‘แมนฯ ยู’ พลิกแซง ‘วีแกน’ 2-1

May 14, 2009 by admin 

ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดตกค้าง ในวันพุธที่ 13 พ.ค.ที่ผ่านมา เป็นการฟาดแข้งกันระหว่าง “ปิศาจแดง”​ แมนฯ ยู จ่าฝูงจะบุกไปเยือนถิ่น เจเจ บี สเตเดี้ยมของ “เดอะ ลาติกส์” วีแกน ทีมอันดับ 11 ของตาราง โดยทีมเยือน หากคว้าขัยชนะในวันนี้ได้ โอกาสคว้าถ้วยแชมป์ลีกสูงสุดมาครองได้เป็นสมัยที่ 18 ของสโมสร ค่อนข้างสดใสทีเดียว

สภาพความพร้อม เกมนี้เจ้าถิ่นเล่นแบบไร้ความกดดันเนื่องจากไม่มีลุ้นอะไรแล้ว สตีฟ บรูซ กุน ซือเจ้าถิ่นจะขาด คริส เคิร์กแลนด์ นายทวารตัวเก่ง ที่มีอาการบาดเจ็บ ขณะเดียวกัน อาร์เมอร์ ซากี ศูนย์หน้าแดนมัมมี ก็หมดสิทธิ์ลงสนาม เนื่องจากเจ็บหัวเข่า ด้าน “เรดเดวิลส์” ของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ไม่ มีปัญหานักเตะแกนหลักบาดเจ็บเพิ่มเติม โดย คาร์ลอส เตเบซ ที่มีข่าวเตรียมย้ายทีม เป็นเพียงตัวสำรอง ทำให้คู่หน้าเป็น เวย์น รูนีย์ กับ ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ

ผู้ตัดสินเป่านกหวีดเริ่มเกมแค่เพียง 1 นาที วีแกน เจ้าถิ่น น่าจะได้โอกาสขึ้นนำเป็นอย่างยิ่ง จากการทุ่มไกลมาจากแดนตัวเอง และเป็น อันโตนิโอ วาเลนเซีย วิ่งควบบอล เข้าหากรอบเขตโทษ แต่จังหวะง้าง โดน เนมานยา วิดิช ที่วิ่งไล่หลังมาจนยิงแป๊กหลุดออกกรอบไปเอง

หลังจากที่ปล่อยให้ เจ้าถิ่นได้ทักทายไปก่อน ก็มาเป็น แมนฯยู ที่น่าจะได้ประตูบ้าง ในนาทีที่ 10 จากจังหวะที่ ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ ได้บอลอยู่ทางริมเส้น ก่อนที่จะหยอดใส่พานมาให้ เวย์น รูนีย์ ที่วิ่งโฉบเข้ามา โขกระยะ 7 หลา บอลโดนไม่เต็มหัวหลุดกรอบออกไป แต่อีกเพียงนาทีเดียว พอล สโคลล์ จ่ายบอลให้ เบอร์บาตอฟ ส่งต่อให้ คริสเตียโน โรนัลโด ที่วิ่งมารับบอล ก่อนที่จะปาดเข้ากลางมาให้ ไมเคิล คาร์ริค วิ่งสอดเข้ามาแป แต่ไม่เต็มเท้า บอลปลิวออกข้างเสาไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีที่ 14 วีแกน มาได้จังหวะฟรีคิก จากการทำแฮนด์บอล ของ สโคลส์ เป็น ชาร์ลส์ เอ็นซ็อกเบีย กึ่งยิงกึ่งผ่านเขามา แต่ เอ็ดวิน ฟาน เดอร์ ซาร์ ยังชกบอลออกไปได้ แต่เจ้าถิ่นยังได้บุกต่อ หลังจากนั้นอีก 2 นาที จากจังหวะที่ อีแวนส์ กะจังหวะโหม่งพลาดแล้วลื่นล้ม ปล่อยให้ โรดัลเลกา ได้จังหวะพาบอลเข้าไป ก่อนที่จะซัดด้วยซ้าย แต่ ฟาน เดอร์ ซาร์ ยังรับเข้าซอง

และในนาที ที่ 28 แฟนเจ้าถิ่น ได้เฮกันลั่น จากจังหวะวางบอลยาวมาในกรอบเขตโทษ วิดิช กระโดดแย่งบอลกับ โรดัลเลกา แต่ไม่โดนทั้งคู่ ก่อนที่จะเป็น โรดัลเลกา ที่หันมาเจอบอลก่อน ตวัดยิงด้วยซ้าย บอลเบียดเสาเข้าไป วีแกน ออกนำ 1-0

