บีบกริพให้เหมาะกับงาน

แรงบีบของมือลงบนด้ามกริพที่พอเหมาะถือว่าเป็นปัจจัยสำคัญของวงสวิงที่ดี และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการตีช็อตในรูปแบบต่างๆ ให้เหมาะกับสถานการณ์
เพื่อที่จะได้ความรู้สึกของการจับกริพให้เหมาะกับงาน ให้จินตนาการถึงแรงบีบจากเบอร์ 1 ถึงเบอร์ 10

เบอร์ 1 คือ แรงบีบที่เบาที่สุด (ไม้กอล์ฟเกือบจะหลุดออกจากมือ)

เบอร์ 10 คือ แรงบีบที่แน่นที่สุด ( แน่นจนเกิดอาการแข็งเกร็ง ที่มือแขนและไหล่)

แรงบีบเบอร์ 5

สำหรับการตีเต็มวงตามปกติให้จับกริพด้วยแรงบีบที่เบอร์ 5 เพื่อให้มีแรงบีบกลางๆ มากพอที่จะควบคุมไม้กอล์ฟให้กระชับอยู่ในมือ แต่ผ่อนคลายพอที่จะสามารถหักข้อมือขึ้นและคลายข้อมือลง พาไม้กอล์ฟสวิงผ่านลูกด้วยความเร็วสูงสุด (รูป1) (รูป2)

 

 

แรงบีบเบอร์ 2.5

การจับกริพอย่างแผ่วเบาจะช่วยให้กล้ามเนื้อที่มือ แขน และไหล่ผ่อนคลาย ซึ่งจะช่วยให้แขนและมือสามารถพลิกหน้าไม้ให้ปิดกลับมากระทบลูกในตำแหน่งสแควร์หรือ ปิดเล็กน้อยที่จุดกระทบเพื่อตีลูกให้ดรอว์จากขวาไปซ้ายได้ตามต้องการ (รูป3)

( รูป 3 )

การจับกริพอย่างแผ่วเบายังช่วยให้ได้ความรู้สึกของการเล่นชอต์ที่ต้องการความละเอียดอ่อนรอบๆ กรีนเช่นลูกพัตต์ ชิพ พิช ลอฟ ฟรอพ และ ลูกระเบิดทรายข้างกรีน (รูป4)

( รูป 4 )

แรงบีบเบอร์ 7.5

การจับกริพด้วยแรงบีบที่แน่นขึ้นจะทำให้มือและแขนทำงานช้าลง เป็นผลให้หน้าไม้ไม่ปิดเร็วก่อนกำหนด ซึ่งเหมาะสำหรับการตีลูกให้เฟดจากซ้ายไปขวา (รูป5)

( รูป 5 )

รัฟหนาๆ มักจะเกี่ยวที่คอเหล็กในขณะที่หัวเหล็กสวิงผ่านหญ้า เป็นเหตุให้หน้าเหล็กปิดผ่านจุดกระทบจนตีถูกไม่เต็มลูก หรือ ตีลูกไม่ออกจากรัฟ แรงบีบที่แน่นขึ้นจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ เช่นเดียวกับการตีลูกให้รอยต่ำตัดลม นักกอล์ฟจะต้องจับกริพให้แน่นขึ้น เพื่อรักษามือให้อยู่นำหน้าหัวเหล็ก เพื่อรักษาหน้าเหล็กให้อยู่ในลักษณะคว่ำลงและสแควร์ผ่านจุดกระทบ (รูป 6)

( รูป 6 )

 


เอื้อเฟื้อสถานที่โดย ลำลูกกาคันทรีคลับ