อัพเดท 11 พฤษภาคม 2551

บท-บก.
โดย เพลย์เมคเกอร์

ตัวแปรชื่อ... วีแกน & บรูซ

ในที่สุดก็ถึงวันนั้น...วันเผด็จศึก พิษณุราชันย์
วันนั้นก็คือวันนี้ที่มีความสำคัญ อย่างยิ่งยวด ต่อลมหายใจของแฟนบอลเมืองผู้ดี ผู้ชื่นชอบการลุ้นฟุตบอลมากมายเป็นพิเศษ เพราะเป็นการตัดสินในทุกๆ อย่างที่กำลัง จะจบสิ้นในทุกๆ เรื่องแล้วสำหรับวันนี้...
นัดสุดท้ายของศึกพรีเมียร์ลีกมีความสำคัญและ ความเข้มข้นเร้าใจต้องอยู่ในระดับไก่ย่างหน้า ปากซอยที่กำลังขยายเฟรนไชส์อย่างเต็มที่ในเวลานี้...
ความสำคัญที่สุดอยู่ที่การลุ้นถ้วยแชมป์แบบสุดเหวี่ยงเร้าใจในทุกวินาทีของแมนฯยูฯ กับ เชลซี ที่พลาดไม่ได้เลยแม้แต่เศษเสี้ยวเวลาของการต่อสู้ในสนาม
นอกนั้นก็จะเป็นการลุ้นอันดับสำหรับการไปลุยยูฟ่า คัพ และอินเตอร์ โตโต้ คัพ ระหว่าง แอสตัน วิลล่า และเอฟเวอร์ตัน ใครจะสมหวังในบั้นปลายชีวิตกับการลุ้นกันมาอย่างยาวนานตลอดซีซั่น !?
เรียกว่านานทีปีหนที่ทุกอย่างจะต้องมาตัดสินกันจนถึงนัดสุดท้าย หรือนัดที่ 38 ในทุกๆ เรื่อง ตั้งแต่แชมป์ยันตกชั้นอีก 2 ทีม ส่วนอีกทีมก็ตกชั้นโดยทำสถิติใหม่ได้คะแนนน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์สำหรับ "แกะเขากุด" ดาร์บี้ เคาน์ตี้
ตรงนี้ยกเว้นแต่แค่อันดับสำหรับไปแชมเปี้ยนส์ลีก ที่สุดมั่นคงระหว่างอาร์เซ นอล และลิเวอร์พูล ที่ได้อันดับที่ 3 และที่ 4 อย่างนอนแน่ไม่ต้องแช่แป้งเย็นเปาโล ไม่ต้องลุ้นจนถึงนัดสุดท้ายเหมือนชาวบ้านชาวช่อง
มีผู้คนมากมายที่เป็นทั้งเพื่อน, พี่ และน้องในวงการและนอกวงการสื่อสาร มวลชน ถามผมว่า...สุดท้ายแล้วมองว่าใครจะเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก เลยยาวไปถึงแชมเปี้ยนส์ลีก ที่ทั้งสองทีมต้องเจอกันอีกทีในรอบชิงชนะเลิศ?
ผมก็ตอบไปแบบเหนื่อยยากลำบากใจว่า..."ไม่รู้เหมือนกันครับพี่น้องคร้าบ" (ตัดสินใจยากลำบากจริงๆ เมื่อไม่ได้ชอบทั้งสองทีม)
นัดสุดท้ายของการลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก มีประเด็นข่าวให้น่า ติดตามหลายเรื่อง โดยเฉพาะคู่สำคัญระหว่างวีแกน-แมนฯยูฯ และเชลซี-โบลตัน ที่มีผลต่อการลุ้นแชมป์ โดยตรง ใครพลาดหลุดแชมป์ทันที
ข้อแม้ที่ได้เปรียบที่สุดสำหรับแมนฯยูฯก็คือขอแค่บุกไปชนะวีแกนก็พอ จะชนะเท่าไหร่ก็ไม่เกี่ยวขอแค่ให้ได้ 3 แต้มกลับบ้านก็พอแล้ว
ส่วนเชลซีมีทางเดียวที่จะได้แชมป์ก็คือชนะให้ได้ และไปลุ้นให้แมนฯยูฯเกิดพลาดท่าได้แค่เสมอ ก็จะเป็นเชลซีที่เบียดแซงแมนฯยูฯคว้าแชมป์ทันที
ประเด็นข่าวก่อนเกมคิกออฟ 3 ทุ่มของวันอาทิตย์นี้ตามพาดหัวข่าวของคิกออฟ ฉบับวันเสาร์ที่ผ่านมาก็คือ...
