‘อังกฤษ’ พลิกแซงชนะ ‘อียิปต์’ 3-1 ขณะที่ ‘อาร์เจนตินา’ บุกเฉือน ‘เยอรมนี’ 1-0

March 4, 2010 by admin 

วันที่ 3 มี.ค.ศึก ฟุตบอลกระชับมิตร ทีมชาติ “สิงโตคำราม” อังกฤษ ของ ฟาบิโอ คาเปลโล นายใหญ่ชาวอิตาเลียน พาลูกทีม เปิดสนาม เวมบลีย์ รับการมาเยือนของ แชมป์ทีมทวีปแอฟริกา 3สมัยซ้อน “มัมมี” อียิปต์ ของ ฮัสซัน เชฮาตา

อังกฤษส่งเวย์น รูนีย์ กองหน้าฟอร์มฮอต จับคู่ล่าตาข่ายกับ เจอร์เมน เดโฟ โดยมี สตีเวน เจอร์ราร์ด สวมบทกัปตันทีม แทน จอห์น เทอร์รี ที่ลงเป็นหัวใจสำคัญในเกมรับ ส่วน อียิปต์ ฝากความหวังไว้ที่ดาวยิงตัวเก่ง โมฮัมเหม็ด ซีดาน

เริ่มเกมครึ่งแรก เป็นอังกฤษ ที่ทำได้ดีกว่า และได้จังหวะเสียวครั้งแรก นาทีที่ 5 ธีโอ วัลคอตต์ สปีดพาบอลขึ้นมาก่อน ปาดต่อให้ แฟรงค์ แลมพาร์ด ที่วิ่งเติมขึ้นมา แปจ่อๆ ไปติดขาของ ผู้รักษาประตู อียิปต์ อัสซัม เอล ฮาดารี ออกไป หลังปล่อยให้ เจ้าถิ่น ครองเกมอยู่พักใหญ่ อียิปต์ เริ่มตั้งเกมของตัวเองได้บ้าง และก็ทำเซอร์ไพรส์ มาได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะที่ โมฮัมเหม็ด ซีดาน หลุดกับกัดล้ำหน้า แตะบอลลงอย่างเนียน ก่อนแปเข้าไปนิ่มๆ นาทีที่ 23 และในนาทีที่ 39 อังกฤษน่าได้ประตูตีเสมอ เจอร์เมน เดโฟ หลุดใช้ความเร็วสปีดฉีกกอียิปต์ แต่จังหวะสุดท้าย ซัดไปติดเซฟอับเดล เอล ซาเยด หลังจากนั้นทำอะไรเพิ่มไม่ได้หมดครึ่งแรก อียิปต์ นำ เจ้าถิ่น 1-0

กลับมาเตะกันต่อในครึ่งหลังไม่นาน อังกฤษ ตามตีเสมอเป็น 1-1 จากการต่อบอลกันสวย สตีเวน เจอร์ราร์ด ไล่ไหล กาเรธ แบร์รี ปากเข้ากลาง ปีเตอร์ เคราซ์ ตัวสำรอง ลงสนามมาเป็นซุปเปอร์ซับ เข้าฮอส แปบอลเร็วเข้าไป นาทีที่ 56 หลังจากนั้น อังกฤษ พลิกแซงนำ 2-1 เลห์ตัน เบนส์ ตัวสำรอง ได้ยิงจังหวะแรก เอล ฮาดารี ปัดได้ แต่ไม่พ้นอันตราย ฌอน ไรท์-ฟิลลิปป์ส ตัวสำรองอีกคน ปั่นไซ้ก้อย บอลโค้งหนีมือ เอล ฮาดารี เข้าไปตุงขาข่าย นาทีที่ 76

ยังไม่หนำใจ สกอร์อังกฤษไหลเป็น 3-1 นาทีที่ 79 ไรท์-ฟิลลิป์ส เปิดบอลเข้ากลางให้ เคราซ์ แปจ่อๆ เข้าไปไม่มีปัญหา แม้ว่า ดูจากภาพช้าจะเป็นจังหวะล้ำหน้า ก็ตาม และก็เป็นสกอร์สุดท้าย จบเกม เป็นอังกฤษ กลับมาแซงชนะไปได้อย่างเด็ดขาด 3-1

