อัพเดท 22 พฤษภาคม 2551

โดย เฮียนอส

ยูโร 2008 เริ่มแล้ว ที่ คิกออฟ

ระหว่างวันที่ 7-29 มิถุนายนนี้ การแข่งขันฟุตบอล ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2008 จะมีขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ และ ออสเตรีย แน่นอนว่า ชีพจรลูกหนังโลก ความสนอกสนใจจากแฟนๆ ลูกหนัง ย่อมต้องพุ่งเป้าไปที่นั่น ตลอดช่วงระยะเวลาร่วม 3 สัปดาห์
ว่ากันว่า ความเข้มข้นเร้าใจ ของฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปนั้น มีมากกว่าฟุตบอลโลก หรือเวิลด์ คัพ รอบสุดท้าย ซะอีก ทั้งนี้เพราะว่า ชาติที่ผ่านการคัดเลือก เข้าร่วมชิงชัยในรอบสุดท้ายของฟุตบอลยุโรปนั้น ล้วนแล้วแต่ระดับหัวกะทิ เกรดเอ หรืออย่างแย่ๆ ก็เกรดบี ที่จะขับเคี่ยวต่อสู้กันได้สนุกสูสี ประเภทชนะกันทีละ 5 หรือ 6-0 หรือชนะแบบภาษามวยเรียก เอาต์คลาส เหมือนอย่างในรอบสุดท้ายของศึกเวิลด์ คัพ ที่มีให้เห็นเป็นประจำนั้น จะไม่มีให้เห็นหรอกครับ ในฟุตบอลยูโร
แม้ว่า ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หนนี้ จะถูกมองว่า "กร่อย" ลงไปไม่น้อย เมื่อขาดสีสันของทัวร์นาเมนต์ อย่างทีม "สิงโตคำราม" อังกฤษ ไป ทว่า! คงมีเฉพาะแฟนบอลของทีมชาติอังกฤษ เท่านั้นแหละครับ ที่คิดอย่างนั้น แฟนบอลของชาติอื่นๆ คงไม่มีใครคิดว่า เวิลด์ คัพ ที่มีให้เห็นเป็นประจำหรือเวิลด์ คัพ รอบสุดท้าย ซะอีก ทั้งนี้เพราะวงความเข้มข้นของศึกยูโร 2008 หนนี้ มันจะ "กร่อย" ลงไป
ผมก็เป็นอีกคน ที่ไม่เคยคิดเลยว่า เมื่อไม่มีทีมชาติอังกฤษแล้ว ทำให้ทัวร์นาเมนต์ยูโร 2008 จะขาดความเข้มข้นไป
เพราะถ้าคิดเช่นนั้น ก็ถือว่าดูถูกทีมชาติอื่นๆ ที่ได้เข้ารอบสุดท้ายเกินไปครับ
ทีมอย่าง เยอรมนี, อิตาลี, ฝรั่งเศส, เนเธอร์แลนด์ (ฮอลแลนด์), สเปน ล้วนแล้วแต่เป็นทีมยักษ์ใหญ่ ที่เคยคว้าแชมป์ยุโรปมาแล้วทั้งสิ้น หรือแม้กระทั่ง โปรตุเกส ที่ยังไม่เคยคว้าแชมป์ยุโรปมาก่อนเลย ก็ถือเป็นทีมระดับ "บิ๊ก" ของยุโรปทั้งนั้นในยามนี้ พวกเขาเหล่านี้ ไม่มีใครด้อยกว่า อังกฤษ เลยสักทีมก็แล้วกัน
หรือแม้กระทั่งทีมอย่าง โครเอเชีย, รัสเซีย ที่ช่วยกันเขี่ย อังกฤษ ตกรอบคัดเลือก ก็คู่ควรอย่างยิ่งกับการได้เข้ามาอวดฝีเท้าในทัวร์นาเมนต์นี้ เช่นเดียวกับแชมป์เก่าอย่าง กรีซ แชมป์ยุโรปหนที่ผ่านมา
แม้การขาดทีมชาติอังกฤษ จะทำให้แฟนๆ พลาดโอกาสที่จะได้เห็นนักเตะอย่าง เวย์น รูนี่ย์, สตีเฟ่น เจอร์ราร์ด, แฟรงค์ แลมพาร์ด หรือ ไมเคิล โอเว่น ในทัวร์นาเมนต์นี้
