|
|
J กับ 34 คะแนนที่ เดิร์ก โนวิตสกี้
ทำได้ในเกมเจอ เน็ตส์ เมื่อเสาร์ที่ผ่านมาทำให้ เขากลายเป็นเจ้าของสถิติตลอดกาลกับการทำคะแนนของ
ดัลลัส เมื่อทำไปแล้ว 16,644 คะแนนกลายเป็น 1 ใน 7 ผู้เล่นที่ก้าวขึ้นไปเป็นเจ้าของสถิติ
ขณะที่ยังเล่นอยู่ (จอห์น ฮาฟลิเซ็ค-บอสตัน,แบรด ดอชเกอร์ตี่ย์-คลีฟแลนด์,
ไอเซ่ โธมัส-ดีทรอยตต์, เร็กจี้ มิลเลอร์- เพเซอร์ส, เจอร์รี่ย์ เวสต์-เลเกอร์ส
และฮัล เกียร์-76ers) ขณะเดียวกัน ร็อคเกตส์ หวังกลายเป็นทีมที่ 4 ในประวัติศาสตร์
NBA ที่ทำได้กับการเก็บชัยชนะได้ 19 นัดติด ขณะลงเล่นเกมค่ำคืนวันจันทร์กับ
เน็ตส์ ซึ่งก่อนหน้ามี 3 ทีมเท่านั้นที่ทำได้คือ บัคส์ (20) 1970-71, เลเกอร์ส
(33) 1999-2000 และเลเกอร์ส (19) ในปีเดียวกันนั้น
J เมื่อพุธที่แล้ว เลอบรอน เจมส์
ทำ 50 คะแนน 10 assists ในนัดที่ คลีฟแลนด์ บุกไปเอาชนะ นิกส์ ถึง เมดิสัน
สแควร์ การ์เด้น 119-105 ส่งให้เขากลายเป็นผู้เล่นคนที่ 3 นับตั้งแต่ปี 1991-92
ต่อจาก ไมเคิล จอร์แดน (12/23/1992) และ สเต็บฟอน มาร์บิวรี่ย์ (2/13/2001)ที่ทำอย่างน้อย
50 คะแนน 10 assists ในเกมเดียวได้
J เลอบรอน เจมส์ ทำไปแล้ว 557 คะแนนกับการเล่นในควอเตอร์
สุดท้าย ซึ่งนั้นมากกว่าผู้เล่นคนอื่นๆ ทำไว้ถึง 125 คะแนนโดยมี เฮโด้ เติร์กโคกลู
(432) มาเป็นที่ 2
J ในเกมวันจันทร์นี้ที่เจอกับ 76ers
บอสตัน เซลติคส์ หวังกลาย เป็นทีมแรกของซีซั่นนี้ที่เก็บชัยชนะได้ถึง 50
นัด มีอยู่ 7 ปีติดระหว่างปี 1985-86 ถึง 1991-92 ที่ทีมแรกที่คว้าชัยชนะได้
50 นัดท้ายสุดแล้วก็กลายเป็นแชมป์ ในเวลาต่อมา จากนั้น 15 ซีซั่นหลังต่อมาปรากฏว่ามีแค่
4 ทีมเท่านั้นที่ทำได้คือ บูลส์ 1995-96 กับ 1996-97 และเลเกอร์ส 1999-2000
และ 2001-02
J คริส พอล ทำอย่างน้อย 20 คะแนน
15 assists ใน 2 อาทิตย์หลังรวมแล้ว ปีนี้เขาทำไปแล้ว 7 ครั้ง ซึ่งมันเท่ากับจำนวนของ
ผู้เล่นทั้งหมดของลีกทำได้ในปีนี้
J ในปีนี้มีการทำฟาวล์ตกเฉลี่ย 42.4%
ต่อเกมซึ่งนั้นถือว่าน้อยสุดนับ ตั้งแต่มีการจับเวลาในการชู้ตมา (1954-55)
ซึ่งปีสุดท้ายที่มีการฟาวล์กันน้อยสุดคือ 2001-02 ที่มีการฟาวล์ตกเฉลี่ยแค่
42.5%
J ดีทรอยต์ ปล่อยให้ฝั่งตรงข้ามทำคะแนนได้มากกว่า
105 เป็นครั้งแรกในเกม ที่พวกเขาชนะ บูลส์ 116-109 เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา
ใน ปี 2000-01 ไมอามี เป็นทีมเดียวเท่านั้นที่ทำได้กับการปล่อยให้คู่แข่งทำไม่ถึง
105 คะแนนต่อเกม นับตั้งแต่มีการจับเวลาในการชู้ต
|
|