bassketballonline

อัปเดท 24 เมษายน 2551
3 เจ้าบ้าน ฮอร์เน็ตส์,เมจิก& สเปอร์ส
อัดทีมเยือนอยู่หมัดเพลย์ ออฟ รอบแรก

3 เจ้าบ้าน สเปอร์ส แชมป์เก่า กับ ฮอร์เน็ตส์ และ ออร์แลนโด ต่างเก็บชัยชนะกับการเล่นในบ้านนัดที่ 2 เกมสุดท้ายได้หมดพร้อมขึ้นนำคู่แข่งเป็น 2-0 เกมก่อนไปเยือนคู่ต่อสู้บ้างในอีก 2 เกมข้างหน้าของเพลย์ ออฟ NBA รอบแรก
นิวออร์ลีนส์
39
28
32
28
127
ดัลลัส
29
22
28
24
103
ที่ นิวออร์ลีนส์ : คริส พอล ทำ 32 คะแนน พร้อมสถิติ assists ทีมมากสุดในเพลย์ ออฟ 17 ครั้งช่วยให้การเล่นเพลย์ ออฟ ครั้งแรกของ นิวออร์ลีนส์ ฮอร์เน็ตส์ ยังคงสดใสต่อไปด้วยการไล่เตะก้นม้าป่า ดัลลัส มาเวริคส์ พ่ายกลับไป 127-103 ขึ้นนำเป็น 2-0 เกม
สำหรับสถิติ assists เก่าตกเป็นของ มัคซี่ โบกส์ ที่ทำไว้ 15 ครั้งในปี 1993 เดวิด เวสต์ ทำอีก 27 และพีญ่า สโตยาโควิช ทำเพิ่มอีก 22 คะแนนให้ ฮอร์เน็ตส์ ที่เริ่มนำคู่แข่งห่างกว่า 10 คะแนนเมื่อเข้าสู่ควอเตอร์ 2 ก่อนเป็น 25 คะแนนเมื่อเข้าสู่ควอเตอร์ 3 แม้เจอปัญหากับการฟาวล์แต่ ไทสัน แชนด์เลอร์ ก็ทำ 2 สถิติได้เป็นหนที่ 2 10 คะแนน 11 รีบาวด์ มอร์รีส ปีเตอร์สัน 12 และการ์ดสำรอง แญนเนโร่ พาร์โก้ ทำอีก 10 คะแนนให้เจ้าบ้านที่ชู้ต 3 คะแนนได้ 10 จาก 18 ครั้งรวมถึง 5 จาก 7 ครั้งจากสโตยาโควิช ถึงคราวที่ ฮอร์เน็ตส์ จะต้องพิสูจน์ตนเองว่าเป็นของจริงบ้างกับการยกพลไปเยือน ดัลลัส ในอีก 2 นัดข้างหน้าที่พวกเขาไม่เคยกลับออกมาอย่างผู้ชนะเลยนับตั้งแต่ปี 1998 เป็นต้นมา เดิร์ก โนวิตสกี้ ทำ 27 แบรนดอน บาสส์ 19 ตัวสำรอง เจสัน เธอร์รี่ย์ 16,จอช โฮเวิร์ด 10 และเจสัน คิดด์ ทำอีก 7 คะแนน 8 assists ให้ ดัลลัส ที่พบว่าปล่อยให้ ฮอร์เน็ตส์ ทำสถิติชู้ตได้ดีสุดในเพลย์ ออฟ ถึง 71% รวมถึง 39 คะแนนในควอเตอร์แรก เข้าสู่ควอเตอร์ 2 ดัลลัส มาเสีย turnover ถึง 7 หนส่งผลให้ถูกเจ้าบ้านหนีห่างเกินกว่า 10 คะแนน พอล มาชู้ตลูกโทษลง 4 หนส่งให้เจ้าบ้านค่อยๆ นำห่างเป็น 65-51 และ 67-51 เมื่อจบครึ่งแรก พอล มาทำ 6 คะแนนแรกรวมถึงที่ชู้ตลูกโทษ 2 หนส่งให้สถานการณ์ของทีมเยือนแย่ลงไปอีกเมื่อเจ้าบ้านค่อยๆ นำห่างเป็น 80-58 ปีเตอร์สัน ทำให้ ฮอร์เน็ตส์ ที่ 3 ควอเตอร์ผ่านมาชู้ตได้ถึง 64% แน่ใจว่าเกมนี้ตกเป็นของตนแน่เมื่อนำขาดเป็น 90-66 ก่อนชนะไปในที่สุด.....Notes : ในครึ่งแรก ฮอร์เน็ตส์ ได้ 17 คะแนนมาจากการเล่น fast-break และชู้ตได้ถึง 62%......ในครึ่งแรก พอล ทำได้ 2 สถิติเป็นที่เรียบร้อย 12 คะแนน 10 assists ....ฮอร์เน็ตส์ จบลงด้วยการเล่น fast-break ได้มากกว่าคู่แข่ง 29-13.....ดัลลัส รีบาวด์ได้เหนือกว่าเจ้าบ้าน 38-31
