|
|
|
3 เจ้าบ้าน
ฮอร์เน็ตส์,เมจิก& สเปอร์ส
อัดทีมเยือนอยู่หมัดเพลย์ ออฟ รอบแรก
|
3
เจ้าบ้าน สเปอร์ส แชมป์เก่า กับ ฮอร์เน็ตส์ และ ออร์แลนโด ต่างเก็บชัยชนะกับการเล่นในบ้านนัดที่
2 เกมสุดท้ายได้หมดพร้อมขึ้นนำคู่แข่งเป็น 2-0 เกมก่อนไปเยือนคู่ต่อสู้บ้างในอีก
2 เกมข้างหน้าของเพลย์ ออฟ NBA รอบแรก
| นิวออร์ลีนส์ |
39
|
28
|
32
|
28
|
127
|
| ดัลลัส |
29
|
22
|
28
|
24
|
103
|
ที่ นิวออร์ลีนส์ : คริส พอล
ทำ 32 คะแนน พร้อมสถิติ assists ทีมมากสุดในเพลย์ ออฟ 17 ครั้งช่วยให้การเล่นเพลย์
ออฟ ครั้งแรกของ นิวออร์ลีนส์ ฮอร์เน็ตส์ ยังคงสดใสต่อไปด้วยการไล่เตะก้นม้าป่า
ดัลลัส มาเวริคส์ พ่ายกลับไป 127-103 ขึ้นนำเป็น 2-0 เกม
สำหรับสถิติ assists เก่าตกเป็นของ
มัคซี่ โบกส์ ที่ทำไว้ 15 ครั้งในปี 1993 เดวิด เวสต์ ทำอีก 27 และพีญ่า
สโตยาโควิช ทำเพิ่มอีก 22 คะแนนให้ ฮอร์เน็ตส์ ที่เริ่มนำคู่แข่งห่างกว่า
10 คะแนนเมื่อเข้าสู่ควอเตอร์ 2 ก่อนเป็น 25 คะแนนเมื่อเข้าสู่ควอเตอร์ 3
แม้เจอปัญหากับการฟาวล์แต่ ไทสัน แชนด์เลอร์ ก็ทำ 2 สถิติได้เป็นหนที่ 2
10 คะแนน 11 รีบาวด์ มอร์รีส ปีเตอร์สัน 12 และการ์ดสำรอง แญนเนโร่ พาร์โก้
ทำอีก 10 คะแนนให้เจ้าบ้านที่ชู้ต 3 คะแนนได้ 10 จาก 18 ครั้งรวมถึง 5 จาก
7 ครั้งจากสโตยาโควิช ถึงคราวที่ ฮอร์เน็ตส์ จะต้องพิสูจน์ตนเองว่าเป็นของจริงบ้างกับการยกพลไปเยือน
ดัลลัส ในอีก 2 นัดข้างหน้าที่พวกเขาไม่เคยกลับออกมาอย่างผู้ชนะเลยนับตั้งแต่ปี
1998 เป็นต้นมา เดิร์ก โนวิตสกี้ ทำ 27 แบรนดอน บาสส์ 19 ตัวสำรอง เจสัน
เธอร์รี่ย์ 16,จอช โฮเวิร์ด 10 และเจสัน คิดด์ ทำอีก 7 คะแนน 8 assists ให้
ดัลลัส ที่พบว่าปล่อยให้ ฮอร์เน็ตส์ ทำสถิติชู้ตได้ดีสุดในเพลย์ ออฟ ถึง
71% รวมถึง 39 คะแนนในควอเตอร์แรก เข้าสู่ควอเตอร์ 2 ดัลลัส มาเสีย turnover
ถึง 7 หนส่งผลให้ถูกเจ้าบ้านหนีห่างเกินกว่า 10 คะแนน พอล มาชู้ตลูกโทษลง
4 หนส่งให้เจ้าบ้านค่อยๆ นำห่างเป็น 65-51 และ 67-51 เมื่อจบครึ่งแรก พอล
มาทำ 6 คะแนนแรกรวมถึงที่ชู้ตลูกโทษ 2 หนส่งให้สถานการณ์ของทีมเยือนแย่ลงไปอีกเมื่อเจ้าบ้านค่อยๆ
นำห่างเป็น 80-58 ปีเตอร์สัน ทำให้ ฮอร์เน็ตส์ ที่ 3 ควอเตอร์ผ่านมาชู้ตได้ถึง
64% แน่ใจว่าเกมนี้ตกเป็นของตนแน่เมื่อนำขาดเป็น 90-66 ก่อนชนะไปในที่สุด.....Notes
: ในครึ่งแรก ฮอร์เน็ตส์ ได้ 17 คะแนนมาจากการเล่น fast-break และชู้ตได้ถึง
62%......ในครึ่งแรก พอล ทำได้ 2 สถิติเป็นที่เรียบร้อย 12 คะแนน 10 assists
