อัพเดท 23 มิถุนายน 2551

โดย เฮียนอส

มหัศจรรย์ไก่งวง

เผลอแป๊บเดียว ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2008 ก็เหลือการฟาดแข้งอีกแค่ 2 นัด หรืออีกแค่สัปดาห์เดียวก็จะปิดฉากลงแล้ว มาถึงตอนนี้ เหลือเพียงแค่ 5 ทีมเท่านั้น ที่มีโอกาสจะผงาดขึ้นไปคว้าแชมป์ จะเป็น เยอรมนี, ตุรกี, รัสเซีย, สเปน หรือ อิตาลี (ระหว่างที่ปั่นต้นฉบับอยู่นี้ บอลคู่ สเปน-อิตาลี ยังไม่ลงสนาม) ใกล้จะได้รู้กันแล้วครับ
ก่อนทัวร์นาเมนต์ ยูโร 2008 จะเริ่มขึ้น ผมได้อ่านพบคำทำนายของหมอดูท่านหนึ่ง บอกว่า แชมป์ยูโร 2008 จะเป็นทีมใหม่ หรือทีมที่ยังไม่เคยได้แชมป์นั่นเอง
หากว่าหมอดูคนดังกล่าวแม่นจริง นั่นเท่ากับว่า ทีมที่จะก้าวไปซิวแชมป์ยุโรปหนนี้ หนีไม่พ้นทีมแดนไก่งวง "ตุรกี" ทั้งนี้เพราะว่า ทั้ง เยอรมนี, รัสเซีย, สเปน หรือ อิตาลี ต่างก็เคยครองแชมป์ยุโรปมาแล้วทั้งสิ้น
ผมเอง ชักเริ่มจะคล้อยตามคำทำนาย ของหมอดูท่านดังกล่าวแล้วครับ ทั้งนี้เพราะว่า ทีมแดนไก่งวง "ตุรกี" ที่ไม่เคยอยู่ในสายตาของบรรดาเกจิลูกหนังเลยว่า จะมีโอกาสก้าวผ่านรอบแรกได้ กลับเดินหน้ามาจนถึงรอบรองชนะเลิศแล้ว
อะไรก็ไม่เท่ากับการที่ ลูกทีมของกุนซือ ฟาติห์ เตริม อยู่ในสถานการณ์ที่ยืนอยู่บนปากเหว มาตลอดทุกนัด แต่พวกเขาก็เอาตัวรอดมาจนได้ผ่าน เข้ารอบตัดเชือกแล้ว
นอกจากนัดแรก ที่พ่ายแพ้ต่อทีมแดนขนมฝอยทอง "โปรตุเกส" 0-2 ประตู หลังจากนั้น ตุรกี สร้างปาฏิหาริย์เอาชัยเหนือคู่ต่อสู้ ทั้งๆ ที่ตกอยู่ในสถานการณ์ ที่มีสิทธิจะเป็นผู้แพ้สูงมาก เริ่มการไล่แซงทีมเจ้าภาพร่วม สวิตเซอร์แลนด์ 2-1 ประตู ในเกมที่พวกเขาน่าจะเสียมากกว่า 1 ประตู ตอนที่ถูกยิงขึ้นนำ แต่แล้วก็แคล้วคลาด ไล่ตีเสมอ และยิงประตูชัยได้ในนาทีสุดท้าย
นัดเจอกับสาธารณรัฐเช็ก ลูกทีมของ ฟาติห์ เตริม เหมือนตายไปเรียบร้อย แล้ว เพราะถูกนำห่างถึง 2 ประตู แต่ว่าพวกเขากลับพลิกยิง 3 ประตูรวด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง 2 ประตูสุดท้ายของพวกเขา ได้มาในช่วง 3 นาทีสุดท้ายของเกม
แต่นัดที่ต้องบอกว่า ขุนพลทีมแดนไก่งวง ล่อแหลมต่อการพ่ายแพ้มากที่สุด ก็คือในรอบ 8 ทีมสุดท้าย ที่พวกเขา ถูกทีมตราหมากรุก ยิงประตูขึ้นนำ 1-0 เมื่อเหลือเวลาแค่นาทีเดียว ของช่วงต่อเวลาพิเศษ ซึ่งตรงจุดนั้น ไม่มีใครเชื่อว่า พวกเขาจะกลับมาได้ แต่เหมือนกับเทพีแห่งโชค เลือกอยู่ข้างลูกทีมของฟาติห์ เตริม เมื่อ เซมิ เซนเติร์ก ยิงลูกผีจับยัด ในวินาทีสุดท้ายของเกม ต่อชีวิตให้พวกเขา ไปวัดกับทีมตราหมากรุกในการดวลจุดโทษ ที่ดูเหมือน ตุรกี จะเตรียมมาเพื่อสู้ตรงจุดนั้นอยู่แล้ว และทีมของกุนซือเตริม ก็คว้าชัยชนะในการดวลเป้า ผ่านเข้ารอบตัดเชือกจนได้
