formula1online

อัพเดท 14 มีนาคม 2551
F1 2008 Form Guide

หลังจากโมโต จีพี เริ่มต้นไปเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สุดสัปดาห์นี้ เราจะได้ดู F1 กรังด์ปรีซ์สนามแรกของฤดูกาลกันแล้ว แค่ผลงานเทสต์ของแต่ละทีมก็เล่นเอาลุ้นกันตั้งแต่เนิ่นๆ และแทบมองไม่ออกว่าปีนี้ใครจะมาวิน หลังจากได้ดูผลงานสนามแรกของ 2 ล้อโมโต จีพี ที่นักซิ่งหน้าใหม่พาเหรดทำผลงานได้ดี
การแข่งขันที่เมลเบิร์น สุดสัปดาห์นี้ ซึ่งคิดว่าน่าจะเป็นการแข่งขัน กลางวันสนามสุดท้ายของออสเตรเลีย ก่อนจะมีการปรับเปลี่ยนไปเป็นการแข่งขันแบบภายใต้แสงสปอตไลต์ในอนาคต ลองไปติดตามความพร้อมของการแข่งขันรถสูตร 1 ที่กำลังจะเริ่มขึ้นว่ามีอะไรน่าจับตามองบ้างสำหรับปีนี้
เต็งแชมป์ ...
คงไม่ต้องถามให้เสียเวลาว่าปีนี้ใครน่าจะคว้าแชมป์ ฟอร์มูล่า วันไปครอง เพราะสองทีมเต็งที่มาแบบคู่คี่สูสีกันสุดๆ ณ เวลานี้ คือ เฟอร์รารี่ และ แม็คลาเรน เห็นๆ กันอยู่แล้ว
เฟอร์รารี่ เองทำเวลาช่วงเทสต์ก่อนเปิดฤดูกาลได้น่าประทับใจ และไม่เซอร์ไพรส์เมื่อเทียบกับศักยภาพทีม ซึ่งดูทีไรก็เห็นได้ชัดว่าแข็งแกร่งมากขึ้นทุกครั้งยามอยู่ในสนามแข่งขัน
แชมป์โลก คิมี่ ไรค์โคเน็น ตอนนี้ปรับตัวเข้ากับเฟอร์รารี่ ได้เต็มร้อยแล้ว กับรถ F2008 ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะมาขวางคิมี่ ไม่ให้ป้องกันแชมป์โลกสำเร็จ ขณะที่ เพื่อนร่วมทีม เฟลิป แมสซ่า ก็พิสูจน์ตัวเองแล้วว่า ดีพอและดีขึ้นทุกวัน พร้อมที่จะแข่งขันกับเพื่อนร่วมทีมแบบเป็นมืออาชีพ
แล้วคู่แข่งเบอร์ 1 อย่าง แม็คลาเรนละ .. ลิวอิส แฮมิลตัน แน่นอนต้องพูดถึงเด็กหนุ่มคนนี้ ตลอดฤดูกาลที่ผ่านมา แฮมิลตัน แทบจะทำให้คนอื่นหมองลงไปถนัดตาด้วยผลงานอันน่าทึ่ง ปีนี้โตขึ้นอีกปี ไรค์โคเน็น ประมาทไม่ได้ทีเดียวเพราะนี่คือคู่ปรับอันดับ 1 ขนานแท้
อย่างไรก็ตาม เมื่อผ่านไปถึงผลงานแบบใกล้ชิดในการเทสต์แล้ว แม็คลาเรน แทบจะเทียบไม่ติดเลยกับเฟอร์รารี่ ทั้งระยะ และเวลา แม้ว่าจะสามารถเร่งให้เร็วกว่าได้ในช่วงเทสต์ก็ตาม ดังนั้น โอกาสที่ดีที่สุดของแฮมิลตัน คือหาจุดอ่อนของ เฟอร์รารี่ ที่มีอยู่น้อยนิดให้เจอ และจู่โจมตรงนั้น...
ยักษ์ใหญ่กลางตาราง..
