bassketballonline

อัปเดท 6 พฤษภาคม 2551
เซลติคส์ ถอนขน ฮอว์คส์ ฉลุยเจอ คลีฟแลนด์ เ
ลเกอร์ส ไล่อัด แจ๊ซซ์ นำก่อน 1-0 เข้ารอบ 2

ในที่สุดว่าที่เต็งแชมป์อย่าง เซลติคส์ ก็รอดตัวเมื่อกลับบ้านมาปิดฉาก ความเก่งของเหยี่ยว ฮอว์คส์ ไว้นัดที่ 7 เดินหน้าเข้าไปเจอกับ คลีฟแลนด์ ที่นอนรอ พวกเขามาแล้วร่วมอาทิตย์ ขณะเดียวกัน เลเกอร์ส ออกสตาร์ตเกมแรกรอบ 2 ด้วยการไล่ถล่ม แจ๊ซซ์ ไปอย่างสบาย
บอสตัน
27
17
35
20
99
แอตแลนตา
16
10
17
22
65
ที่ บอสตัน : เควิน การ์เน็ตต์ ทำคนเดียว 18 คะแนน 11 รีบาวด์ พอล เพียร์ซ ทำอีก 22 คะแนนช่วยให้ บอสตัน เซลติคส์ รอดพ้นการเสียหน้าด้วยการไล่ถล่มเหยี่ยว แอตแลนตา ฮอว์คส์ แพ้ตกรอบไปด้วยสกอร์ 99-65 ก่อนที่ เซลติคส์ จะเดินหน้าเข้าสู่รอบ 2 เจอกับ คลีฟแลนด์ ต่อไปในวันอังคารนี้
แฟน เซลติคส์ เริ่มฉลองเห็นความสำเร็จกับทีมโปรดหลัง เซลติคส์ นำทีมเยือนห่าง 10 คะแนนเมื่อเข้าสู่ควอเตอร์ 2 และเป็น 18 เมื่อจบครึ่งแรก ราญอน รอนโด้ ที่ชู้ต 3 คะแนนพลาดในเกม 6 ส่งผลให้ เซลติคส์ ต้องกลับมาฎีกาหาผู้ชนะ กับเกมสุดท้ายในบ้านตนเองทำ 10 คะแนน 6 assists เค็นดริก เพอร์กิ้นส์ ทำ 10 คะแนน 10 รีบาวด์ให้เจ้าบ้านที่ทำสถิติดีสุดของลีก 66-16 และดีกว่าทีมคนหนุ่มอย่าง ฮอว์คส์ ถึง 29 คะแนนแต่แถมยังได้เล่น ในฐานะเจ้าบ้านแต่กลับต้องเล่นกับทีมรองบ่อนถึง 7 นัดเพียงแต่ว่าในวันนี้ เซลติคส์ ทำให้แฟนสบายเมื่อออกสตาร์ตครึ่งหลังด้วยการนำทีมเยือนห่างเป็น 51-28 จากนั้นหลังควอเตอร์สุดท้ายผ่านไปไม่นานแค่นาทีกว่าๆ เพียร์ซ, รอนโด้ และการ์เน็ตต์ ก็ถูกเปลี่ยนตัว...Notes : เซลติคส์ มีสถิติ 18-5 กับการเล่นในเกม 7 ขณะที่ แอตแลนตา มีสถิติ 2-8 และไม่เคยชนะมาตั้งแต่ปี 1961...26 คะแนนที่ แอตแลนตา ทำได้ในครึ่งแรกถือเป็นคะแนนที่ต่ำสุดของ เซลติคส์ ที่เสียคะแนนให้คู่ต่อสู้ด้วย
เลเกอร์ส
25
29
25
30
109
ยูทาห์
24
17
31
26
98
ที่ เลเกอร์ส : โคบี้ ไบรอันต์ ชู้ตลูกโทษ 6 จาก 21 คะแนนในควอเตอร์สุดท้าย ที่กลายเป็นสถิติสูงสุดของเพลย์ ออฟ ก่อนช่วยให้ LA เลเกอร์ส ประเดิมออกสตาร์ต กมแรกของเพลย์ ออฟ รอบ 2 ด้วยการไล่ถล่ม ยูทาห์ แจ๊ซซ์ พ่ายไป 109-98
