| |
ได้เวลากระทิงดุ?
เป็นอันว่า ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป
หรือ ยูโร 2008 ได้คู่ดวลเกือกในรอบรองชนะเลิศ เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยทีม
"อินทรีเหล็ก" เยอรมนี ของกุนซือ โยอาคิม เลิฟ จะได้เจอกับทีมแดนไก่งวง
"ตุรกี" ของกุนซือ ฟาติห์ เตริม ในขณะที่อีกคู่นั้น ทีมแดนหมีขาว "รัสเซีย"
ของจอมแท็กติกส์ กุส ฮิดดิ้งค์ จะพบกับทีมแดนกระทิงดุ "เยอรมนี" ของกุนซือเฒ่า
หลุยส์ อราโกนเญส
การผ่านเข้ามาถึงรอบนี้ ของทีมอย่าง
เยอรมนี กับ สเปน ถือได้ว่าไม่ได้เป็นสิ่งเหนือ ความคาดหมายของแฟนบอลแต่อย่างใด
เพราะก่อนทัวร์นาเมนต์นี้จะเริ่มขึ้น ทั้งทีมแดนกระทิงดุ และทีมอินทรีเหล็ก
ต่างก็ได้รับการคาดหมายว่าเป็นตัวเต็งในระดับต้นๆ อยู่แล้ว ที่จะก้าวไปคว้าแชมป์ทัวร์นาเมนต์นี้
แต่สำหรับ ตุรกี และ รัสเซีย การผ่านเข้ามา
ถึงรอบนี้ของพวกเขา ต้องถือว่าสุดเซอร์ไพรส์เอามากๆ เพราะนอกจากจะไม่เคยได้รับการคาดหมายจากบรรดาผู้สันทัดกรณีมาตั้งแต่ก่อนศึกครั้งนี้จะเริ่มขึ้น
การออกสตาร์ตด้วยการพ่ายแพ้ต่อคู่ต่อสู้ตั้งแต่นัดแรกของทั้งตุรกี ที่แพ้
โปรตุเกส 0-2 และรัสเซีย ที่โดนทีมแดนกระทิงดุ "สเปน" ถล่ม 4-1 ประตู ยิ่งทำให้ทั้งคู่
ไม่อยู่ในสายตาของบรรดาผู้สันทัด และไม่สันทัดกรณีว่ามีดีพอที่จะผ่านเข้ารอบ
8 ทีมสุดท้ายด้วยซ้ำไป
อย่างไรก็ตามที ถ้าถามถึงความรู้สึกของผมแล้ว
ทีมแดนกระทิงดุ "สเปน" ดูจะเป็นทีมที่ดีที่สุด จากทั้ง 4 ทีมที่ผ่านเข้ามาถึงรอบนี้
และน่าจะมีโอกาสมากที่สุด ที่จะก้าวไปคว้าแชมป์ทัวร์นาเมนต์ ระดับเมเจอร์เป็นหนแรก
นับตั้งแต่ที่พวกเขา ครองแชมป์ยุโรป เมื่อปี 1964
สเปน ของกุนซือเฒ่า อราโกนเญส โชว์ฟอร์มได้อย่างคงเส้นคงวามาตั้งแต่นัดแรก
ของรอบแบ่งกลุ่ม จนกระทั่งนัดล่าสุด ที่ต้องเล่นถึง 120 นาที ก่อนที่จะดวลจุดโทษเอาชัยเหนือทีมแชมป์โลก
"อิตาลี" ก็ถือเป็นนัดที่ทีมแดนกระทิงดุ เล่นได้ดี เพียงแต่ว่า ไม่อาจจะทำสกอร์เพื่อให้ได้ชัยชนะตั้งแต่ในช่วงเวลาปกติได้แค่นั้นเอง
ก่อนหน้านี้ ผมเอง ยังไม่คิดว่า
ทีมแดนกระทิงดุ จะดีพอถึงขั้นจะก้าวไปคว้าแชมป์ได้ เพราะพวกเขายังมีคราบของทีมที่ถูกมองว่าเป็น
"หมูสนามจริง สิงห์สนามซ้อม" มักจะออกตัวได้อย่างปรู๊ดปร๊าดสวยหรูในทุกทัวร์นาเมนต์
