‘แมนยู’ ชนะ ‘สโต๊ก’ 2-0 แซงนำพรีเมียร์ลีก

September 27, 2009 by admin 

การแข่งขันพรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดที่ 7 ของฤดูกาล ประจำคืนวันเสาร์ที่ 26 ก.ย. เป็นการพบกันระหว่างเจ้าบ้าน สโต๊ก ซิตี ทีมอันดับที่ 11 ของฤดูกาล เปิดสนาม บริทันเนีย สเตเดียม ต้อนรับการมาเยือนของ รองจ่าฝูง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

นัดนี้ทางฝั่งทีมเยือน แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเปลี่ยนผู้เล่นยกชุดจากนัด คาร์ลิง คัพ เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เหลือเพียง นานี รายเดียวที่หลงเหลือมาลงเล่นเป็นตัวจริงในนัดนี้ ส่วนปีกจอมเก็าอย่าง ไรอัน กิกส์ นั่งอยู่ข้างสนาม พร้อมลงสนามมาพลิกเกมทุกเมื่อ

11 ผู้เล่นตัวจริง

สโต๊ก(4-5-1) : โทมัส โซเรนเซน – โรเบิร์ต ฮูธ, อับดุลลาเย ฟาย, ไรอัน ชอว์ครอส, แดนนี คอลลินส์ – เลียม ลอว์เรนส์, เกล็นน์ วีแลน, รอรี ดีแลป, ดีน ไวท์เฮท, แมททิว เอทเธอริงตัน – เดฟ คิทสัน

ผู้เล่นสำรอง : สตีฟ ซิมอนเซน, แดนนี ฮิกกินบอทแธม, ลีออน คอร์ท, เจมส์ บีตตี, แดนนี พิวจ์, ตุนกาย ซันลี, แอนดี วิลกินสัน

แมนฯ ยูไนเต็ด(4-4-2) : เบน ฟอสเตอร์ – จอห์น โอเช, ริโอ เฟอร์ดินานด์, เนมันยา วิดิช, ปาทริซ เอวรา – อันโตนิโอ วาเลนเซีย, พอล สโคลส์, ดาร์เรน เฟลทเชอร์, นานี – ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ, เวย์น รูนีย์

ผู้เล่นสำรอง : โทมัส คูสแซค, แกรี เนวิลล์, ไมเคิล โอเวน, แอนเดอสัน, ไรอัน กิกส์, ไมเคิล คาร์ริค, จอห์นนี อีแวนส์

เริ่ม เกมการแข่งขันในครึ่งแรก ทางฝั่งทีมเยือน แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่รอช้า เป็นฝ่ายเปิดเกมรุกเข้าใส่ทันที โดย รูนีย์ มีโอกาสตีลังกายิงในนาทีที่ 2 แต่ลูกยิงก็ข้ามคานออกไปไม่มากนัก ขณะที่ทีมเจ้าบ้าน สโต๊ก ซิตี ช่วงต้นเกมยังไม่ค่อยมีโอกาสยิงประตูแม้แต่ครั้งเดียว

ผ่านช่วง 10 นาทีแรกของเกม ทางฝั่งเจ้าบ้าน สโต๊ก เริ่มตั้งเกมได้ และเป็นฝ่ายบุกเข้าใส่ทีมเยือน แมนฯ ยูไนเต็ดบ้าง แต่ก็ไม่สามารถสร้างปัญหาให้กับกองหลังทีมเยือนได้มากเท่าที่ควร ในขณะที่ แมนฯ ยูไนเต็ด รอจังหวะสวนกลับเร็ว คอยเล่นงานฝั่งเจ้าบ้านได้เป็นระยะ

เกม ผ่านช่วงครึ่งชั่วโมงแรก ยังคงไม่มีประตูเกิดขึ้น ทางฝั่งแมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงเป็นฝ่ายครองบอลได้เหนือกว่าฝั่งเจ้าบ้าน แต่ก็ไม่มีความเด็ดขาดในเกมรุกพอที่จะยิงประตูขึ้นนำได้ ขณะที่ฝั่งเจ้าบ้าน เริ่มมีการสกัดกันรุนแรง จนผู้ตัดสินต้องแจกใบเหลืองเตือนไปหลายคน

รูปเกมในช่วงท้ายครึ่งแรก แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมเยือน ึงเกมรุกเข้าใส่ทางฝั่ง สโต๊ก ซิตี อย่างหนัก และมีจังหวะยิงประตูหลายต่อหลายครั้ง แต่นายทวาร โทมัส โซเรนเซน ของฝั่งเจ้าถิ่น ยังสามารถป้องกันไว้ได้ทุกลูก รวมไปถึงแผงหลังทีมเจ้าบ้าน ก็ช่วยกันสกัดจังหวะอันตรายออกไปได้หมด สุดท้ายจบครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังทำอะไรกันไม่ได้ เสมอกันอยู่ 0-0