ฝั่งแมนฯยูฯ...ป๋าไซโคโบลตัน เชื่อมือซี้เก่าล้มเชลซี (หมายถึงเม็กสัน และน็อกซ์ กุนซือและผู้ช่วยของโบลตัน)
ฝ่ายวีแกน...บรูซ ชี้งานนี้ไม่มีเพื่อน (ต้องเป็นมืออาชีพไว้ก่อนจะได้ไม่มีข้อครหา)
ในส่วนของเชลซี ... แกรนต์ออกตัวชวดแชมป์ก็คงยังคงภูมิใจลูกทีมทุกคน (ยาวหน่อยแต่ก็ได้เห็นภาพชัดเจน)
อัฟรัม แกรนต์ ต้องการโยนอึและความกดดันไปที่แมนฯยูฯให้เกร็งที่สุด เพื่อตัวเองจะได้สบายใจมากขึ้นสำหรับการลุ้นแชมป์ในนัดสุดท้าย
คือยังไงก็ตามตัวเองไม่ต้องกดดันมากนักเมื่อมองโอกาสการคว้าแชมป์พรีเมียร์ ลีก ใครก็รู้ว่าปิศาจแดงเป็นต่อมากแค่ไหน?
ขอแค่บุกไปชนะวีแกนที่ไม่ต้องลุ้นหนีตกชั้นอะไรแล้วก็เพียงพอ ต่อความต้องการ สำหรับการฟันแชมป์เป็นสมัยที่ 2 ติดต่อกันแล้ว และดีที่เจอกับทีมแบบนี้เพราะไม่ต้องลุ้นเหนื่อยเหมือนทีมที่ต้องมีความหมายต่อการอยู่รอด
แถมที่สำคัญก็คือวีแกนอยู่ภายใต้การคุมทีมของอดีตนักเตะเก่าระดับ ตำนานแห่งโอลด์แทรฟฟอร์ดอย่างสตีฟ บรูซ ผู้ที่ก็คงไม่เห็นขี้ดีกว่าไส้ (ต้องขออนุญาตใช้คำไม่สุภาพนิดนึงนะครับจะได้เห็นภาพมากขึ้น)
แม้นใครจะมองว่าวีแกน และสตีฟ บรูซเป็นตัวแปรที่สำคัญยังไง ผมก็ยังมองว่าตัวแปรตัวนี้ ปิศาจแดงก็ยังได้เปรียบอยู่ดี
ผมว่ายังไงบรูซก็คงสั่งให้ลูกทีมเล่นเต็มที่นั่นแหละครับ แต่จะยั้งไว้บ้างเพื่อเปิด ทางให้แมนฯยูฯชนะก็คงไม่น่าเกลียดอะไรมากมาย เพราะมันก็คงเป็นไปตามฟอร์มอยู่แล้ว
ผมขออนุญาตแอบฟันธงไว้ก่อนเกมวันอาทิตย์ที่สุดสำคัญสำหรับวันตัดสินแชมป์ ไว้ดังนี้...(เป็นมุมมองส่วนตัวที่ต้องใช้วิจารณญาณสำหรับการตัดสินใจว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ด้วยนะครับ)
แชมป์...แมนฯยูฯ บุกชนะวีแกน 2-1
รองแชมป์...เชลซี ชนะ โบลตัน 2-0 แต่ก็ไม่มีผลอะไรทั้งสิ้น นอกจากรับรองแชมป์แบบชอกช้ำ
ทีมตกชั้นเป็น เรดดิ้ง กับ ฟูแล่มที่ตามดาร์บี้ไปแบบน้ำตาท่วม
ถ้วยแชมป์พรีเมียร์ลีกของจริงอยู่ที่สนาม เจเจบี สเตเดี้ยมของสตีฟ บรูซ ถูกต้องแล้วครับ ถ้วยจำลองที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ก็เก็บส่งคืนสมาคมฯเขาไปแบบอาลัย อาวรณ์เล็กน้อยเพราะเกือบได้ฉลองอยู่แล้วเชียว !!
บางทีอาจจะได้เห็นภาพสตีฟ บรูซ แอบไปฉลองแชมป์ที่ร้านข้าวต้ม ตอนดึกกับเจ้านายเก่า และรุ่นน้องหน้าตาเก่าๆ ก็ได้ใครจะไปรู้ เพราะความผูกพันมันเยอะกว่าจะได้เห็นแมนฯยูฯพลาดแชมป์ และเชลซีแซงคว้าแชมป์ไปต่อหน้าต่อตา
เรื่องนี้...ไม่มีทางปิดอย่างมิดแน่นอนครับ
 
 

 

Back to the top