อัพเดท 27 มิถุนายน 2551

โดย เฮียนอส

อินทรีเหล็ก เจ้ายุโรปสมัย 4 ?

ทีมอินทรีเหล็ก "เยอรมนี" ของกุนซือ โยอาคิม เลิฟ กลายเป็นทีมแรก ที่เข้าไปรอเตะนัดชิงชนะเลิศฟุตบอลยูโร 2008 ในวันอาทิตย์ที่ 29 มิ.ย. ที่จะถึงนี้ หลังจากพวกเขาเฉือนเอาชัยเหนือทีมแดนไก่งวง "ตุรกี" ของกุนซือ ฟาติห์ เตริม ในเกมที่สู้กันสนุก พลิกไปพลิกมา 3-2 ประตู เมื่อคืนวันพุธ(25 มิ.ย.) ที่ผ่านมา
นับเป็นการตบเท้าเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติ ยุโรป เป็นสมัยที่ 6 ของทีมอินทรีเหล็ก ที่พวกเขาประสบความสำเร็จคว้าแชมป์มาแล้ว 3 สมัย ในการเข้าถึงรอบชิง 5 หนของพวกเขา
ปี 1972 "ไอ้ดินระเบิด" แกร์ด มุลเลอร์ ยิง 2 ประตู ช่วยให้ทีมเยอรมนีตะวันตก เชือดเจ้าภาพ "ทีมปิศาจแดง" เบลเยียม 3-1ก่อนที่ไอ้ดินระเบิด จะไปยิงเพิ่มอีก 2 ประตู ในนัดชิงชนะเลิศ ที่เยอรมนีตะวันตก ถล่มทีมแดนหมีขาว "สหภาพโซเวียต" ไปขาดลอย 3-0 ประตู ส่งให้ทีมอินทรีเหล็ก คว้าแชมป์ยุโรปไปครองเป็นสมัยแรก พร้อมทั้ง มุลเลอร์ ได้ครองตำแหน่งดาวซัลโวสูงสุด เมื่อกดไปทั้งสิ้น 5 ประตู
4 ปีต่อมา เยอรมนีตะวันตก ที่เป็นทั้งแชมป์ยุโรป และแชมป์โลก ต้องพลาดท่าพ่ายในการดวลจุดโทษต่อ เชโกสโลวาเกีย 3-5 ประตู หลังจากที่เสมอกันในการเล่น 120 นาที 2-2 ประตู พลาดการป้องกันแชมป์ ไปอย่างน่าเสียดาย ในการเล่นที่ยูโกสลาเวีย
จากนั้น ทีมอินทรีเหล็ก กลับมาแก้ตัวสำเร็จ ใน 4 ปีถัดมาที่อิตาลี เมื่อ "ไอ้ยักษ์โขมด" ฮอร์สต์ ฮรูเบสช์ ทำคนเดียว 2 ประตูในนัดชิงชนะเลิศ พาทีมเยอรมนีตะวันตก พิชิต เบลเยียม 2-1 ประตู ซิวแชมป์ยุโรปไปครองเป็นสมัยที่ 3
ปี 1992 หรือ 12 ปีหลังจากนั้น ทีมอินทรีเหล็ก ถึงจะมีโอกาส ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป อีกครั้ง ซึ่งครั้งนั้น เป็นครั้งแรก ภายใต้ชื่อ เยอรมนี อีกด้วย แต่ทีมของกุนซือแบร์ตี้ โฟกต์ส ที่ก่อนหน้านั้น 2 ปี เพิ่งคว้าแชมป์โลกที่อิตาลี ต้องเป็นฝ่ายปราชัยต่อทีมแดนโคนม "เดนมาร์ก" ไป0-2 ประตู ชวดแชมป์ไปอีกหน
ทว่า! 4 ปีถัดมา โอลิเวอร์ เบียร์โฮฟ ยิงประตูชัยในช่วงต่อเวลาพิเศษ กลายเป็นประตูโกลเด้นโกล์ ที่ทำให้ทีมอินทรีเหล็ก ครองแชมป์ยุโรป เป็นสมัยที่ 3ด้วยชัยชนะเหนือ สาธารณรัฐเช็ก 2-1 ประตู ในนัดชิงชนะเลิศ ที่สนามเวมบลีย์ กรุงลอนดอน
จากนั้นมา เยอรมนียังไม่เคยประสบความสำเร็จ ในการแข่งขันทัวร์นาเมนต์ ระดับเมเจอร์เลย โดยได้เพียงแค่รองแชมป์โลก ในเวิลด์ คัพ 2002 ส่วนในศึกยูโร 2000 และ 2004 ทีมอินทรีเหล็ก ต้องร่วงเพียงแค่รอบแรก ทั้ง 2 ครั้ง 2 ครา
การเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ บอลยูโร 2008 ของทีมอินทรีเหล็ก "เยอรมนี" ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ (29 มิ.ย.) จึงเป็นความพยายาม ในการกลับคืนสู่ความยิ่งใหญ่ของพวกเขา ที่ห่างเหินจากความสำเร็จในทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์ 12 ปีเข้าไปแล้ว
