|
|
|
"เฟเน็ช"เปลี่ยนโผหลังพี่มาดเมิน2ล.
กนกพันธุ์!สร้างเวทีมวยในหัวหมาก
|
เจฟฟ์ เฟเน็ช อดีตแชมป์โลกสามรุ่นคนดังชาวออสเตรเลียวัย
43 ปี ซึ่งประโคมข่าวเมื่อเดือนที่ผ่านมา ว่าจะเปิดศึก "ล้างตา" ในวัยดึกกับ
"อัจฉริยะหน้าหยก" สามารถ พยัคฆ์อรุณ อดีตแชมป์โลกชาวไทย และคู่ปรับเก่าอีกครั้งในเมืองไทย
ล่าสุดรายงานข่าวจาก เรย์ เวียตลี่ รองประธานไอบีเอฟ เผยว่า เฟเน็ช ยื่นข้อเสนอเรื่องนี้กับ
สามารถ แล้วแต่ได้ถูกปฏิเสธ อย่างไรก็ตามเฟเน็ช จึงเปลี่ยนแผนหันไปชวน อซูม่าห์
เนลสัน อดีตแชมป์โลก WBC รุ่น 130 ปอนด์วัย 49 ปีมาชกกับตนที่กรุงเทพฯ ในวันที่
24 มิ.ย.ศกนี้แทน
เฟเน็ช เผยว่า เมื่อต้นปีตนเองยังมีน้ำหนัก
85.75 กก. แต่หลังจากเริ่มทำน้ำหนักและฟิตซ้อมล่าสุด ต่ำกว่า 69 กก.แล้วด้วยซ้ำเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
ผมได้พบกับสามารถที่กรุงเทพฯ พร้อมคุยกันเรื่องนี้ระหว่างทานอาหารค่ำด้วยกัน
ซึ่งเขาก็รับปาก แต่พอรุ่งเช้าไม่รู้เกิดอะไรขึ้น เขากลับปฏิเสธเงื่อนไขของผมเสียนี่
เฟเน็ชกล่าว อย่างไรก็ตาม เจ้าตัวเผยว่า เขายังมีแผนจะหันไปชกกับ อซูม่าห์
เนลสัน อดีตคู่ปรับเก่าอีกรายที่เคยทำให้ตนเสียมวยมาแล้วแทน
เกี่ยวกับเรื่องนี้ ทาง ครูตุ้ย
ยอดธง เสนานันท์ ปรมาจารย์ของสามารถ เผยว่า ทั้งคู่มีการเจรจากันจริงโดยสามารถได้รับข้อเสนอค่าตัว
2 ล้านบาท แต่มีปัญหากันเรื่องน้ำหนักที่แบกกันเยอะ ตนจึงพยายามเจรจาเสนอ
ยอดสนั่น ศิษย์ยอดธง อดีตแชมป์โลกชกแทน ขณะนี้การเจรจามีความเป็นไปได้ถึง
80 เปอร์เซ็นต์แล้ว
อนึ่ง สามารถ เคยเสียแชมป์ซูเปอร์แบนตัมเวต
WBC พ่ายน็อก ยก 4 ให้เฟเน็ช เมื่อปี 1987 ต่อมา เฟเน็ชข้ามรุ่นไปเสมอกับ
เนลสัน แบบน่าชนะที่ลาสเวกัส ปี 1991 ทว่าเมื่อล้างตากันอีกครั้งในปี 1992
เฟเน็ชกลับพ่ายทีเคโอ อย่างพลิกความคาดหมายในยกที่ 8 จนเป็นเหตุให้เสียมวย
และแขวนนวมในเวลาต่อมา ปัจจุบัน เนลสันได้รับการบรรจุชื่อเข้า ฮอลล์ ออฟ
เฟม ตั้งแต่ปี 2004 พร้อมสถิติ ชนะ 39(น็อก 28) แพ้ 5 เสมอ 2 ขณะที่เฟเน็ช
มีสถิติชนะ 28 (น็อก 21) แพ้ 3 เสมอ 1
ส่วนด้าน นายกนกพันธุ์ จุลเกษม ผู้ว่าการ
กกท. เปิดเผยถึงนโยบายการจัดตั้งสนามมวยภายในสนามกีฬาเมืองหลักและสนามกีฬาที่ศูนย์
กกท. ตั้งอยู่ ว่า ตนมีนโยบายที่จะจัดตั้งสนามมวยเพื่อเป็นการช่วยอนุรักษ์ศิลปะมวยไทยให้อยู่คู่บ้านคู่เมืองสืบไป
"น่าจะมีสนามสำหรับฝึกซ้อมและจัดการแข่งขันกีฬามวยไทยที่ได้มาตรฐาน
เพื่อให้เด็กและเยาวชนมาฝึกเล่นกีฬามวยไทยในทุกๆสนามกีฬาของ กกท. โดยเฉพาะสนามกีฬาที่เป็นเมืองหลัก
และสนามกีฬาที่ศูนย์ กกท. ตั้งอยู่ อาทิ สนามกีฬาหัวหมาก กรุงเทพฯ, สนามกีฬาสมโภชเชียงใหม่
700 ปี จังหวัดเชียงใหม่, สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา 5 ธันวาคม 2550
จังหวัดนครราชสีมา, สนามกีฬา ติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา, สนามกีฬากลางจังหวัดสุพรรณบุรี
และศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติมวกเหล็ก จังหวัดสระบุรี"
ผู้ว่าการ กกท. เปิดเผยเพิ่มเติมว่า
นโยบายการจัดตั้งสนามมวยภายในสนามกีฬาเมืองหลักและสนามกีฬาที่ศูนย์ กกท.
ตั้งอยู่ นั้น ขณะนี้ตนได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกีฬามวย ภายใต้การดูแลของฝ่ายพัฒนากีฬาอาชีพและกีฬามวย
โดยนายพีระ ฟองดาวิรัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาอาชีพและกีฬามวย ได้ดำเนินการออกแบบและสำรวจพื้นที่ในการจัดตั้งสนามมวยให้มีความเหมาะสม
รวมทั้งดำเนินการจัดทำแผนงบประมาณค่าใช้จ่ายต่างๆ เพื่อนำเสนอในที่ประชุมของคณะกรรมการกีฬามวย
(บอร์ดมวย) เพื่อขออนุมัติดำเนินโครงการและงบประมาณ ซึ่งจะใช้งบ ประมาณจากกองทุนคณะกรรมการกีฬามวย
"ตอนนี้อยู่ในขั้นตอนการจัดทำแผนงานเพื่อนำเสนอขออนุมัติต่อคณะกรรมการกีฬามวย
ในการประชุมครั้งต่อไป และตนเชื่อว่าการจัดตั้งสนามมวยฯ ในครั้งนี้ จะเป็นประโยชน์ต่อเด็กและเยาวชน
เพื่อช่วยกันสืบสานและอนุรักษ์กีฬามวยไทยให้อยู่คู่ประเทศชาติต่อไป" ผู้ว่าการกกท.
กล่าวในท้ายที่สุด
|
|