พูดถึงทีมที่จะสู้กันอยู่หัวแถวไปแล้วซึ่งมีเพียง 2 ทีม หันมาดูช่วงกลางๆกันบ้างซึ่งเมื่อถึงตรงนี้แล้วก็ต้องบอกว่าเดายากว่าใครดูดีกว่าใคร อย่างไรก็ตาม หลังบิ๊ก 2 เฟอร์รารี่ และ แม็คลาเรน BMW ซอเบอร์ ที่จบฤดูกาลสุดท้ายได้ค่อนข้างน่าเซอร์ไพรส์ แม้ว่าจะไม่เร็วพอที่จะทำให้สองทีมข้างบนสะเทอน แต่ก็นับว่าเป็นทีมที่น่าจะมีลุ้นริดแต้มมากที่สุดในปีนี้ แม้จะยังไม่ค่อยจะชัดเจนเต็มที่นัก
กูรู F1 บอกไว้ว่า BMW ฤดูกาลนี้เป็น "ม้ามืด" ตัวจริง จากผลงานเทสต์ช่วงก่อนเปิดฤดูกาล เพียงแต่ว่าช่วงฤดูหนาวที่ผ่านมาไม่ได้ทดลองควอลิฟาย เท่านั้นเลยยากที่จะตัดสินศักยภาพกันแบบตรงๆ หลังผ่านสองสัปดาห์แรกกับปัญหารถใหม่ BMW ดูเหมือนว่าจะแก้ไขทุกอย่างได้ลงตัวดีแล้ว ทั้งความเข้าใจและความมั่นใจของทีม
เรโนลต์ และ เฟอร์นันโด อลองโซ่ นับว่าน่าจับตามากปีนี้ นักซิ่งหนุ่มสเปน อาจจะต้องทำตัวให้ชินกับการที่ไม่ได้แชมป์เป็นเวลานานๆ แต่แน่นอนว่า นี่คือมิดฟิลด์แนวรุกของ F1 ปีนี้ หลังผ่านปีที่ปัญหาประดังเข้ามาในสมองกับ แม็คลาเรน อลองโซ่ มุ่งมั่นมากมายในการกลับมาทวงความยิ่งใหญ่กับเรโนลต์ ที่เคยเขย่าวงการไว้ในปี 2005-6 ที่คว้าแชมป์โลก 2 สมัยซ้อน
ช่วงท้ายของตาราง...
ถ้าเปรียบกับทีมฟุตบอล นี่ก็คงจะเป็นโซนตกชั้นที่มองไม่ออกว่าเมื่อไรจะได้ไปอยู่ช่วงหัวตารางกับเขา มองไปมองมา ไม่มีทีมไหนที่ดูดีไปกว่า โตโยต้า อีกแล้วเมื่อผลงานเทสต์ล่าสุดของ ยาร์โน ทรูลลี่ ที่ทำเวลาจี้ แม็คลาเรน /เฟอร์รารี่ ณ บาร์เซโลนา ได้อย่างน่าเซอร์ไพรส์
อย่างไรก็ตาม ผลการเทสต์ช่วงวินเตอร์วัดอะไรไม่ได้มากเพราะเหตุการณ์ทำนองนี้เกิดขึ้นได้บ่อยครั้ง บางทีมทำเวลาได้ดีเกินที่ควรจะเป็น แต่พอเอาเข้าจริงในสนามแข่งกับเหลวเป๋ว
ที่ผ่านมาทีมเงินหนาอย่าง โตโยต้า นับว่าทำผลงานได้ต่ำกว่าที่คาดหวังมาโดยตลอด ซึ่งทำให้คนรอบข้างสงสัยว่าเป็นเพราะอะไรทั้ง ที่เป็นทีมที่น่าจะพร้อมที่สุดเพราะแรงสนับสนุนไม่ธรรมดา อาจจะติดตรงความลงตัวเล็กๆ น้อยๆ
ทีมใหม่ๆ ที่เพิ่มเติมเข้ามานับว่าไม่น้อยปีนี้ ทีมจูเนียร์ของ เร้ดบุลล์ โตโร รอสโซ่ และ ฟอร์ซ อินเดีย ไม่แน่ใจว่าจะยืนหยัดอยู่ได้นานแค่ไหน โตโร รอสโซ่ ที่เริ่มต้นด้วยรถปีที่แล้ว ทำผลงานเทสต์ได้น่าสนใจ และน่าลุ้นว่า เซบาสเตียน บอร์เดียส แชมป์ แชมเปี้ยนส์ คาร์ จะทำได้ดีแค่ไหนใน ฟอร์มูล่าวัน
ฮอนด้า...จากแย่ถึงแย่ที่สุด...
การมาของ รอสส์ บราวน์ อดีตบอสเทคนิคของเฟอร์รารี่ นับว่าเพิ่มกำลังใจให้ ฮอนด้าได้ไม่น้อย แต่ก็ยังไม่มีผลงานอะไรเป็นชิ้นเป็นอันให้ได้ชื่นใจ เป็นเพราะอาการ ของฮอนด้านั้น มันหนักหนาจนเกินเยียวยาหรือไม่ ...
เมื่อช่วงต้นฤดูหนาว ฮอนด้า ดูมั่นใจว่ายังไงปีนี้กลับมาแน่อย่างน้อยก็ไม่แพ้ผลงานปี 2006 แต่ผลการเทสต์นับว่ามีปัญหาอีกล้านแปดที่ฮอนด้า จำต้องแก้ให้ตกและน่าจะแย่กว่าปีที่ผ่านมาด้วยซ้ำ