แต่อย่าลืมว่า นักเตะอย่าง คริสติอาโน่ โรนัลโด้ ของโปรตุเกส , อเลสซานโดร เดล ปิเอโร่, ลูก้า โทนี่, อันโตนิโอ ดิ นาตาเล่ ของอิตาลี, เธียร์รี่ อองรี, คาริม เบนเซม่า, ฟรองก์ ริเบรี่ ของฝรั่งเศส, รุด ฟาน นิสเตลรอย, เวสลี่ย์ สไนเดอร์ ของเนเธอร์แลนด์, เฟอร์นันโด ตอร์เรส, เชสก์ ฟาเบรกาส ของสเปน และ ฯลฯ ก็ยังจะมาโชว์ฝีเท้าให้ได้เห็นในทัวร์นาเมนต์นี้ นะครับ
ผมเอง เคยมีประสบการณ์ในการไปทำข่าวฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป เมื่อปี 1992 ประเทศสวีเดน ได้เห็น ได้ดูบรรยากาศการชมและเชียร์ ได้เห็นรูปเกมการแข่งขันแบบสดๆ ด้วยตาตัวเองกว่าครึ่งของทัวร์นาเมนต์นั้น ที่มีทีมชาติอังกฤษร่วมสังฆกรรมด้วย
แต่ผมก็ไม่เห็นว่า ทีมสิงโตคำราม จะน่าดู น่าติดตามมากไปกว่าทีมชาติอื่นๆ เลยสักนิดเดียว จำได้แม่นยำว่า อังกฤษ เล่นไม่เป็นสับปะรดเลยสักนัดเดียว เริ่มจากเจ๊ากับ เดนมาร์ก 0-0, เจ๊า ฝรั่งเศส 0-0 ก่อนจะไปแพ้ สวีเดน 1-2 ตกรอบแรกไป
เมื่ออังกฤษ ตกรอบแรก ผมก็ยังเห็นแฟนๆ ติดตามลุ้น ตามเชียร์ทีมอื่นๆ ที่เข้ารอบกันอย่างคึกคักเหมือนเดิม แม้แต่แฟนๆ ที่เมืองไทย ผมก็ได้ทราบว่า ยังตามดูการถ่ายทอดสดกันอย่างคึกคัก และครึกครื้น เช่นเคย
ดังนั้น ถึงไม่มีทีมชาติอังกฤษ แต่ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2008 หนนี้ ยังไงก็ต้องมันหยดติ๋งๆ หนิงซิงกิ แหงๆ ครับ
ไม่ใช่ผมจะมาเขียนโจมตีทีมชาติอังกฤษเลยครับ เพราะผมก็ไม่ได้เกลียดทีมชาติอังกฤษแต่อย่างใด แต่ที่ผมเกริ่นมาเป็นกิโลลี้ ก็เป็นเพราะอยากจะบอกแฟนๆ คิกออฟ ว่า นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป "คิกออฟ" จะเริ่มเรื่องราวเนื้อหาเกี่ยวกับฟุตบอล ชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป แบบเป็นกิจจะลักษณะซะที
แม้ฟุตบอลจะเริ่มแข่งกันวันที่ 7 มิ.ย. โน่น แต่มีเรื่องราวมากมาย ที่ทีมงานคิกออฟ น้องๆ ในกอง บ.ก.ทุกคน เตรียมจะนำเสนอเพื่อให้แฟนๆ คิกออฟ ทุกท่าน ได้อรรถรสอย่างเต็มที่ กับการติดตามเรื่องราวของฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรปหนนี้
หน้ากลางของคิกออฟ เราจะแจกโปสเตอร์ภาพทีมชาติต่างๆ ที่เข้าร่วมแข่งขันยูโร 2008 ไปเรื่อย ๆ พร้อมทั้งโปรแกรมการแข่งขัน ที่พิมพ์สี่สีสวยสด ด้วยกระดาษอย่างดี ก็จะมีแจกในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้
ก็เลยอยากจะบอกแฟนๆ ว่า อย่าพลาดการติดตาม "คิกออฟ" นะครับ ถ้าไม่อยากจะพลาดสิ่งดีๆ เกี่ยวกับฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป ครั้งนี้
ยูโร 2008 เริ่มแล้วครับ ที่ คิกออฟ
 
 

 

Back to the top