| ทดสอบสมรรถภาพทางกาย
ตอนที่ 3 |

การออกกำลังกายเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดอย่างหนึ่งที่มีผลต่อสมรรถภาพทางกาย
โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องเน้นในวัยเด็กและวัยรุ่น การออกกำลังกายทำให้กระดูกและกล้ามเนื้อส่วนต่างๆ
มีการเจริญและพัฒนาขึ้นทั้งความยาวและความหนา ปัจจุบันได้มีการมุ่งเน้นพัฒนาสมรรถภาพทางระบบหายใจและการไหลเวียนของเลือดเป็นพิเศษ
ซึ่งนั่นหมายถึงผู้ที่มีสมรรถภาพทางระบบหายใจและการไหลเวียนของเลือดสูง
จะสามารถยืนหยัดต่อการทำงานหนักๆ ได้ติดต่อกันเป็นเวลานานๆ ประโยชน์ที่ได้รับคือการทำงานของหัวใจ
ปอด และหลอดเลือดที่แข็งแรงมากขึ้น ตัวอย่างกิจกรรมที่มุ่งเน้นพัฒนาสมรรถภาพทางระบบหายใจและการไหลเวียนของเลือด
ได้แก่ การวิ่งระยะทาง 1500 เมตร วิ่งมาราธอน ว่ายน้ำ ฟุตบอล บาสเกตบอล
และเต้นแอโรบิค เป็นต้น
ในแง่ของการพัฒนาความอดทนของกล้ามเนื้อที่เรียกว่า
muscular endurance จัดเป็นความสามารถของกล้ามเนื้อมัดหนึ่งๆ
หรือหลายๆ มัดที่สามารถประกอบกิจกรรมติดต่อกันได้เป็นเวลานานๆ โดยไม่หยุดยั้ง
และยังสามารถรักษาคุณภาพของกิจกรรมนั้นๆ ได้อย่างสม่ำเสมอหรือดีกว่าเดิม
อีกทั้งความคล่องแคล่วว่องไวในการเปลี่ยนแปลงทิศทาง หรือท่าทางได้อย่างรวดเร็ว
เช่น การวิ่งเปรี้ยว วิ่งเก็บของ วิ่งข้ามรั้ว วิ่งหลบคู่ต่อสู้ในการเล่นรักบี้ฟุตบอล
ยิ่งช่วยส่งเสริมความทนทานของกล้ามเนื้อและส่งผลช่วยให้กล้ามเนื้อทำงานติดต่อกันหนักๆ
ได้เป็นเวลายาวนานมากขึ้น
ความทนทานของระบบไหลเวียนโลหิต
(circulatory endurance) ถือเป็นส่วนสำคัญของสมรรถภาพทางกาย ความสามารถในการทำงานของหัวใจที่เกี่ยวกับการไหลเวียนของเลือดในขณะที่ร่างกายใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ทำงานหนักปานกลางได้เป็นเวลานานๆ
โดยไม่รู้สึกเหนื่อย เช่น วิ่งระยะไกล ว่ายน้ำระยะกลาง ระยะไกล เป็นต้น
นอกจากนี้ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ (muscular strength) อาจประเมินได้จากความสามารถของกล้ามเนื้อในการออกแรงยก
ดัน ดึง บีบ วัตถุที่มีแรงต้านให้วัตถุนั้นสามารถเคลื่อนที่ไปได้ตามแรงที่บังคับของกล้ามเนื้อนั้นได้สูงสุดเพียงครั้งเดียว
เช่น ยกน้ำหนัก หิ้วกระป๋องน้ำ เป็นต้น
ความสามารถของร่างกายที่เน้นหนักไปทางการเคลื่อนไหวซึ่งเกี่ยวกับกล้ามเนื้อ
พลังภายในมัดกล้ามเนื้อ เนื้อเยื่อ และข้อต่อต่างๆ เรียกว่า มรรถภาพกลไก
(motor fitness) ดังจะเห็นได้ชัดเจนจากความสามารถในการวิ่ง การกระโดด
การหลบหลีก การล้ม การยกของหนัก เป็นต้น ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
(muscular strength) ที่หมายถึงความสามารถสูงสุดของการหดตัวของกล้ามเนื้อของกล้ามเนื้อแบ่งออกได้เป็น
3 ประเภท คือ ความแข็งแรงแบบพลังระเบิด ความแข็งแรงแบบที่มีการเคลื่อนที่
และความแข็งแรงแบบอยู่กับที่ จึงควรพัฒนากำลังของกล้ามเนื้อเพื่อเพิ่มความแข็งแรงแบบมีพลังระเบิดในลักษณะที่กล้ามเนื้อทำงานได้สูงสุดในหนึ่งครั้ง
เช่น การยืนกระโดดไกล กระโดดสูง
ประการสุดท้ายสำหรับการพัฒนาสมรรถภาพทางกายเป็นเรื่องของความยืดหยุ่นตัว
ซึ่งหมายถึงความอ่อนตัวของร่างกายในการทำงานของข้อต่างๆ โดยทั่วไปสามารถแบ่งได้เป็น
2 ประเภท คือ ความอ่อนตัวสูงสุด (extent flexibility) หมายถึงความสามารถที่จะบิดงอหรือดัดส่วนของร่างกายได้มากที่สุด
เช่น ก้มตัวเอามือแตะพื้นโดยไม่ต้องงอเข่า และความอ่อนตัวขณะเคลื่อนที่
(dynamic flexibility) ได้แก่ ความสามารถในการใช้กล้ามเนื้อให้กระทำความอ่อนตัวได้หลายๆ
ครั้งอย่างรวดเร็ว เช่น การทำสคว้อททรัสต์ เป็นต้น ความอ่อนตัวทั้งสองชนิดไม่สัมพันธ์กับความเร็ว
ซึ่งหมายความถึงความสามารถที่จะทำการเคลื่อนที่อย่างเดียวกันในเวลาสั้นที่สุด
เช่น การวิ่งเร็ว เต้นเร็ว เป็นต้น
|