จบเกม ไบรอันต์ ทำไป 38 คะแนน 6 รีบาวด์ 7 assists ให้ เลเกอร์ส ที่ไม่แพ้ใครตั้งแต่เพลย์ ออฟ มา 5 เกมติดและ 8 จาก 9 เกมนับตั้งแต่ปลายฤดูกาลปกติด้วย เลเกอร์ส ชู้ตลูกโทษได้ 38 จาก 46 ครั้งขณะที่ทีมเยือน แจ๊ซซ์ ทำได้ 22 จาก 30 ครั้งทั้ง 2 ฝ่ายต่างใช้เวลาส่วนใหญ่ใน ควอเตอร์สุดท้ายกับการชู้ตลูกโทษขณะที่ เลเกอร์ส ชู้ตได้ 14 จาก 19 ฝ่าย แจ๊ซซ์ เองก็ทำได้ 10 จาก 12 ครั้งในช่วง 12 นาทีสุดท้ายของควอเตอร์ 4 ปรากฏว่ากรรมการต้องเป่าฟาวล์ถึง 24 ครั้ง ขณะเดียวกันมีบางอย่างที่เหลือ เชื่อเกิดขึ้นเมื่อปรากฏว่า แจ๊ซซ์ กลับรีบาวด์ได้เหนือกว่าเจ้าบ้าน 58-41 โดย 25 ในนั้นมาจากยามบุกรีบาวด์ ไม่เพียงแค่นั้น แจ๊ซซ์ ยังชู้ตมากถึง 95 ครั้งซึ่งเท่ากับสถิติสูงสุดในปีนี้ที่ตนทำไว้แต่ชู้ตได้แค่ 36 ครั้งหรือ 37.9% เท่านั้น เดอเร็ก ฟิสเชอร์ ที่เมื่อฤดูกาลก่อนเล่นอยู่กับ แจ๊ซซ์ไล่ประกบ เดอรอน วิลเลี่ยมส์ อดีตเพื่อนร่วมทีมเก่าตลอดทั้งเกมพร้อมกับทำไป 6 ขโมยซึ่งถือว่าสูงสุดใน ชีวิตการเล่นเพลย์ ออฟ กับ 5 คะแนน 6 assists ให้กับ เลเกอร์ส ที่จะเปิดรังต้อนรับ แจ๊ซซ์ อีกครั้งในวันพุธที่จะถึงนี้
ไบรอันต์ ที่ชู้ตได้ 8 จาก 16 ครั้งและทำไป 24 คะแนนในช่วง 2 ควอเตอร์แรกทำให้ เลเกอร์ส จบครึ่งแรกด้วยการนำ แจ๊ซซ์ ไปก่อน 54-41 พัว กาโซล ทำ 18 คะแนน 10 รีบาวด์ 5 assists ลามาร์ โอด้อม ทำอีก 16 คะแนน 9 รีบาวด์ก่อนฟาวล์ครบออกไป ซาช่า วูจาซิค ทำอีก 15 คะแนนซึ่งถือเป็นคะแนนที่มากสุดในชีวิตการเล่นในเพลย์ ออฟ ให้ เลเกอร์ส ที่ชนะ เดนเวอร์ มาในรอบแรก เมห์เมต โอคัวร์ ทำ 21 คะแนนและรีบาวด์ได้สูงสุดในชีวิตการเล่นเพลย์ ออฟ 19 คาร์ลอส บูเซอร์ ทำอีก 15 คะแนน 14 รีบาวด์ 4 assists และวิลเลี่ยม ทำเพิ่มอีก 4 คะแนน 9 assists 9 รีบาวด์ให้ แจ๊ซซ์ ที่พบว่าตนถูกเจ้าบ้าน เลเกอร์ส นำตั้งแต่ออกสตาร์ต ก่อนนำห่างเป็น 68-49 เมื่อออกสตาร์ตต้นควอเตอร์ 3 ก่อน แจ๊ซซ์ จะมาทำคะแนนติด 15-3 ไล่มาเป็น 82-91 หลัง ไคล คอร์เวอร์ ชู้ต 3 คะแนนตามด้วย รอนนี่ บรีเวอร์ ทำให้ แจ๊ซซ์ ไล่จี้มาเป็น 87-91 เมื่อเหลือ 4 นาทีสุดท้าย
แต่การทำคะแนน ของ โอด้อม กับไบรอันต์ ที่ทำให้ เลเกอร์ส นำห่างออกไปอีกเป็น 94-87 เมื่อเหลือ 3 นาทีกว่าก็เป็นการดับฝันทีมเยือนที่จะแซงกลับ มาชนะเพราะหลังจากนั้น แจ๊ซซ์ ทำได้แค่ 5 รวมถึงลูกโทษลูกเดียวด้วย... Notes : เลเกอร์ส มีสถิติตลอดกาล 51-7 กับการชนะเกมแรกของการเล่น 7 นัดทั้ง 2 ทีมเจอกันในเพลย์ ออฟ 4 ครั้งโดย เลเกอร์ส เคยชนะ 4-2 ในรอบ 2 ของปี 1988 ก่อนหน้าปี 1997 แจ๊ซซ์ เป็นฝ่ายชนะไป 4-1 ซึ่งเป็นการเล่นใน รอบ 2 เช่นกัน....บูเซอร์ เสีย turnover 7 จากทั้งหมดที่ทีมเสีย 13 ครั้งขณะที่ เลเกอร์ส ก็เสีย turnover 13 ครั้งเช่นกัน

ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์คิกออฟ ฉบับที่ 3210