หลัง จากได้ประตู วีแกน เริ่มเล่นได้มั่นใจและพาบอลบุกมากดดันในแดนของแมนฯยู ได้อย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ในนาทีที่ 44 แมนฯยู น่าจะได้โอกาสตีเสมอ จังหวะที่บอลป้วนเปี้ยนอยู่หน้ากรอบเขตโทษของวีแกน และเป็น เบอร์บาตอฟ ไหลบอลให้ โรนัลโด แทงต่อมาให้ รูนีย์ วิ่งเข้ามายิงเหินข้ามคาน

แต่ ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ วีแกน ก็เกือบจะมาได้ประตูออกนำเป็น 2-0 จากจังหวะโต้สวนกลับเร็ว เป็น ลี คัลเทอร์โมล ต่อบอลมาให้ วาเลนเซีย จ่ายต่อมาให้ โรรัลเดกา ได้ปิดสกอร์ แต่บอลหลุดเสาออกไปนิดเดียว หลังจากนั้น ผู้ตัดสินเป่านกหวีดหมดเวลาครึ่งแรก วีแกน นำ 1-0

เริ่ม เกมครึ่งหลังไม่นาน โรนัลโด้ ได้จังหวะยิงไกล ในนาทีที่ 48 แต่บอลไม่ตรงกรอบ หลังจากนั้น รูปเกมแมนฯยู ยังไม่คืบทำให้ทีมเริ่มขยับด้วยการส่ง คาร์ลอส เตเบซ ลงมาเล่นแทน อันแดร์สัน ในนาทีที่ 58 และเพียงแค่ 2 นาที เตเบซ ก็แผลฤทธิ์ คาร์ริค กึ่งยิงกึ่งผ่านมาตรงหน้าปากประตู เตเบซ ดีดลูกส้นเข้าไป ช่วยให้แมนฯ ตีเสมอเป็น 1-1

รูป เกมยังคงสูสี ผลัดกันรุกผลัดกันรับ และ แมนฯยู เปลี่ยนตัวสำรองอีกครั้ง โดยส่ง ไรอัน กิ๊กส์ ลงไปแทน สโคลส์ ในนาทีที่ 74 และมาในนาทีที่ 76 รูนีย์ ได้จังหวะเลี้ยงบอลเข้ากรอบเขตโทษ ก่อนที่บอลจะกระดอนไปเข้าทางปืนของ โรนัลโด้ ซัดเต็มๆ แต่บอลไปแฉลบผู้เล่นวีแกน เด้งไปเข้ามือ ริชาร์ด คิงส์ตัน ไม่มีปัญหา

ช่วง 10 นาทีสุดท้าย เป็นฝ่ายแมนฯยู ที่ได้เดินเกมบุกกดดันอย่างต่อเนื่อง ในนาทีที่ 81 เตเบซ แตะบอลคืนให้ โรนัลโด ง้างเท้ายิงเต็มๆ บริเวณกรอบเขตโทษ แต่บอลเหินข้ามคานออกไปไกล และถัดมา 1 นาที วีแกน เปลี่ยนตัว ฮอสซัม มิโก ลงมาเล่น แทน ชาร์ลส์ เอ็นซ็อกเบีย

ในที่สุด แฟนเจ้าถิ่น ก็ต้องช็อกกันทั้งสนาม เมื่อ โรนัลโด ไหลบอลให้ จอห์น โอเชีย ตบคืนมาให้ ไมเคิล คาร์ริค ที่วิ่งเข้ามาซัดด้วยขวา แบบไม่ต้องจับ บอลพุ่งหนีมือ คิงส์ตัน เข้าไปตุงตาข่าย ส่งให้ แมนฯยู พลิกแซงขึ้นนำเป็น 2-1 ในนาทีที่ 86 และในนาทีที่ 88 แมนฯยู เปลี่ยน ปาร์ค จี ซอง ลงมาแทน ดิมิตาร์ เบอร์บาตอฟ

หลัง จากนั้น ทั้งสองทีม ทำอะไรเพิ่มกันไม่ได้ จบเกม แมนฯยู พลิกกลับมาแซงเอาชนะไป 2-1 เก็บ 3 แต้ม สำคัญ ส่งให้พวกเขาเข้าใกล้แชมป์พรีเมียร์ชิพลีกฤดูกาลนี้เข้าไปทุกขณะ

ที่มา: ข่าวไทยรัฐ

ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น

Comments are closed.

Fun88