปก่อเหตุชนรถ ของไรค์โคเน่นในพิตที่แคนาดา แถมแซงผิดกฎในรายการที่ฝรั่งเศส จนถูกลงโทษต้องกินไข่ไม่มีคะแนนติดมือทั้งสองสนาม
ผลก็คือคะแนนของแฮมิลตันที่นำอยู่ดีๆ ต้องร่วงไปอยู่ที่ 4 แถมตามหลังผู้นำอย่างมาสซ่า ห่างถึง 10 แต้มจนแฟนๆของแม็คลาเรนทำท่าจะถอดใจยอมยกแชมป์ให้กับเฟอร์รารี่อีกสมัย แต่เหตุการณ์ในซิลเวอร์สโตนเซอร์กิตก็ทำให้ทุกอย่างกลับตาลปัตร เมื่อเจ้าหนูลูอิส พารถเข้าเส้นชัยคว้าแชมป์ในบ้านเกิดด้วยฟอร์มที่ยอดเยี่ยม ทั้งๆที่ต้องขับท่ามกลางสายฝน
จนบางคนถึงกับยกให้แฮมิลตัน เป็น "ไอตัน เซนน่า" คนใหม่
ตำแหน่งแชมป์ที่อังกฤษ น่าจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้แฮมิลตัน และทีมงานอย่างแม็คลาเรน กลับมาคึกคัก มีกำลังใจเต็มเปี่ยมที่จะแย่งตำแหน่งแชมป์โลก เพียงแต่สิ่งที่ต้องระวังและมีบทเรียนราคาแพงเมื่อตำแหน่งแชมป์โลกรุกกี้คนแรกของรถสูตรหนึ่ง หลุดมือไปแบบไม่น่าเชื่อมาแล้วเมื่อปีก่อน
ก็คือความผิดพลาดซึ่งอาจเกิดขึ้นในสนามท้าย ๆ ที่มีแรงกดดันสูง
ที่แน่ ๆ อารมณ์ความรู้สึกสมาชิกทีมแม็คลาเรน คงแตกต่างอย่างสิ้นเชิงกับเฟอร์รารี่ ที่ต้องพบกับฝันร้ายในบริติช กรังด์ปรีซ์ โดยเฉพาะการตัดสินใจที่ผิดพลาดของทีมงาน ที่ไม่ยอมเปลี่ยนยางรถของไรค์โคเน่น เมื่อเข้าพิตครั้งแรก แบบไม่ให้ความสำคัญกับพยากรณ์อากาศ
จนทำให้รถของดิ ไอซ์แมนแผ่วลงไปเรื่อย ๆ กว่าทีมงานม้าลำพองจะตัดสินใจเรียกรถของคิมี่กลับมาเข้าพิตเพื่อเปลี่ยนยาง แฮมิลตันก็ถูกทิ้งห่างแบบไม่เห็นฝุ่น
แต่กระนั้นการเข้าเส้นชัยแค่อันดับที่ 4 และยังออกอาการหงุดหงิดจนไปผลักอกนักข่าว เสียก้นจ้ำเบ้าของเจ้าไอซ์แมน ก็ยังพอทนเมื่อเทียบกับฟอร์มของมาสซ่า ที่มีปัญหาตั้งแต่รอบคัดเลือกจนต้องไปออกสตาร์ตในรอบสุดท้ายจากแถวกลาง ๆ และมาสซ่าก็ออกอาการแพ้ฝน จนรถหมุนแล้วหมุนอีก ก่อนจะร่วงไปอยู่รั้งท้ายจนถูกตีธงฟ้าให้เปิดทางให้รถคันอื่น แบบไม่เหลือฟอร์มของแชมป์สนามที่แล้ว
หากพวกเฟอร์รารี่ยังตั้งหลักไม่ได้ สนามหน้าที่ต้องบุกไปเยือนสนามฮ็อคเกนไฮม์ ถิ่นของเมอร์เซเดสที่เยอรมัน เจ้าม้าลำพองอาจจะต้องเหงื่อตกกีบอีกครั้ง!
 
 

 

Back to the top