....ฮอร์เน็ตส์ จบลงด้วยการเล่น fast-break ได้มากกว่าคู่แข่ง 29-13.....ดัลลัส
รีบาวด์ได้เหนือกว่าเจ้าบ้าน 38-31
| ออร์แลนโด |
35
|
24
|
24
|
21
|
104
|
| โตรอนโต |
18
|
39
|
21
|
25
|
103
|
ที่ ออร์แลนโด,ฟลอริดา : ดิไวท์
โฮเวิร์ด ทำคนเดียว 29 คะแนน 20 รีบาวด์ ซึ่งเป็นนัดที่ 2 ติดแล้วที่เขาทำ
อย่างละ 20 ก่อนช่วยให้ทีมมหัศจรรย์ ออร์แลนโด เมจิก เอาชนะ โตรอนโต แรพเตอร์ส
ไปอย่างหวุดหวิด 104-103 ขึ้นนำเป็น 2-0 เกมในเพลย์ ออฟ รอบแรก
คริส บอสช์ ทำ 29 คะแนน 10 รีบาวด์
เจสัน คาโพโน่ 20,โอเซ่คัลเดรอน 18 และคาร์ลอส เดลฟีโน่ ทำอีก 16 คะแนนให้
แรพเตอร์ส จาเมอร์ เนลสัน กับราชาร์ด ลูอิส ทำคนละ 18,เฮโด้ เติร์กโคกลู
ทำอีก 12 คะแนน 9 รีบาวด์ ให้ เมจิก ที่โชคดีที่ บอสช์ ชู้ตลูกในระยะ 19
ฟุตขณะเหลือ 1.9 วินาทีพลาดเลยทำให้ทีมชนะ แรพเตอร์ส ที่มีคะแนนตามหลังเจ้าบ้านมาตลอดทำให้เสียงเชียร์แฟนเจ้าบ้านเงียบกริบเมื่อแซงขึ้นนำ
101-100 เมื่อเหลือ 1 นาทีกว่าแต่ เติร์กโคกลู ก็มาทำให้เจ้าบ้านแซงกลับขึ้นมานำหลังจากนั้น
102-101 ก่อนเจ้าตัวมาชู้ตลูกโทษทำให้ช่องว่างของคะแนนห่างเป็น 104-101 เดลฟีโน่
มาทำให้ แรพเตอร์ส ไล่มาเป็น 103-104 เมื่อเหลือ 9.6 วินาทีแถมบอลยังอยู่ในมือของ
แรพเตอร์ส ด้วยหลัง คียอน ดูลิ่ง ของเจ้าบ้านไปทำฟาวล์และเป็น บอสช์ ที่ถูกเลือกให้ชู้ตลูกสุดท้ายแต่พลาด
โฮเวิร์ด กลายเป็นผู้เล่นคนแรกในรอบเกือบ 40 ปีของเพลย์ ออฟ ที่ทำอย่างน้อย
20 คะแนน 20 รีบาวด์ได้ 2 เกมติดหลังคนสุดท้ายที่ทำได้คือ แน็ต เธิร์นม่อนด์
ของ ซาน ฟรานซิสโก วอร์ริเออร์ส ทำไว้ระหว่างปี 1968-69
เกมในวันนี้ถือว่าสูสีกว่าเกมแรกที่ผ่านมา
แรพเตอร์ส ขึ้นนำเจ้าบ้านเป็นครั้งแรกได้ของรอบนี้ 64-59 จากการทำคะแนน 7-0
เมจิก ที่ออกสตาร์ตด้วยการชู้ต 5 ครั้งแรกพลาดหมดกลับแซงขึ้นมานำทีมเยือนได้อีกครั้ง
81-71 หลัง เนลสัน ชู้ต 3 คะแนนลงไปก่อนที่ แรพเตอร์ส จะไล่มาใกล้ได้อีกครั้งแต่ท้ายสุดก็ไม่วายพ่าย......Notes
: เซ็นเตอร์ ราโช เนสเตโรวิค ทำ 16 คะแนน 8 รีบาวด์ในเกมแรกแต่เกมนี้ลงเล่นแค่
5 นาทีเท่านั้น.....เมจิก เอาชนะได้ 5 จาก 6 เกมหลังจากพวกเขาเก็บชัยชนะได้ในเกมแรกนัดที่
2 เกมเดียวที่พวกเขาแพ้คือ แพ้ต่อ ดีทรอยต์ ในปี 2003.....แรพเตอร์ส มีสถิติ
2-8 กับการเล่นเพลย์ ออฟ
สรุปผลบาส NBA
เพลย์ ออฟ รอบแรก
สเปอร์ส ชนะ ฟีนิกซ์ 102-96(สเปอร์ส
นำ 2-0 เกม)
นิวออร์ลีนส์ ชนะ ดัลลัส 127-103
ออร์แลนโด ชนะ โตรอนโต 104-103
|
|