อัพเดท 26 มิถุนายน 2551

โดย หมอเมา

รัสเซียคือคำตอบสุดท้าย

ฟุตบอลยูโร 2008 รอบรองชนะเลิศ คู่ที่สอง ถือเป็นคู่ที่น่าจะดูใกล้เคียงสูสีกัน เพราะสเปน ของ หลุยส์ อราโกนเญส ยังโชว์ฟอร์มได้ดีอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่รัสเซีย ของ กุส ฮิดดิ้งค์ ชัยชนะรอบ 8 ทีมเหนือฮอลแลนด์ ถือว่างดงามสวยหรู ถึงแม้ฟุตบอลคู่นี้ นัดแรกของกลุ่มดี เมื่อ 10 วันก่อน สเปน จะสอนบอลชนะรัสเซียแบบบอลสู้กันไม่ได้เลย 4-1 แต่กับนัดนี้ ภาพการเล่นคงต้องร้องเพลงถึงอย่างไรก็ไม่เหมือนเดิม
ยิ่งฟอร์มการเล่นของรัสเซีย ที่ได้ อังเดร อาร์ชาวิน พ้นโทษแบน 2 นัดแรก กลับมาลงสนามเป็นจอมทัพ นักเตะที่เหลือของรัสเซีย เหมือนกินยาเก่งมาทั้งทีม เล่นได้เหมือนไม่ใช่ทีมเดียวกับที่เคยแพ้สเปนมา 1-4 ผมนั่งดูรัสเซีย ชนะ สวีเดน 2-1 แบบบอลคนละ ชั้น ดูรัสเซีย ชนะ ฮอลแลนด์ ช่วงต่อเวลาพิเศษ 3-1 ดูแล้วไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ว่า ฮอลแลนด์ สู้ไม่ได้จริง ๆ
เพราะฉะนั้นฟุตบอลคู่นี้ ชั่วโมงนี้สูสีมาก สเปน ของหลุยส์ อราโกนเญส ผู้จัดการทีมวัย 69 ปี มีจุดเด่นอยู่ที่ นักเตะส่วนใหญ่เป็นนักเตะที่โตมาจากระดับเยาวชนด้วยกัน ทุกคนเป็นลูกศิษย์ของ อราโกนเญส ทำให้เข้าใจระบบการเล่น วิธีการเล่น มีนักเตะเพียง 3 คนที่อายุเยอะ และเป็นแกนหลักของทีมคือ คาเลส ปูโญล , มาร์กอส เซนน่า และ อิเคร์ คาซิยาส ส่วนผู้เล่นคนอื่น อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน
จุดเด่นอีกอย่างของ สเปน คือคู่ศูนย์หน้า ดาวิด บีญ่า และ เฟร์นันโด ตอร์เรส ทั้ง 2 คนมีความเข้าใจ และเล่นด้วยกันมานาน ทำให้มองตาก็รู้ใจ ยูโร 2008 ครั้งนี้ ดาวิด บีญ่า ยิงไปแล้ว 4 ประตู เป็นดาวซัลโวของทัวร์นาเมนต์ ในขณะที่ เฟร์นันโด ตอร์เรส ถึงแม้ยัง ยิงประตูไม่ได้เยอะ แต่ฟอร์มก็ยังดี ไว้ใจได้ อีกคนที่เล่นได้โดดเด่นมากคือ ตัวริมเส้นฝั่งซ้าย ดาวิด ซิลบา ตอนเล่นให้กับสโมสรบาเลนเซีย ผมดูธรรมดา ๆ แต่กับการเล่นในทีมชาติสเปน ยิ่งดูยิ่งเก่ง ทั้งการลากเลื้อย การทำเกมริมเส้น และการยิงประตู พัฒนาจากเดิมเยอะมาก
