อัพเดท 7 พฤษภาคม 2551

โดย เจี๊ยบ ยาชิน

โล่งใจ ที่นัดสุดท้าย ไม่ "กร่อย"

ยอมรับเลยครับว่า "โล่งใจ" หลังได้ชมการฟาดแข้งฟุตบอลพรีเมียร์ ลีก เมืองผู้ดี คู่ระหว่าง "นกสาลิกาดง" นิวคาสเซิล กับ "สิงห์น้ำเงินคราม" เชลซี เมื่อคืนวันจันทร์ (5 พ.ค.) ที่ผ่านมา ซึ่งจบลงด้วยชัยชนะของทีมสิงห์น้ำเงินคราม 2-0 ประตู
"โล่งใจ" เพราะผมเกรงตั้งแต่บอลคู่นี้ยังไม่ลงสนามว่า การลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาลนี้ จะปิดฉากลงตั้งแต่คืนวันจันทร์ หากว่า เชลซี มีอันต้องเพลี่ยงพล้ำ หรือทำได้แค่เจ๊าต่อนิวคาสเซิล อันจะทำให้เกมสุดท้ายของฤดูกาล ในวันอาทิตย์ที่ 11 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ กร่อย ไปสนิทใจ
เมื่อ เชลซี ของอัฟรัม แกรนต์ ยังออกอาการ "ดื้อ" ขอตาม "ตื๊อ" ทีมปิศาจแดง ไล่ล่าลุ้นแชมป์กันต่อไป มันก็เลยทำให้การลุ้นฟุตบอลพรีเมียร์ลีก นัดปิดซีซั่น วันอาทิตย์ที่จะถึงนี้ เพิ่มอรรถรสขึ้นมาอักโขเลยทีเดียวแหละครับ
โอเค! แม้ว่าโอกาสของเชลซี ที่จะก้าวแซงหน้าทีมของท่านเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ขึ้นไปคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เป็นสมัยที่ 3 ในรอบ 4 ปี อาจจะยังไม่ใช่เรื่องง่ายอยู่ดี เพราะตอนนี้ พวกเขาก็ยังคงมีผลต่างประตูได้-เสีย ตามหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด อยู่หลายลี้ แต่อย่างน้อย ๆ มันก็ยังดีกว่าปล่อยให้เกมนัดสุดท้ายของฤดูกาล ขาดความตื่นเต้นไป ในเรื่องของการลุ้นแชมป์
มาถึงตรงนี้ แม้บรรดาผู้สันทัดกรณีแทบจะทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์ ล้วนพากันบ่งชี้ไปทาง "ปิศาจแดง" ว่า ไม่น่าจะพลาดการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก เป็นสมัยที่ 10 หรือรวมแล้วเป็นการคว้าแชมป์ลีกสูงสุด เป็นสมัยที่ 17 เพราะมองว่า เกมนัดสุดท้าย ที่แม้ทีมปิศาจแดง จะต้องบุกไปเยือน วีแกน ที่ช่วงหลัง โชว์ฟอร์มไม่ธรรมดาเหมือนกัน แต่การที่ทีมของ สตีฟ บรูซ อยู่รอดปลอดภัยไปเรียบร้อยแล้ว ก็คงจะเล่นแบบไม่ได้เน้น หรือใส่สปิริต ลงไปแบบเกินร้อย เหมือนในช่วง 5-6 นัดหลังที่พวกเขาต้องดิ้นรนหนีตาย ก็เลยมองกันไปว่า คงไม่ใช่งานยากที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะบุกไปเก็บ 3 แต้มเต็มๆ ที่เจเจบี สเตเดี้ยม ซึ่งจะทำให้พวกเขา ครองแชมป์แบบไม่ต้องไป สนผลงาน ของเชลซีในนัดสุดท้าย