ออร์แลนโด
35
24
24
21
104
โตรอนโต
18
39
21
25
103
ที่ ออร์แลนโด,ฟลอริดา : ดิไวท์ โฮเวิร์ด ทำคนเดียว 29 คะแนน 20 รีบาวด์ ซึ่งเป็นนัดที่ 2 ติดแล้วที่เขาทำ อย่างละ 20 ก่อนช่วยให้ทีมมหัศจรรย์ ออร์แลนโด เมจิก เอาชนะ โตรอนโต แรพเตอร์ส ไปอย่างหวุดหวิด 104-103 ขึ้นนำเป็น 2-0 เกมในเพลย์ ออฟ รอบแรก
คริส บอสช์ ทำ 29 คะแนน 10 รีบาวด์ เจสัน คาโพโน่ 20,โอเซ่คัลเดรอน 18 และคาร์ลอส เดลฟีโน่ ทำอีก 16 คะแนนให้ แรพเตอร์ส จาเมอร์ เนลสัน กับราชาร์ด ลูอิส ทำคนละ 18,เฮโด้ เติร์กโคกลู ทำอีก 12 คะแนน 9 รีบาวด์ ให้ เมจิก ที่โชคดีที่ บอสช์ ชู้ตลูกในระยะ 19 ฟุตขณะเหลือ 1.9 วินาทีพลาดเลยทำให้ทีมชนะ แรพเตอร์ส ที่มีคะแนนตามหลังเจ้าบ้านมาตลอดทำให้เสียงเชียร์แฟนเจ้าบ้านเงียบกริบเมื่อแซงขึ้นนำ 101-100 เมื่อเหลือ 1 นาทีกว่าแต่ เติร์กโคกลู ก็มาทำให้เจ้าบ้านแซงกลับขึ้นมานำหลังจากนั้น 102-101 ก่อนเจ้าตัวมาชู้ตลูกโทษทำให้ช่องว่างของคะแนนห่างเป็น 104-101 เดลฟีโน่ มาทำให้ แรพเตอร์ส ไล่มาเป็น 103-104 เมื่อเหลือ 9.6 วินาทีแถมบอลยังอยู่ในมือของ แรพเตอร์ส ด้วยหลัง คียอน ดูลิ่ง ของเจ้าบ้านไปทำฟาวล์และเป็น บอสช์ ที่ถูกเลือกให้ชู้ตลูกสุดท้ายแต่พลาด โฮเวิร์ด กลายเป็นผู้เล่นคนแรกในรอบเกือบ 40 ปีของเพลย์ ออฟ ที่ทำอย่างน้อย 20 คะแนน 20 รีบาวด์ได้ 2 เกมติดหลังคนสุดท้ายที่ทำได้คือ แน็ต เธิร์นม่อนด์ ของ ซาน ฟรานซิสโก วอร์ริเออร์ส ทำไว้ระหว่างปี 1968-69
เกมในวันนี้ถือว่าสูสีกว่าเกมแรกที่ผ่านมา แรพเตอร์ส ขึ้นนำเจ้าบ้านเป็นครั้งแรกได้ของรอบนี้ 64-59 จากการทำคะแนน 7-0 เมจิก ที่ออกสตาร์ตด้วยการชู้ต 5 ครั้งแรกพลาดหมดกลับแซงขึ้นมานำทีมเยือนได้อีกครั้ง 81-71 หลัง เนลสัน ชู้ต 3 คะแนนลงไปก่อนที่ แรพเตอร์ส จะไล่มาใกล้ได้อีกครั้งแต่ท้ายสุดก็ไม่วายพ่าย......Notes : เซ็นเตอร์ ราโช เนสเตโรวิค ทำ 16 คะแนน 8 รีบาวด์ในเกมแรกแต่เกมนี้ลงเล่นแค่ 5 นาทีเท่านั้น.....เมจิก เอาชนะได้ 5 จาก 6 เกมหลังจากพวกเขาเก็บชัยชนะได้ในเกมแรกนัดที่ 2 เกมเดียวที่พวกเขาแพ้คือ แพ้ต่อ ดีทรอยต์ ในปี 2003.....แรพเตอร์ส มีสถิติ 2-8 กับการเล่นเพลย์ ออฟ
 
สรุปผลบาส NBA เพลย์ ออฟ รอบแรก
สเปอร์ส ชนะ ฟีนิกซ์ 102-96(สเปอร์ส นำ 2-0 เกม)
นิวออร์ลีนส์ ชนะ ดัลลัส 127-103
ออร์แลนโด ชนะ โตรอนโต 104-103

ข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์คิกออฟ ฉบับที่ 3199