อัพเดท 2 กรกฏาคม 2551

โดย เฮียนอส

จ้างโค้ชนอก มาทำไม ถ้า...

2-3 วันที่ผ่านมา ข่าวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ เกี่ยวกับลูกหนังนอก ในความรู้สึกของผม ไม่มีอะไรที่น่าสนใจมากมายสักเท่าไหร่ เพราะข่าวจำพวก ทีมโน้นอยากได้คนนั้น ทีมนี้อยากได้คนโน้น ทีมนั้นอยากได้คนนี้ ตราบใดที่ยังไม่มีการออกมาโชว์เสื้อทีม หรือชูผ้าพันคอถ่ายรูป ผมไม่เคยสนใจอะไรมากมายไปกว่า อ่านผ่านหูผ่านตาไปเท่านั้นเอง
ข่าวที่ผมสนใจที่สุด ในช่วงเวลานี้ หนีไม่พ้นข่าวที่ปรากฏออกมาตามหน้าหนังสือพิมพ์ว่า ท่านนายกสมาคมลูกหนังไทย คุณวรวีร์ มะกูดี กำลังอยู่ในระหว่างเดินหน้าหากุนซือต่างชาติ ให้เข้ามาทำหน้าที่เป็นหัวหน้าสตาฟฟ์โค้ช ทีมชาติไทย คนใหม่ ต่อจาก “อ.หรั่ง” ชาญวิทย์ ผลชีวิน ที่ประกาศวางมือไป หลังพาทีมชาติไทยเรา ล้มเหลว ในศึกลูกหนังโลก 2010 รอบคัดเลือก
บังเอิญ ชื่อกุนซือชาวต่างชาติ ที่ปรากฏเป็นข่าวนั้น เป็นช่องของ โบร่า มิลูติโนวิช โค้ชยอดฝีมือชาวเซิร์บ ผู้คร่ำหวอดอยู่ในโลกลูกหนังมาเป็นเวลาไม่ต่ำกว่า 30 ปี ที่สำคัญก็คือ เคยพาทีมชาติ เม็กซิโก , คอสตาริกา , สหรัฐ , ไนจีเรีย และ จีน ผ่านเข้าไปเล่นในศึกเวิลด์คัพ รอบสุดท้ายมาแล้ว ถือเป็นกุนซือสมองเพชร ที่ชาติต่าง ๆ ล้วนแต่อยากจะได้มาทำหน้า ที่เป็นมันสมองของทีมทั้งนั้น
กับข่าวที่ปรากฏออกมานี้ หากว่าเป็นเรื่องจริง ผมในฐานะแฟนฟุตบอลทีมชาติไทยคนหนึ่ง ซึ่งมีความใฝ่ฝัน อยากจะเห็นทีมชาติไทย ผ่านไปเล่นในรอบสุดท้ายของศึก เวิลด์คัพเหมือนกับชาติอื่น ๆ เขาบ้าง บอกตามตรงเลยครับว่า รู้สึกตื่นเต้น กับสิ่งที่ทางสมาคมฟุตบอลไทยเรา ตั้งใจจะทำในครั้งนี้
อย่างไรก็ตามที หากจะว่ากัน แบบตรงไปตรงมา ผมเชื่อว่า หากทางสมาคมลูกหนัง สามารถตกลงในเงื่อนไข รายละเอียดปลีกย่อยในเรื่องต่าง ๆ จน โบร่า มิลูติโนวิช ยินยอมเข้ามาทำหน้าที่เป็นหัวหน้าสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติไทยเราจริง ๆ ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย กับการที่กุนซือยอดฝีมือผู้นี้ จะพาทีมชาติไทย เดินทางให้ถึงฝั่งฝัน คือการเข้าไปอวดธงในศึกเวิลด์คัพ รอบสุดท้าย
ที่ผมเขียนอย่างนี้ ไม่ใช่เพราะ ไม่เชื่อฝีไม้ลายมือของ โบร่า มิลูติโนวิช หากแต่ผมมองว่า สิ่งที่สมาคมลูกหนังจะมอบหมายให้กับ มิลูติโนวิช ทำนั้น มีขอบข่ายความรับผิดชอบมากน้อยแค่ไหน
หากมอบหมายเพียงให้ มิลูติโนวิช เข้ามารับหน้าที่หัวหน้าสตาฟฟ์โค้ชทีมชาติไทยชุดใหญ่ พร้อมบอกว่า ต้องได้ไปเล่นรอบสุดท้าย เวิลด์คัพ 2014 ผมมองโอกาสที่จะทำสำเร็จ มีไม่ถึง 20 เปอร์เซ็นต์ครับ
แม้เป้าหมายที่ว่านั้น จะยังอยู่ไกลจากนี้ไปถึง 6 ปี มากพอที่จะทำให้ โบร่า มีโอกาสได้คลุกคลี ใกล้ชิด เรียนรู้ วัฒนธรรมของวงการลูกหนังไทย และของนักฟุตบอลไทย ได้อย่างเพียงพอ แต่การเข้ามาคุมในส่วนยอด โดยละทิ้งการเจริญเติบโตตามขั้นตอนมาตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน ในความคิดของผมแล้ว ผมว่าไม่ใช่ครับ
