อัพเดท 2 มิถุนายน 2551

โดย เฮียนอส

ตัวเต็ง แชมป์ยุโรป

นับจากวันนี้เป็นต้นไป ก็เหลือเวลาอีกไม่ถึงสัปดาห์แล้วครับ ที่ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2008 ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และออสเตรีย รับหน้าเสื่อเป็นเจ้าภาพร่วมจัดการ แข่งขัน ก็จะเริ่มขึ้น ดังนั้น ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ผมก็จะปรับคอลัมน์ "เล่นด้วยคน" มาว่ากันถึงเรื่องของฟุตบอลชิงแชมป์ยุโรปหนนี้โดยเฉพาะ แบบไม่มีเว้นว่าง ว่ากันทุกวัน มีเรื่องราวอะไรที่น่าสนใจ ก็จะขอนำมากล่าวถึงให้หมด เท่าที่ผมจะทำได้ และในสไตล์ ตามแนวความคิด และมุมมองของผมนะครับ
สำหรับวันนี้ ถือเป็นวันแรก ที่ผมจะขอ พูดถึงเรื่องฟุตบอลยูโร 2008 หนนี้ ก็คงจะเริ่มด้วยเรื่องราว ที่เป็น "ภาพรวม" ของศึกใหญ่หนนี้กันก่อน ก่อนที่จะเข้าไปเจาะวิเคราะห์ ไล่ทีละกลุ่ม ถึงความหวังของแต่ละทีม ในวันต่อ ๆ ไป ครับ
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หนนี้ ถือได้ว่าเป็นหนที่ บรรดาทีมยักษ์ใหญ่ของยุโรป มาร่วมสังฆกรรมแข้งกันอย่างพร้อมหน้า ยกเว้นก็เพียงแค่ทีม "สิงโตคำราม" อังกฤษ ที่ไม่ยอมมาตามนัด แต่รับประกันความมันว่า ถึงไม่มีทีมสิงโตคำราม ทัวร์นาเมนต์นี้ ก็ยังคงเป็นทัวร์นาเมนต์ที่น่าตื่นตาตื่นใจอยู่ดี
ทั้งนี้เพราะว่า ชาติที่เคยครองแชมป์ยุโรป ล้วนแล้วแต่ผ่านเข้ามาเล่นในรอบสุดท้าย ครั้งนี้ด้วยกันทั้งสิ้น
ไม่ว่าจะเป็น รัสเซีย แชมป์ปี 1960, สเปน แชมป์ปี 1964, อิตาลี แชมป์ปี 1968, เยอรมนี แชมป์ปี 1972, 1980, 1996, ฝรั่งเศส แชมป์ปี 1984, 2000, เนเธอร์แลนด์ แชมป์ปี 1988 และกรีซ แชมป์ปี 2004 มากันตามนัดทั้งนั้น ส่วนแชมป์เมื่อปี 1976 อย่าง เชโกสโลวาเกีย ก็มาครับ แต่มาในชื่อของ สาธารณรัฐเช็ก และชาติที่ผมคาดหมายว่า จะก้าวขึ้นไปครองความเป็นเจ้ายุโรป หนนี้ ก็หนีไม่พ้น พวกอดีตแชมป์เหล่านี้แหละครับ "เต็ง 1" ในสายตาของผม มีอยู่ 2 ทีม ที่ผมมองว่า อยู่ในระดับเดียว กัน ก็คือ เยอรมนี กับ อิตาลี โดยทีม "อินทรีเหล็ก" เยอรมนี ผู้มีดีกรี แชมป์ยุโรป 3 สมัยนั้น ขึ้นชื่ออยู่แล้ว ในเรื่องการเล่นบอลแบบทัวร์นาเมนต์ ที่พวกเขา สร้างผลงานได้ดีเสมอ ไม่ว่าจะเป็นบอลยุโรป หรือ บอลโลก แม้ว่าลูกทีมของ โยอาคิม เลิฟ จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า มีเกมรับที่อ่อนปวกเปียก แต่ผมยังเชื่อมั่นว่า เมื่อถึงเวลาแข่งจริง พวกเขาจะกลายเป็นเยอรมนี ทีมจอมแกร่ง