ขณะที่ปั่นต้นฉบับคอลัมน์อยู่ ผมยังไม่ทราบผลการฟาดแข้งรอบรองชนะเลิศ อีกคู่ ระหว่าง สเปน กับ รัสเซีย ว่า ทีมใดจะกลายเป็นคู่ชิงชนะเลิศของทีมอินทรีเหล็ก แต่ผมมั่นใจ ตั้งแต่ตอนนี้ ขณะนี้แล้วว่า ไม่ว่าจะเป็น สเปน หรือรัสเซีย ที่ผ่านเข้ามาสู่รอบชิง ทีมอินทรีเหล็ก มีโอกาสมากกว่ากับการก้าวไปเป็นแชมป์ยูโร 2008 ครับ เพราะพวกเขา จะมีฟอร์มการเล่น ถึงจุดพีกสุด ๆ ในนัดชิงชนะเลิศแน่นอน
แม้จะโชว์ฟอร์มไม่เข้าตาสักเท่าไหร่ ในรอบแบ่งกลุ่ม เริ่มด้วยการคว้าชัยเหนือ โปแลนด์ 2-0 ประตู ตามด้วยความปราชัยต่อ โครเอเชีย 1-2 ประตู จนต้องมาลุ้นเข้ารอบในนัดสุดท้าย ก่อนจะทำได้สำเร็จ ด้วยการพิชิตทีมเจ้าภาพร่วม "ออสเตรีย" 1-0 ประตู ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ไปพบกับตัวเต็งอย่างทีมแดนขนมฝอยทอง "โปรตุเกส"
ทีมอินทรีเหล็ก มาเริ่มฉายแววแชมป์ยูโร 2008 เอาในรอบนี้ ด้วยการหักปากกานักวิจารณ์ส่วนใหญ่ ที่เชื่อมั่นในทีมฝอยทองมากกว่า โดยทีมของกุนซือโยอาคิม เลิฟ โค่นทีมฝอยทองไป 3-2 ประตู ผ่านเข้าไปเล่นในรอบรองชนะเลิศ
แม้จะออกสตาร์ตได้ไม่ค่อยดี เมื่อถูกทีมแดนไก่งวง "ตุรกี" ขึ้นนำไปก่อน 1-0 แต่เยอรมนีก็กลับมาได้อย่างรวดเร็ว ก่อนจะพลิกขึ้นนำบ้าง 2-1 เมื่อเหลือเวลาอีก 12 นาทีจะจบเกม
ตุรกี ที่ทำประตูในช่วงท้ายเกม ส่งผลให้พวกเขา คว้าชัยเหนือคู่ต่อสู้ ใน 3 นัดก่อนหน้านี้ ตามตีเสมอเยอรมนีจนได้ เมื่อเหลืออีกเพียง 4 นาทีจะจบเกม
ถึงตอนนั้น คนส่วนใหญ่ ต่างคาดว่า เกมคู่นี้ คงต้องยืดเยื้อออกไปอีก 30 นาทีอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้เล่นของตุรกี ตลอดจนกระทั่งกุนซือ ฟาติห์ เตริม ต่างก็มั่นใจว่าจะเป็นเช่นนั้น เห็นได้ชัดจากรูปเกมที่พลพรรคเติร์ก เริ่มหันไปเน้นเกมรับ รอเวลาหมด
แต่ทีมอินทรีเหล็กไม่ได้คิดอย่างนั้น ได้แสดงให้เห็นความเป็นทีม "นักสู้" ผู้ที่ไม่เคยลดทอนความมุ่งมั่นในชัยชนะเลย ตราบใดที่เสียงนกหวีดหมดเวลาจากผู้ตัดสินยังไม่ดังขึ้น
โวล์ฟกัง เวเบอร์ ยิงประตูในวินาทีสุดท้ายให้เยอรมนีตะวันตก ตีเสมออังกฤษ 2-2 ในรอบชิงชนะเลิศเวิลด์ คัพ 1966 ในเกมที่พวกเขา ดูเหมือนจะเป็นผู้แพ้แน่นอนแล้ว
แบร์นด์ โฮลเซนบายน์ ใช้ท้ายทอยโหม่งตุงตาข่ายในนาทีสุดท้าย ช่วยให้ เยอรมนีตะวันตก ตีเสมอ เชโกสโลวาเกีย 2-2 ในรอบชิงชนะเลิศยูโร 1972 เป็นอีกเกม ที่พวกเขาแสดงให้เห็นว่า อินทรีเหล็ก ไม่เคยยอมแพ้ตราบใดที่เวลายังไม่หมด
ฟิลิปป์ ลาห์ม ได้แสดงให้เห็นถึงหัวจิตหัวใจอันแข็งแกร่งของทีมอินทรีเหล็กอีกหน ในเกมกับตุรกี เมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา เมื่อยิงประตูชัย พาเยอรมนี เข้าไปชิงเจ้ายุโรป
พลพรรคอินทรีเหล็กก้าวมาจนถึงจุดนี้ได้ ด้วยความแข็งแกร่งทั้งสภาพร่างกาย และจิตใจ มันจึงไม่ใช่เรื่องยากแน่นอน ที่พวกเขา จะก้าวไปสร้างประวัติศาสตร์ กับตำแหน่งแชมป์ยุโรป สมัยที่ 4 ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้
 
 

 

Back to the top