หากให้ โบร่า ใช้เวลาที่มีอยู่ประมาณ 6 ปี จากนี้ไป ในการสร้างทีมชาติชุดใหญ่ ดึงนักเตะคนโน้น คนนี้เข้ามาเสริมทีมได้อย่างอิสระตามใจชอบ วางระบบการเล่นที่ตัวเขาเองต้องการ และมั่นใจว่า จะประสบความสำเร็จ มันก็ไม่ได้หมายความว่า ทีมชาติไทยเรา จะดีขึ้นมาแบบผิดหูผิดตาจนได้ไปฟุตบอลโลกหรอกครับ
หากยอมรับความเป็นจริง จุดอ่อนของนักเตะไทย ณ ปัจจุบันนี้ ที่เห็นได้ชัดเจนที่สุด มีอยู่ 2 เรื่อง ก็คือ ทางด้านสรีระ และทางด้านทักษะหรือความสามารถเฉพาะตัว
ตรงนี้ต่างหากที่ผมมองว่า สำคัญที่สุด ตามความคิดของผม และถ้าให้ โบร่า เข้ามาช่วยเริ่มพัฒนาตั้งแต่ส่วนนี้ ควบคู่กันไปกับการทำทีมชาติชุดใหญ่ ผมมองว่า ฝันของคนไทย มีทางเป็นไปได้ และเป็นไปได้แน่นอน
ถ้าสมาคมลูกหนัง แต่งตั้งให้ โบร่า (หรือใครก็ตามทีที่เก่งและชื่อดัง) เข้ามารับผิดชอบพัฒนาทีมชาติไทย ทั้งระบบ นั่นคือ เริ่มดูแลตั้งแต่ระดับเด็ก , เยาวชน จนโตเป็นผู้ใหญ่ วางรากฐาน พัฒนาทั้งในด้านสรีระ และทักษะความสามารถเฉพาะตัว
จนกระทั่ง ทีมเด็กไทยรุ่นอายุ 14 ปี ก้าวเป็นหนึ่งของเอเชีย พอโตมาเป็นรุ่น 16 ปี ก็ยังเป็นหนึ่งในเอเชีย แถมยังได้ไปลุยศึกยุวชนโลก จากนั้นเมื่อเติบโตมาเป็นชุดเยาวชน อายุ 19 ปี ก็ยังรักษาความเป็นหนึ่งของเอเชียเอาไว้ได้ ต่อเนื่องไปเป็นชุดโอลิมปิก แล้วค่อยขยับมาเป็นชุดใหญ่
การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง จนเด็กพวกนี้ค่อย ๆ เติบโตมาตามขั้นตอน จนกระทั่งกลายเป็นทีมชุดใหญ่ ผมเชื่อว่า เราย่อมมีทางที่จะเป็นหนึ่งในเอเชีย และได้ไปบอลโลกแน่นอน
ที่ผ่านมานั้น ชาติอย่าง ไนจีเรีย , กานา , แคเมอรูน หรือแม้กระทั่ง ญี่ปุ่น , เกาหลีใต้ หรือหลายชาติในเอเชีย กว่าจะได้เข้ารอบสุดท้ายเวิลด์คัพ ล้วนแต่ต้องเริ่มจากการประสบความสำเร็จ มาจากระดับเด็ก และเยาวชนกันทั้งนั้น
คงไม่มีชาติไหนหรอกครับ ที่จ้างโค้ชเก่ง เข้ามาทำทีมชุดใหญ่ แล้วได้ไปบอลโลกแบบง่ายดั่งพลิก ฝ่ามือ ยกเว้นเสียแต่ว่า ประเทศนั้น ๆ มีโครงสร้างพื้นฐานทางวงการลูกหนังที่ดีอยู่แล้ว เช่น มีลีกอาชีพที่แข็งแกร่ง หรือมีองค์ประกอบอื่น ๆ ที่เอื้อ
แต่สำหรับประเทศไทยเรา ลีกอาชีพที่แข็งแรง เราก็ยังไม่มี ปัจจัยหลาย ๆ อย่างก็ไม่ได้เอื้อ หรือเป็นใจให้วงการลูกหนังไทย ประสบความสำเร็จ ถึงขั้นได้เล่นเวิลด์คัพ รอบสุดท้ายเลยแม้แต่น้อย
ดังนั้น เราต้องเริ่มจากพื้นฐานครับ จ้างโค้ชเก่ง ๆ มา ก็ต้องให้เขาได้รับผิดชอบตั้งแต่รากฐาน มิใช่ให้มาดูตอนปลายยอดเลย ถ้าเป็นอย่างนั้น รับรองไม่มีทางหรอกครับ
อย่างไรก็ตามที ไม่ว่าท่านนายกสมาคมลูกหนัง หรือผู้หลักผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบของสมาคมลูกหนัง จะมองเหมือนอย่างที่ผมคิดนี้หรือไม่ แต่ผมก็ยังรู้สึกดีใจ และปลื้มใจบ้างแล้ว ที่ได้เห็นความ พยายามในการดึงคนดีมีฝีมือ มาช่วยกอบกู้วงการลูกหนังไทย ให้ก้าวไปอยู่ระดับอินเตอร์
 
 

 

Back to the top