เริ่มเกมในช่วงครึ่ง หลัง ทางฝั่งทีมเยือน แมนฯ ยูไนเต็ด ยังคงเป็นฝ่ายครองบอลบุกใส่เจ้าบ้านอยู่ แต่ก็ไม่สามารถหาจังหวะการจบสกอร์ที่จะแจ้งได้ ขณะที่ทางฝั่งเจ้าบ้าน สโต๊ก ซิตี ต้องตั้งรับเป็นส่วนใหญ่ และรอจังหวะการสวนกลับเร็ว ซึ่งทำอะไรแผงหลัง แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้มากนัก

เกมผ่านมาถึงนาทีที่ 62 ทีมเยือน แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เจาะตาข่ายเจ้าบ้านได้สำเร็จ เป็นจังหวะที่ ดาร์เรน เฟลทเชอร์ จ่ายบอลทะลุช่องเข้าไปในเขตโทษทางซ้ายให้กับ ไรอันกิกส์ ตัวสำรอง ก่อน กิกส์ จะปาดเรียดเข้ามาตรงกลางให้ เบอร์บาตอฟ แปด้วยขวาจากระยะ 5 หลา เข้าประตูไป ให้ แมนฯ ยูไนเต็ด ออกนำ 1-0

เกม ผ่านเข้าสู่ช่วง 20 นาทีสุดท้าย ทีมเจ้าบ้าน สโต๊ก ดิ้นรนเพื่อทวงประตูตีเสมอให้ได้ แต่เนื่องจากแผนการเล่นที่ทิ้งกองหน้าไว้เพียงแค่คนเดียว จึงยากที่จะผ่านแผงหลังของทีมเยือน แมนฯ ยูไนเต็ดไปได้ ขณะที่ทีมเยือน ก็ใช้วิธีการทิ้งบอลยาวไปให้กองหน้าและปีก ในจังหวะสวนกลับเร็ว ซึ่งก็สามารถสร้างจังหวะทำประตูได้หลายครั้ง

นาทีที่ 77 จากจังหวะฟรีคิดทางขวาของกรอบเขตโทษ แมนฯ ยูไนเต็โ ก็มาบวกประตูที่สองจนได้ เมื่อ ไรอัน กิกส์ เปิดฟรีคิดด้วยเท้าซ้าย บอลโค้งเข้าไปหากรอบประตู ก่อนที่จะเข้าศีรษะ จอห์น โอเช โหม่งเช็ดเข้าไปตุงตาข่ายทางเสาสอง ให้ แมนฯ ยูไนเต็ด นำห่างเป็น 2-0

สุด ท้าย หลังจากได้ประตู ที่สอง แมนฯ ยูไนเต็ด ก็เล่นแบบผ่อนเกม ปล่อยให้เจ้าถิ่นครองบอลบุก แต่สุดท้ายก็ทำอะไรไม่ได้ นที่สุด หลังจากทดเวลาบาดเจ็บไป 4 นาที ผู้ตัดสินก็เป่าหมดเวลาการแข่งขัน เป็นอันว่า แมนฯ ยูไนเต็ด บุกมาเอาชนะ สโต๊ก ซิตี 2-0

ลิเวอร์พูล6-1ฮัลล์ ซีตี

หงส์ แดง ลิเวอร์พูล ฟอร์มร้อนแรง เมื่อเปิดบ้านไล่ยำ ฮัลล์ ซิตี 6-1 โดย เฟอร์นันโด ตอร์เรส เหมาแฮททริก ส่วนอีก 3 ประตู มาจากฝีเท้าของ สตีเวน เจอร์ราร์ด และไรอัน บาเบล ยิงเบิ้ล

วีแกนฯ3-1เชลซี

เชล ซี ต้องมาตกจากบัลลังก์จ่าฝูงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เมื่อเป็นฝ่ายบุกไปเยือน วีแกน แต่ถูกเจ้าบ้านนำไปตั้งแต่ต้นเกม จากการโหม่งของ ไตตัส บรัมเบิล แม้ว่าในครึ่งหลัง ดร็อกบา จะมายิงตีเสมอได้ แต่จุดเปลี่ยนของเกมก็มาเกิดขึ้น เมื่อ นายทวาร ปีเตอร์ เช็ก สังเวยใบแดงถูกไล่ออกจากสนาม ก่อนทีเจ้าบ้านจะมายิงบวกเพิ่มได้อีก 2 ประตู ทำให้ เชลซี หยุดสถิติชนะรวดไว้เพียงแค่ 6 นัด

ผลการแข่งขันคู่อื่นๆ

ปอร์ทสมัธ 0-1 เอฟเวอร์ตัน
เบอร์มิงแฮม ซิตี 1-2 โบลตัน
แบล็กเบิร์น 2-1 แอสตัน วิลลา
สเปอร์ส 5-0 เบิร์นลีย์

ที่มา: ข่าวไทยรัฐ

ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น




Fun88