| |
แชมเปี้ยนส์ ลีก ทีมจากพรีเมียร์
ลีก เข้าไปชิงกันเอง ในขณะ ที่ยูฟ่า คัพ ก็ยังมีเรนเจอร์สเสนอตัวเข้าไปลุ้นความสำเร็จ
มองกันเพียงแค่ทีมจากพรีเมียร์หรือจากสหราชอาณาจักดาหน้าเข้าไปถือว่า น่าสนใจและประสบความสำเร็จอีกหนึ่งฤดูกาล
แต่ถ้าจะมองกันที่รูปแบบการเล่นแล้ว
ต้องถือว่าน่าขบคิดทีเดียว ที่แต่ละทีมหันมาใช้สไตล์เดิมๆ ในอดีตกันอีกครั้ง
นั่นคือเน้นรับรอสวนกลับด้วยนักเตะที่มีฝีเท้าจัดจ้านในเรื่องของความเร็ว
สลับการสาด ยาวเข้าไป
ปี 2004 ปอร์โต้ได้แชมป์แชมเปี้ยนส์
ลีก เหนียวหนึบทีเดียวกับเกมรับ ในขณะที่กรีซได้แชมป์ยุโรป แน่นอนสไตล์เดียวกัน
สปิริตของทีมเต็มเปี่ยมจนเรื่องราวของการสร้างสรรค์ขาดหายไปเยอะทีเดียว
ปี 2006 แฟรงค์ ไรจ์การ์ด พาทีมบาร์เซโลน่าขึ้นเป็นแชมป์แชม
เปี้ยนส์ ลีก ด้วยสไตล์เกมรุกที่หวือหวา สร้างสรรค์เกมบุกเป็นที่เพลินตาเพลินใจ
พอจะพิสูจน์ได้ในระดับหนึ่งว่าบอลสมัยใหม่
สามารถประสบความ สำเร็จได้ด้วยการสร้างสรรค์ ด้วยการเล่นที่เน้นเกมรุกเป็นหลัก
เซบีญ่า ภายใต้การคุมทีมของฆวนเด้
รามอส เป็นอีกทีมที่แสดงให้เห็นชัดเจน เหนียวๆ ไว้ก่อนก็ประสบความสำเร็จได้เช่นกัน
เป็นการตอกย้ำบอลสไตล์ที่เน้นผลมากกว่าอย่างอื่นยืนระยะได้ดีกว่า
ลิเวอร์พูลชิงกับมิลาน 2 ครั้ง
เต็มไปด้วยแท็กติกส์ หลายอย่างขาดหายไปพอสมควร ในฤดูกาลนี้สไตล์บอลอังกฤษกลับมามีบทบาทอีกครั้ง
ตอกย้ำกันเข้าไปอีกดอกหนึ่ง ให้ลืมๆ เรื่องของการสร้างสรรค์เกม เน้นผลการแข่งขันเป็นหลัก
ลิเวอร์พูล,เชลซีและผีแดงหลุดเข้ามาถึง
รอบรองชนะเลิศ ในขณะที่เรนเจอร์สได้เข้าชิงยูฟ่า คัพ แต่ละทีมนั้นปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเน้นเหนียวไว้ก่อนเป็นดี
เชลซีไม่ได้มีอะไรที่แตกต่างไปจากสมัยที่มูรินโญ่คุมทีมอยู่มากนัก
ลิเวอร์พูลนั้นแท็กติกส์ของราฟา เกลื่อนสนาม แน่นอนไม่ใช่เรื่องของการสร้างสรรค์เกมแน่
เซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันก็ไม่มีข้อยกเว้น
ท้ายๆฤดูกาลเห็นชัดเจน เล่นเพื่อผลที่ต้องการเป็นหลัก โดยเฉพาะรอบรองชนะเลิศกับบาร์ซ่า
ผีแดงตั้งเกมรับเป็นบ้าเป็นหลังอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
คงหาเรื่องด่าเฟอร์กี้ลำบาก เลือกที่จะเล่นแบบนี้เพื่อสิ่งที่ชัวร์กว่านั่นคือความสำเร็จ
ได้มาแล้วทุกคนจะหลงลืมเรื่องของสไตล์การเล่นไปเอง
ใช้การสวนกลับด้วยความเร็วของคริสติอาโน่
โรนัลโด้ หรือจังหวะ ตะลุยของเวย์น รูนี่ย์ ที่ไม่กลัวแข้งขาหักแต่อย่างใด
ทุกอย่างสามารถเดินไปตามแผนที่เฟอร์กี้ต้องการได้ในที่สุด
ได้เพียงแต่หวังว่าเซอร์อเล็กซ์
เฟอร์กูสัน จะหันมาให้ความสนใจในเรื่องของงาน สร้างสรรค์มากยิ่งขึ้นในนัดชิงชนะเลิศ
เพื่อความสนุกสนาน เพื่อความบันเทิงของแฟนบอลอย่างแท้จริง
แน่นอนเชลซีเองก็ไม่อยู่ในข่ายที่ได้รับการยกเว้น
มิดฟิลด์ตัวรับเต็มทีมไปหมด การสาดบอลยาวไปให้กับดิดิเยร์ ดร็อกบา น่าจะเป็นเรื่องราวที่เพลาลงหน่อย
ทุกอย่างพูดเข้าข้างตัวเอง ที่อยากดูบอลที่เป็นงานสร้างสรรค์มากกว่าการเล่นเพื่อเน้นในเรื่องของสกอร์
เน้นเรื่องของผลการแข่งขันที่ต้องการเท่านั้น
มันอาจจะไม่สมบูรณ์แบบเท่า ทีมประสบความสำเร็จแล้วสไตล์ยังถูกใจใครต่อใคร
ได้แบบนี้ไม่มีข้อกังขาแต่อย่างใด
ในฐานะคนเฝ้าหน้าจอก็ไม่อยาก ให้มันดูอึดอัดมากจนเกินเหตุ
ทำให้ขาดอรรถรสไปอย่างน่าเสียดาย ธุรกิจลูกหนังที่คำนึงถึงผลเป็นหลักจะลดๆ
ลงไปบ้างหรือเปล่า หรือจะเขย่ากันสนั่นจอด้วยการตัดเกมและ เน้นเกมรับเป็นพิเศษตามสไตล์ยิง
ไม่ได้ก็อย่าให้เสียเอาไว้ก่อน จะลดหย่อนจนเห็นเกมเร้าใจมากขึ้นมาหรือไม่
ทุกอย่างมีคำตอบให้ในเร็ววัน
|
|