นอกจากผู้เล่นตัวหลักที่โชว์ฟอร์มดีแล้ว อะไหล่ข้างสนามของสเปน ยังไว้เนื้อเชื่อใจได้ แดนหน้ามี แดเนียล กีซ่า, เซร์คิโอ การ์เซีย มิดฟิลด์มีทั้ง เชสก์ ฟาเบรกาส, ชาบี้ อลอนโซ่, ซานติ คาร์ซอล่า แต่ละคนเปลี่ยนลงไป ล้วนแล้วแต่มีทีเด็ด สามารถเปลี่ยนเกม เปลี่ยนจังหวะ ถือเป็นอาวุธที่น่ากลัวของ หลุยส์ อราโกนเญส ที่ถ้าทีมยังไม่ประสบชัยชนะ สามารถเลือกใช้งานอะไหล่ได้แบบสบายใจ
ส่วน รัสเซีย อาวุธที่ร้ายแรงที่สุด อยู่ที่คนข้างสนาม กุส ฮิดดิ้งค์ การรับบทผู้จัดการทีมแต่ละครั้ง ผลงานรับประกัน เคยพาทีมชาติฮอลแลนด์ ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศฟุตบอลโลก เคยพาทีมชาติเกาหลีใต้ ได้ที่ 4 ฟุตบอลโลก 2002 เคยพาทีมชาติออสเตรเลีย ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลก 2006 และถ้าไม่มีปัญหาเรื่องการตัดสินของกรรมการ ออสเตรเลีย ที่เสียจุดโทษนาทีสุดท้ายให้อิตาลี เกือบจะเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้ายเป็นผลสำเร็จ
ผลงานแต่ละชิ้น ต้องขอปรบมือให้ กุส ฮิดดิ้งค์ ยิ่งฟุตบอลโลก 2010 กุส ฮิดดิ้งค์ รับบทเป็นผู้จัดการทีมชาติรัสเซีย เวลายังเหลืออีก 2 ปี แต่ส่งทีมเข้ามาเล่นในยูโร 2008 ผลงานยังหวือหวาน่าติดตามเป็นที่สุด จุดเด่นของรัสเซีย อยู่ที่ เพลย์เมกเกอร์ อังเดร อาร์ชาวิน พอพ้นโทษแบนลงสนามได้ อังเดร อาร์ชาวิน เพียงคนเดียว สามารถรวมหัวใจนักเตะที่เหลือให้เกิดความมั่นใจ ทำให้เล่นได้ดีทั้งเกมรุก เกมรับ
กองหน้า โรมัน พาฟลูเชนโก้ ยิ่งเล่นยิ่งน่ากลัว ยิงประตูได้ดี เข้าฮอสเก่ง พักบอล ครองบอลได้ ทำให้พอลงสนามเป็นตัวอันตราย ยืนเคียงข้าง อังเดร อาร์ชาวิน แดนกลางเกมรับ มี เซอร์เก เซมัค คอยปัดกวาดหน้าบ้าน เกมรุก คอนสแตนติน ซีเรียนอฟ จะเป็นคนคุมจังหวะ มีตัวทำเกมริมเส้น บิลยาเลตตินอฟ และ อิวาน ซาเอนโก้ แนวรับนัดนี้ จะขาด เดนิส โคโลดิน แต่ เซอร์เก อิ๊ก นาเชวิช ก็เหนียวแน่นไว้ใจได้ สำหรับผู้รักษาประตู อิกอร์ อคินเฟเยฟ เหนียวหนึบเป็นตังเม
ฟุตบอลคู่นี้ สเปน อาจจะเคยชนะมาในนัดแรก แต่นัดนี้รับรองไม่ง่าย 90 นาที เกมน่าจะเปิดเกมบุกแลกกัน อาวุธ สูสี เกมรับสูสี แพ้-ชนะ อาจจะขึ้นอยู่กับการวางแผนแก้เกม และอะไหล่ข้างสนาม ฟุตบอลคู่นี้ อยากจะแนะนำให้แฟนบอลได้ดูเกมรุกว่า ทั้ง 2 ทีมมีแท็กติกส์อย่างไร แต่รับรอง เกมไม่น่าเบื่อแน่ โอกาสเสมอกันใน 90 นาทีมีสูง แต่สุดท้าย ผมชอบรัสเซีย น่าจะผ่านเข้าชิงชนะเลิศครับ
 
 

 

Back to the top