| |
เมื่อวานผมออกลูกเกเร ไม่เขียนคอลัมน์
หมอเมาเป่านกหวีด เหตุผลไม่ใช่เพราะหลงรักรัสเซีย จนทุ่มเททั้งร่างกายและจิตใจ
อย่างที่เฮียนอสบอกน้องวาว จารุวัฒน์ ที่เมื่อวาน รับบทบาทเขียน เปลี่ยนจุดยิง
แทนผม ความจริงผมตั้งใจจะเขียน ตอนเที่ยงครึ่งก่อนอัดเทป คิกออฟ ออนทีวี
แต่ผมนั่งเขียนไปได้ครึ่งหน้า ก็รู้สึกเซ็ง พอขึ้นไปอัดเทป เลยไหว้วานน้องวาว
ให้เขียนแทนหนึ่งวัน
อาการเซ็ง หรืออาการเบื่อ ไม่ใช่เริ่มจากฟุตบอล
แต่ผมเซ็งตัวเอง เวลาเขียนบทความไม่ได้ดังใจ ทั้งๆ ที่พอผมนึกหัวข้อ และเรื่องราวที่ผมจะเขียน
ไม่เกิน 20 นาที ทุกอย่างเรียบร้อย แต่เมื่อวาน ผมเขียนครึ่งชั่วโมง เขียนได้เพียงครึ่งหน้า
ก็เลยรู้สึกว่า สภาพจิตใจไม่พร้อม เลยขออนุญาตพักการเขียนหนึ่งวัน
ฟุตบอลยูโร 2008 ครั้งที่ 13 ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
มาถึงนัดชิงชนะเลิศ จะเตะกันคืนนี้ เวลา 01.45 น. เป็นการพบกันของ อดีตแชมป์ยูโร
3 สมัย แชมป์โลก 3 สมัย เยอรมนี ภายใต้การคุมทีมของ โยอัคคิม เลิฟ พบกับ
อดีตแชมป์ยูโร หนึ่งสมัย สเปน ที่มี หลุยส์ อราโกเนส เป็นผู้จัดการทีม
ถือว่ามาตามนัดทั้งสองทีม เพราะก่อนแข่ง
ได้รับการคาดหมายให้เป็นเต็งหนึ่ง และเต็งสอง และจะเป็นนัดชิงชนะเลิศของฟุตบอลรายการใหญ่
ที่ทั้ง 2 ชาติมีโอกาสพบกัน เปรียบเทียบฟอร์มการเล่น สภาพความพร้อม ทุกอย่างใกล้เคียงกัน
เยอรมนี ของโยอัคคิม เลิฟ อาจจะมีผลการแข่งขันในยูโร
2008 ตั้งแต่รอบแรกไม่หรูหรา มีตำหนิ เล็ก ๆ จากการพ่ายแพ้โครเอเชียในรอบแรก
แต่ความเป็นนักสู้ของเยอรมนี ก็สามารถฝ่าด่านอันตรายในรอบ 8 ทีมสุดท้าย
ชนะ โปรตุเกส รอบรองชนะเลิศ ชนะตุรกี จนประสบความสำเร็จ เข้าชิงชนะเลิศในทัวร์นาเมนต์นี้
หลังจากยูโร 2 ครั้งที่ผ่านมา เยอรมนี ตกรอบแรก และเป็นการพิสูจน์ฝีมือความสามารถของ
โยอัคคิม เลิฟ ว่าเป็นของจริง หรือของปลอมทำเหมือน
เยอรมนี มายูโร 2008 ด้วยระบบ 4-4-2
มี มิชาเอล บัลลัค เป็นจอมทัพ ดูดีในนัดแรก ชนะ โปแลนด์ 2-0 แต่มาสะดุด
แพ้โครเอเชีย 1-2 ชนะออสเตรีย 1-0 ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย พบ โปรตุเกส
อาจจะเป็นความโชคดีของ โยอัคคิม เลิฟ เพราะมิดฟิลด์ตัวรับ ทอร์สเท่น ฟริงก์ส
มีอาการบาดเจ็บ และฟอร์มการเล่นของ มาริโอ โกเมซ, เคลแมน ฟริตซ์ และ มาร์แซล