แต่สำหรับผม ในเมื่อทุกอย่าง มันยังไม่ 100 เปอร์เซ็นต์ ยังมีเปอร์เซ็นต์ เหลืออยู่สำหรับการที่ แมนฯ ยูไนเต็ด จะพลาดแชมป์ ถูกเชลซี แซงปาดหน้าคว้าพุงปลาไปกิน แม้เปอร์เซ็นต์ที่เหลืออยู่นั้น จะมีอยู่แค่ 10 หรือ 20 เปอร์เซ็นต์ หรือน้อยกว่านี้ ก็ย่อมต้องขอลุ้นอีกสักเฮือกแหละครับ
ขอออกตัวตรงนี้เลยว่า ผมไม่ใช่แฟนของ เชลซี และก็ไม่ได้เกลียด แมนฯ ยูไนเต็ด เพียงแต่ว่าผมเป็น พวกที่ชอบลุ้น ชอบอะไรที่เสียวๆ จนกระทั่งหยดสุดท้าย ไม่เหมือนอย่างพี่ชายผม "พี่หมอเมา" จอมล่มปากอ่าว ที่อยากจะให้อะไรมันจบลงเร็วๆ แบบไม่ต้องเสียว
ผมก็เลยดีใจราว "ปลากระดี่ได้น้ำ" หลัง เชลซี ชนะ นิวคาสเซิล เมื่อคืนวันจันทร์
ที่สำคัญ เมื่อปี 1995 ผมก็เคยได้ลุ้นในสถาน- การณ์ตัดสินนัดสุดท้ายอย่างนี้มาแล้ว ตอนที่แบล็ค เบิร์น แพ้ ลิเวอร์พูล แต่พวกเขาก็ได้แชมป์ เพราะทีมปิศาจแดง ไม่อาจจะคว้าชัยเหนือ เวสต์แฮม ที่ไม่มีอะไรต้องลุ้นแล้วได้
มีหลายคนบอกว่า ยังไงๆ แมนฯ ยูไนเต็ด ก็จะบุกไปชนะ วีแกน ได้แน่ ไม่ใช่แค่เหตุผลที่ว่า เพราะ วีแกน รอดตายแล้วจะเล่นไม่เต็มสูบ แต่ยังมีเหตุผลเสริมว่า เพราะ สตีฟ บรูซ เคยเป็นลูกศิษย์ท่านเซอร์เฟอร์กี้ ย่อมไม่อยากทำตัวเป็น "ศิษย์ล้างครู" แน่ๆ
แต่ผมก็ยังคงเชื่อมั่นใน "สปิริต" และความเป็น "มืออาชีพ" ของฟุตบอลอังกฤษอยู่ครับ และก็คงต้องยกตัวอย่างปี 1995 อีกนั่นแหละครับ
ปีนั้น นัดสุดท้าย ใครๆ ก็คิดว่า ลิเวอร์พูล คงจะอ่อนข้อให้กับ แบล็ค เบิร์น แน่ๆ เพราะกุนซือของทีมตราดอกกุหลาบแดงคือ เคนนี่ ดัลกลิช อดีตตำนานทั้งในฐานะนักเตะ และผู้จัดการทีมของลิเวอร์พูล แม้กระทั่งท่านเซอร์เฟอร์กี้เอง ก็ยังมีออกลูกไซโคไว้ตั้งแต่ก่อนแข่งด้วย แต่สุดท้ายแล้ว ขุนพลหงส์หงส์แดง ก็ยังแสดงความเป็นมืออาชีพให้เห็น ด้วยชัยชนะเหนือ แบล็คเบิร์น 2-0 ประตู
ผมจึงยังขอแอบเชื่อลึกๆ ว่า จะได้ "สปิริต" และความเป็น "มืออาชีพ" จากสตีฟ บรูซ และผู้เล่นของวีแกน
ที่สำคัญ ผมมีความคิดว่า ถ้า แมนฯ ยูไนเต็ด จะได้แชมป์ ก็ให้ได้แชมป์ด้วย "ฝีมือ" ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่ใช่มี "ข้อครหา" ตามมา
เพราะมันจะตกเป็น "ขี้ปาก" ให้แฟนๆ ทีมอื่นๆ เขาแซวเปล่าๆ ครับ
 
 

 

Back to the top