แน่นอน การคว้าชัยแบบไล่ตามหลังของพวกเขาใน 3 นัดหลังสุด หลายคนมองว่า นี่คือทีมที่ "เทพีแห่งโชค" เลือกจะอยู่ข้างพวกเขาโดยแท้ เพราะจวนเจียนจะแพ้ แต่ก็กลับมาเป็นผู้ชนะได้ทุกที
แต่ในความเห็นของผมแล้ว ผมมองว่า ตุรกี ไม่ได้มีแค่ "โชค" เพียงอย่างเดียวเท่านั้น หากแต่ว่าพวกเขาเต็มไปด้วย "สปิริต" และหัวจิตหัวใจที่สู้ไม่ถอย ไม่มีคำว่ายอมแพ้ ตราบใดที่ผู้ตัดสินยังไม่เป่านกหวีดหมดเวลา
ตรงนี้แหละครับที่ผมมองว่า "สำคัญ" ยิ่ง และอาจจะเป็นสิ่งที่ทำให้ ตุรกี สร้างปรากฏการณ์ช็อกโลก ด้วยการก้าวไปเป็นแชมป์ยุโรปในบั้นปลายก็เป็นได้
ถึงแม้ว่า ในรอบรองชนะเลิศ ทีมของกุนซือ ฟาติห์ เตริม จะต้องขาดผู้เล่นตัวหลักที่ติดโทษแบนถึง 4 คน แถมหัวหอกตัวเก่งอย่าง นิฮัต คาห์เวซี่ ยังมีอาการบาดเจ็บ ไม่รู้ว่าจะลงสนามช่วยทีมในนัดดังกล่าวได้หรือไม่ อันทำให้สถานการณ์ของทีมแดนไก่งวง ดูลำบากลำบนยิ่งกว่าที่ผ่านมาอีก กับการที่จะต้องเจอกับทีมเต็ง 1 อย่างเยอรมนี ในรอบดังกล่าว
แต่อย่างที่บอกแหละครับว่า มาถึงตรงนี้แล้ว นอกจาก "โชค" จะเลือกอยู่ข้างทีมแดนไก่งวงซ้ำแล้วซ้ำเล่า สปิริต และใจที่สู้ไม่ถอยของพวกเขา ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง ที่อาจจะทำให้พวกเขา ทำในสิ่งที่ไม่เคยมีใครคาดคิด ก่อนทัวร์นาเมนต์จะเริ่มขึ้นก็เป็นได้
โอเค! สถานการณ์ของพวกเขา ตกเป็นรองทีมอินทรีเหล็ก "เยอรมนี" เห็นๆ แต่ฟุตบอลที่เล่นแบบน็อกเอาต์นัดเดียวไม่มีคำว่าขอโทษ อะไรก็เกิดขึ้นได้
เมื่อขาดผู้เล่นตัวสำคัญถึง 5 คน แน่นอนว่า แท็กติกส์ของ ฟาติห์ เตริม หนีไม่พ้นการสั่งให้ลูกทีม เล่นเกมรับเต็มรูปแบบ เหมือนนัดที่เล่นกับ โครเอเชีย จนทำเอาทีมตราหมากรุก ที่ฟอร์มจัดจ้านเหลือเกินในรอบแรก ไปไม่เป็นเหมือนกัน ก็อาจจะมาใช้ได้ผลอีก ในรอบตัดเชือกกับทีมอินทรีเหล็กก็เป็นได้
ปี 1992 ทีมแดนโคนม "เดนมาร์ก" สร้างปาฏิหาริย์ ล้มทีมเต็ง 1 อย่างเนเธอร์แลนด์ ในยุค 3 ทหารเสือในรอบรองชนะเลิศ ก่อนไปพิชิต เยอรมนี คว้าแชมป์ ทั้งๆ ที่ไปร่วมทัวร์นาเมนต์ ในฐานะมวยแทน
ปี 2004 กรีซ ภายใต้การคุมทีมของกุนซือ อ๊อตโต้ เรห์ฮาเก้ล สร้างตำนานเทพนิยาย คว้าแชมป์ไปครองแบบไม่มีใครคาดคิดมา ก่อน เพราะการเข้าร่วมทัวร์นาเมนต์ระดับ เมเจอร์ของทีมแดนอารยธรรมโบราณก่อนหน้านั้น พวกเขาไม่เคยรู้จักกับคำว่า "ชนะ" เลย ทั้งในศึกลูกหนังโลก และในฟุตบอลยุโรป
หากว่าปีนี้ ทีมแดนไก่งวง "ตุรกี" จะทำเหมือนอย่างที่ เดน มาร์ก และ กรีซ เคยทำได้มาแล้ว มาถึงตรงนี้ ย่อมไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้แต่อย่างใด
จริงมั้ยครับ
 
 

 

Back to the top