ยานเซ่น เล่นได้ไม่ดี ทำให้ โยอัคคิม เลิฟ ต้องแปลงวิธีเล่น เปลี่ยนระบบ
4-4-2 มาเป็น 4-2-3-1 ใช้ มิโรสลาฟ โคลเซ่ เป็นศูนย์หน้าเพียงคนเดียว ใช้
3 ผู้เล่นเกมรุก ลูคัส โพดอลสกี้ ทำเกมริมเส้นฝั่งซ้าย มิชาเอล บัลลัค
เป็นจอมทัพอยู่กลาง และ บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์ ทำเกมริมเส้นฝั่งขวา ใช้
2 ผู้เล่นมิดฟิลด์เกมรับ โธมัส ฮิตเซิลสแปร์เกอร์ กับ ไซม่อน โรลเฟส ส่วนแนวรับ
ให้ ฟิลิปป์ ลาห์ม เล่นแบ็กซ้าย และใช้ อาร์เน่ ฟรีดริช เป็นแบ็กขวา เพอร์
แมร์เตซัคเกอร์ กับ คริสตอฟ เม็ตเซลเดอร์ เป็นเซ็นเตอร์คู่กลาง และ เยนส์
เลห์มันน์ เป็นผู้รักษาประตู
พอเปลี่ยนระบบ เยอรมนี เล่นดี ชนะ
โปรตุเกส พอรอบรองชนะเลิศ ก็ยังเล่นระบบเดิม เปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ใช้ ทอร์สเท่น
ฟริงก์ส ที่สมบูรณ์ลงแทน ไซม่อน โรลเฟส ทำให้ทุกอย่างลงตัว
ส่วน สเปน ของ หลุยส์ อราโกเนส
เล่นระบบ 4-4-2 มาโดยตลอด โชว์ฟอร์มดี เล่นดี แต่พอรอบรองชนะเลิศ ดาวิด
บีญ่า ดาวซัลโวของทีม มีอาการบาดเจ็บ ทำให้ หลุยส์ อราโกเนส เปลี่ยนแปลงระบบการเล่นมาเป็น
4-1-4-1 ใช้ เฟร์นันโด ตอร์เรส เป็นศูนย์หน้าตัวเป้า แดนกลาง 4 คน ดาวิด
ซิลบา , เชสก์ ฟาเบรกาส , ชาบี้ เอร์นันเดซ และ อันเดรียส อินิเอสต้า มี
มาร์กอส เซนน่า เป็นมิดฟิลด์ตัวรับ คอยตัดเกม ส่วนแนวรับ กับ ผู้รักษาประตู
เหมือนเดิม พอเปลี่ยนระบบการเล่น ผลเล่นดี เอาชนะรัสเซีย 3-0 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ
กับ เยอรมนี
ฟุตบอลคู่นี้ สูสีใกล้เคียงกันมาก
เยอรมนี เป็นทีมที่เล่นดีทั้งเกมรับและเกมรุก ชอบเล่นกับฟุตบอลที่เปิดเกมบุก
เพราะเยอรมนี จะตั้งรับแบบคุมโซน รอใช้เกมโต้กลับที่มี มิชาเอล บัลลัค
เป็นจอมทัพ แต่จุดอ่อนอยู่ที่แนวรับเชื่องช้า และอายุเยอะ ส่วน สเปน เป็นพวกถอยหลังหกล้ม
เล่นเกมรุกดี ยิ่งใช้มิดฟิลด์เกมรุก 4 คน ยิ่งน่ากลัว เกมจะเป็นสเปน บุก
เยอรมนี ตั้งรับ สเปน อาจจะรุกดี แต่เกมรับจะมีปัญหาในลูกกลางอากาศ แพ้-ชนะ
ขึ้นอยู่กับคนข้างสนาม โยอัคคิม เลิฟ กับ หลุยส์ อราโกเนส จะวางแผนแก้เกม
แก้ไขสถานการณ์ในสนามกันอย่างไร โอกาสดูใกล้เคียงกันมาก แต่สุดท้าย ต้องบอกว่า
ผมเชียร์สเปนครับ
|
|