อัพเดท 5 กรกฏาคม 2551

โดย ฤทธิกร การะเวก

วินนิ่ง อีเลฟเว่น

ไม่กี่วันหลังจากนักเตะกระทิงดุปราบทีมอินทรีเหล็กเยอรมัน คว้าแชมป์ยูโรมาครองอย่างยิ่งใหญ่ ดูเหมือนว่ากระแสยูโรฟีเวอร์ในบ้านจะจางลงไปค่อนข้างเร็ว ทั้ง ๆ ที่ในภาพรวมถือว่าเป็น ทัวร์นาเมนต์คุณภาพที่สนุกเร้าใจ
แต่มันก็คงเป็นเพราะอีกกระแส หนึ่งที่มาแรงแบบไม่น่าเชื่อ จนกลายเป็นทอล์ก ออฟ เดอะ ทาวน์ ไปในพริบตา
...ใช่แล้วครับ แทมมี่ฟีเวอร์นั่นเอง
ถึงแม้ว่าคนไทยส่วนใหญ่อาจจะมีโอกาสได้เห็นผลงานแบบสด ๆ ของนักเทนนิสหญิงหมายเลขหนึ่ง ของไทยอย่างแทมมารีน ธนสุกาญจน์ เพียงแค่แมตช์ที่เธอพ่ายวีนัส วิลเลี่ยมส์ ในรอบ 8 คนสุดท้ายของศึกวิมเบิลดัน
แต่กระนั้นเรตติ้งของแทมมี่ก็ยังพุ่งกระฉูด ในเมื่อมันเป็นครั้งแรกที่เธอทะลุเข้ามาถึง รอบนี้ในรายการระดับแกรนด์สแลม
ที่สำคัญ เธอแพ้แชมป์เก่า 4 สมัยอย่างวีนัสอย่างน่าประทับใจ ชนิดที่ถ้าไม่ปล่อยให้แต้มสำคัญในคะแนนเบรกพอยต์หลุดมือไปในช่วงเซตแรก แมตช์นี้ก็มีโอกาสที่จะพลิกผันไปได้อยู่ไม่น้อย แต่ถึงกระนั้นการไปถึงรอบก่อนรองชนะเลิศที่ออลอิงแลนด์ คงเป็นเพียงไฮไลต์หนึ่งเท่านั้น เพราะหากมองกันในภาพรวมช่วงสองสัปดาห์กว่าๆ ยังมีอะไรที่น่าชื่นชมมากกว่านั้น
อย่าลืมว่าก่อนที่เธอจะแพ้วีนัส แทมมี่ชนะรวดถึง 11 นัด ซึ่งถ้าผมบวกลบไม่ผิดพลาด คงไม่มีใครที่ชนะติดต่อกันบนคอร์ตหญ้าได้มากเท่ากับเธอในปีนี้ แม้แต่สองพี่น้องวิลเลี่ยมส์ก็เถอะ
วินนิ่งสตรีตของแทมมี่ คงต้องย้อนหลังไปสามสัปดาห์ หลังจากตบรอบสามในรายการดีเอฟเอส คลาสสิกที่เบอร์มิงแฮม แทมมี่มุ่งหน้าสู่เดนบอช ในฮอลแลนด์ เพื่อร่วมศึกดับเบิลยูทีเอทัวร์ ออร์ดิน่าโอเพ่น
และด้วยแรงกิ้งอันดับที่ 85 ของโลกในขณะนั้น เธอจึงต้องฝ่าฟันตั้งแต่เก็บชัยชนะในรอบคัดเลือกสองแมตช์ ก่อนผ่านเข้าสู่เมนดรอว์ และจบลงด้วยการคว้าแชมป์
จะว่าไป เส้นทางในออร์ดิน่า โอเพ่น ก็ไม่ได้ง่ายไปกว่าศึกวิมเบิลดันเลยแม้แต่น้อย ตั้งแต่การปราบคัตเทอริน่า บอนดาเรนโก้ เจ้าของแชมป์ที่เบอร์มิงแฮมตั้งแต่รอบแรก ตามมาด้วยการเซฟแมตช์พอยต์แล้วกลับมาเฉือนสาวเพลย์บอยแอชลี่ย์ ฮาเคิลโร้ด ไปแบบเฉียดฉิว ก่อนจะดับความหวังแฟนเทนนิสเจ้าถิ่น เมื่อพลิกกลับมาชนะอดีตแชมป์อย่างมิคาเอลล่า ครายเช็ก ไปได้อีกราย
ผมมาเห็นฟอร์มจะจะ ของแทมมี่ก็ในวันที่เธอตีในรอบตัดเชือก และย้ำแค้นตระกูลบอนดาเรนโก้ ด้วยชนะอาโลน่า พี่สาวของคัตเทอริน่าไปอย่างงดงาม และที่น่าทึ่งสุด ๆ ก็คงเป็นการเอาชนะรองแชมป์เฟรนช์ โอเพ่นอย่างดีนาร่า ซาฟิน่าในรอบชิง ซึ่งเธอพลิกสถานการณ์ในช่วงปลายเซตแรกที่กำลังจะเป็นของคู่แข่ง โจมตีมือ 9 ของโลกทั้งในจังหวะรีเทิร์นเสิร์ฟ และลูกกราวนด์สโตรกได้ครั้งแล้วครั้งเล่า
ต้องยอมรับว่าในวัย 31 ปี ประสบการณ์และความเก๋าช่วยให้เธอนิ่งขึ้น ผิดพลาดเองน้อยลง และหาจุดเปลี่ยนของแมตช์จนกลับมาคว้าชัยชนะและแชมป์รายการที่สองในทัวร์ไปจนได้
แม้จะต้องกรำศึกหนักและมีอาการบาดเจ็บ แต่ขณะเดียวกันผลงานที่ฮอลแลนด ์ก็สร้างความมั่นใจให้แทมมี่ในวิมเบิลดันได้ไม่มากก็น้อย ทั้งการล้มเวร่า ซโวนาเรว่าที่กลับมาฟอร์มดีในปีนี้ หยุดความแรงของมาริน่า เอราโควิช ที่ตีบอลได้หนักหน่วง ด้วยเกมแพลนที่ชาญฉลาด ก่อนจะงัดฟอร์มสุดยอดออกมาในรอบ 16 คนสุดท้าย ที่เธอถล่มมือ 3 ของโลกอย่างเยเลน่า ยานโควิช ไปแบบง่ายดายเกินคาด
การได้แต้มจากเสิร์ฟสองถึง 62 เปอร์เซ็นต์ เบรกเกมเสิร์ฟได้ถึง 4 จาก 7 และตีเสียเองแค่ 6 ลูก คือสถิติที่บ่งบอกว่านี่คือแมตช์ที่ดีที่สุดของแทมมี่ ตอกย้ำชัยชนะ 11 นัดรวดได้อย่างสวยหรูจริง ๆ
 
 

 

Back to the top