แต่สุดท้าย ก็มักจะร่วงตกรอบเอาง่ายๆ อยู่เป็นประจำ อันทำให้ สเปน ไม่เคยประสบความสำเร็จมากกว่าการครองแชมป์ยุโรปได้หนเดียว
แนวรับ คืออีกจุดหนึ่ง ซึ่งเป็นข้อสงสัยของผมว่า
จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมแดนกระทิงดุ ไม่อาจจะก้าวไปถึงฝั่งฝัน
แต่เกมกับอิตาลี ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า
ทีมของกุนซืออราโกนเญส พร้อมแล้วที่จะก้าวไปสู่ความสำเร็จ เป็นแชมป์รายการเมเจอร์ได้ซะที
การขับเคี่ยวกับทีมที่มีเกมรุกดีที่สุดทีมหนึ่งอย่างอิตาลี และไม่เพลี่ยงพล้ำเสียประตู
มิหนำซ้ำ ยังสามารถทำลายอาถรรพ์ที่พวกเขาหวั่นเกรง นั่นก็คือ มักจะแพ้การยิงลูกโทษตัดสินในทัวร์นาเมนต์สำคัญ
ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย
ไม่ว่าจะเป็นการพ่ายดวลจุดโทษต่อ
เบลเยียม ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายของศึกเวิลด์ คัพ 1986 ที่เม็กซิโก , พ่าย
อังกฤษ ในการดวลจุดโทษ ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายศึกยูโร 1996 ที่อังกฤษ และแพ้ต่อ
เกาหลีใต้ ในการดวลลูกโทษตัดสิน ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ศึกเวิลด์คัพ 2002
เหล่านี้คือความทรงจำอันเลวร้าย
ที่กลายเป็นความหวาดผวาของเหล่าแฟนบอลแดนกระทิงดุ ที่สุดท้ายแล้ว พวกเขาก็สลัดจากภาพความทรงจำอันเลวร้ายอันนั้นได้
ด้วยชัยชนะเหนือ อิตาลี เมื่อคืนวันอาทิตย์ (22 มิ.ย.) ที่ผ่านมา
แม้ว่า เยอรมนี จะยังคงเป็นทีมที่แข็งแกร่ง
เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ แต่สเปน ก็ได้แสดงให้เห็นทั้งความแข็งแกร่ง และประสิทธิภาพไม่น้อยหน้าทีมอินทรีเหล็กเลยแม้แต่นิดเดียว
ด้วยชัยชนะ 100 เปอร์เซ็นต์ในรอบแบ่งกลุ่ม
แม้ว่าตุรกี จะเป็นทีมที่สู้ไม่ถอย
แพ้ยาก แต่ สเปน ก็ไม่เคยแสดงให้เห็นเลยว่า พวกเขาจะยอมแพ้ง่ายๆ เหมือนอย่างการเอาชัยเหนือสวีเดน
ในนาทีสุดท้าย และการไล่แซงเอาชนะแชมป์เก่า กรีซ ในรอบแบ่งกลุ่ม
แม้ว่า รัสเซีย จะเป็นทีมที่เต็ม
ไปด้วยระบบการเล่นอันเฉียบขาด ภายใต้การบัญชาการของโค้ช ยอดฝีมืออย่าง
กุส ฮิดดิ้งค์ แต่สเปน ก็แสดงให้เห็นถึงระบบการเล่นที่ลงตัว และทรงประสิทธิภาพ
ภายใต้กุนซือยอดฝีมืออย่าง หลุยส์ อราโกนเญส
ด้วยประการฉะนี้ ผมจึงเชื่อลึกๆ
เลยว่า แชมป์ยูโร 2008 หนีไม่พ้นทีมแดนกระทิงดุ "สเปน" แน่นอน
|
|