ที่สู้จนวินาทีสุดท้าย เหมือนที่เคย ทำให้เห็นมาโดยตลอด ในอดีต ส่วนทีมแดนมะกะโรนี "อิตาลี" ที่เดินทางมาร่วมทัวร์นาเมนต์นี้ พร้อมดีกรี แชมป์โลก ถือเป็นทีมที่เต็มไปด้วยผู้เล่นทรงประสิทธิภาพในทุก ๆ กองกำลัง อีกทั้งยังมากไปด้วยประสบการณ์ เหนียวแน่นในเกมรับ ฉวยโอกาสได้ดีในเกมรุก ส่วนทีมในกลุ่มที่เป็น "เต็ง 2" ที่จะก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์ยุโรปหนนี้ ในสายตาของผม ก็มี ฝรั่งเศส, สเปน, เนเธอร์แลนด์
ความจริง ทีมเมืองน้ำหอม "ฝรั่งเศส" อดีตแชมป์ 2 สมัยนั้น น่าจะอยู่ในกลุ่มเต็ง 1 ระดับเดียวกับ เยอรมนี และ อิตาลี แต่ติดที่ว่า ผมยังไม่เชื่อมั่นในแนวรับของพวกเขา ที่ดูจะเป็น จุดอ่อนอย่างยิ่ง ทั้ง ๆ ที่เกมรุกของทีมเมืองน้ำหอม ไม่ได้ด้อยไปกว่า 2 ตัวเต็ง 1 เลยด้วยซ้ำไป ส่วนทีมแดนกระทิงดุ "สเปน" ของกุนซือ หลุยส์ อราโกนเญส นั้น หากพวกเขาสามารถสลัดหลุดพ้นจากคำว่า "หมูสนามจริง สิงห์สนามซ้อม" ได้โอกาสที่ทีมเมืองกระทิงดุ จะก้าวถึงจุดสูงสุด ก็พอมีทางเป็นไปได้ไม่น้อยเช่นกันครับ
สำหรับทีมแดนกังหันลม "เนเธอร์แลนด์" ที่มีขุนพลอดีตแชมป์ปี 1988 อย่าง มาร์โก ฟาน บาสเท่น คุมทีมมานั้น หากดูที่เกมรุกแล้วไซร้ ทีมของกุนซือพรายกระซิบ ดูจะเป็นที่อิจฉาของหลายๆ ชาติเลยก็ว่าได้ เพราะอัดแน่นไปด้วยผู้เล่นที่ทรงประสิทธิภาพยิ่ง ทว่า! ปัญหาเกมรับที่หละหลวม เสียประตูง่าย ๆ มีให้เห็นบ่อย ๆ ก็เลยทำให้ผม ไม่กล้าเลือกให้ทีมแดนกังหันลม เป็นตัวเต็งในกลุ่มแรกครับ
5 ทีมที่ว่า คือทีมที่มีโอกาสคว้าแชมป์ยูโร 2008 สูง ในสายตาของผม แต่ว่าถ้าจะให้เลือกทีม "ม้ามืด" ที่มีโอกาสสอดแทรกขึ้นมารับแชมป์ในหนนี้ ผมมองว่า น่าจะเป็นทีมแดนขนมฝอยทอง "โปรตุเกส" กับทีมตราหมากรุก "โครเอเชีย" ครับ ทั้ง โปรตุเกส และ โครเอเชีย ถือเป็นทีมรุ่นหนุ่มที่น่าจับตามองยิ่ง ในทีมพวกเขาเต็มไปด้วยผู้เล่นที่ทรงประสิทธิภาพ มีความสามารถเฉพาะตัว และเทคนิค ที่ไม่ได้เป็นรอง 5 ชาติที่ผมเอ่ยข้างต้นเลยสักนิดเดียว แต่สิ่งหนึ่ง ซึ่งทำให้ผม ยังไม่อาจเลือก โปรตุเกส กับ โครเอเชีย ให้ก้าวขึ้นไปเป็นทีมเต็งแชมป์ ก็เพราะว่า ทั้ง 2 ชาติ ยังไม่เคยแสดงให้เห็นถึงความ "เขี้ยว" หรือ "ความเก๋าเกม" ในการเล่นบอลทัวร์นาเมนต์ นั่นเอง
ส่วนทีมอื่นๆ นอกเหนือจากนี้ ผมว่า ไม่มีทางที่จะเบียดแทรกขึ้นมาคว้าแชมป์ ยูโร 2008 อย่างแน่นอน ไม่เว้นแม้กระทั่ง "ซินเดอเรลล่า" อย่าง กรีซ เมื่อ 4 ปีก่อนครับ
 
 

 

Back to the top