รายชื่อนักเตะ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

อังกฤษ : โรเบิร์ต กรีน – แม็ทธิว อัพสัน, เวส บราวน์, จอห์น เทอร์รี, เลห์ตัน เบนส์ – สตีเวน เจอร์ราร์ด, กาเรธ แบร์รี, แฟรงค์ แลมพาร์ด, ธีโอ วลค็อตต์ – เจอร์เมน เดโฟ, เวย์น รูนีย์
ตัวสำรอง : เดวิด เจมส์, โจ ฮาร์ท, โจเลียน เลสค็อตต์, สตีเฟน วอร์นอค, ไรอัน ชอว์ครอสส์, ไมเคิล คาร์ริก, ฌอน ไรท์-ฟิลลิปป์ส, เดวิด เบคแคม, สจ๊วร์ต ดาวนิง, เจมส์ มิลเนอร์, ปีเตอร์ เคราซ์, เอมิล เฮสกี, คาร์ลตัน โคล

อียิปต์ : อัสซัม เอล ฮาดารี – ฮานี ซาอิด, วาอิล โกมา, ซาเยด มัววาด, อาเหม็ด อล-มูฮัมมาดี – ฮอสซัม กาลี, อาเหม็ด ฟาธิ, อาเหม็ด ฮัสซาน, ฮอสนี อับด์ ราบู – โมฮัมเหม็ด ซีดาน, เอมาด อับเดลมาบี
ตัวสำรอง : อับเดล เอล ซาเยด, มาห์มูด ฟาตาลลาห์, มัวเตเซม ซาเลม, โมฮัมเหม็ด อับเดลชาฟี, อาเหม็ด เออิด, โมฮัมเหม็ด อับดุลเตรียกา, อบเดลาซิซ ตอว์ฟิค, โมฮัมเหม็ด นากี, อาเมอร์ ซากี, อาเหม็ด ราอุฟ, เอล ซายเยด ฮัมดี

อีกคู่เป็นเกมศึกแชมป์ชนแชมป์ ระหว่าง “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี แชมป์โลก 3 สมัย ของ โยอาคิม เลิฟ พบ ทัพ “ฟ้า-ขาว” อาร์เจนตินา แชมป์โลก 2 สมัย ของ “เสือเตี้ย” ดีเอโก มาราโดนา ซึ่งพาเข้ารอบสุดท้าย ฟุตบอลโลก 2010 ที่แอฟริกาใต้ ได้แบบหืดจับ

มิชาเอล บัลลัค ลงเป็นจอมทัพให้กับ เยอรมนี โดยมี มิโลสลาฟ โคลเซ เป็นหอกตัวเป้า ขณะที่ อาร์เจนตินา ส่ง ลีโอเนล เมสซี ลงนำทัพล่าตาข่าย คู่กับ กอนซาโล อิกัวอิน ส่วนคาร์ลอส เตเบซ เป็นแค่สำรอง

เปิดฉากเกมครึ่งแรก ทั้งสองทีมยังเล่นได้อย่างสูสี โดยเกมเล่นกันค่อนข้างหนัก ทำให้มีการตัดเกมกลางสนามอยู่บ่อยครั้ง โดยกว่าจะมีจังหวะเสียวแรกของเกม ก็ปานเข้าไปนาทีที่ 38 อังเคล ดิมาเรีย แปติดปลายมือ เรเน อั๊ดเลอร์ ไปชนคานอย่างน่าเสียดาย
หลังจากนั้น อาร์เจนตินา ได้ประตูขึ้นนำ 1-0 จากจังหวะแทงทะลุกองหลังเยอรนี ต่อให้ กอนซาโล อิกัวกิน สปีดมาแตะบอลหลบได้ก่อน อั๊ดเลอร์ นายทวารเจ้าถิ่น เหลือแต่เสากับตาข่าย ก่อนแปบอลเข้าไปอย่างง่ายดาย นาทีที่ 45 และเป็นสกอร์ในครึ่งแรก
กลับมาเตะกันต่อในครึ่งหลัง เกมยังงึกๆ งักๆ หาจังหวะจบกันไม่ค่อยได้ ทั้งคู่ อย่างไรก็ตาม กระทั่งนาทีที่ 76 เจ้าถิ่น ก็มีลุ้นประตูเสมอ จากจังหวะยิงไกลของ คาเคา ตัวสำรอง แต่ เซร์คิโอ โรเมโร ล้มปัดไปได้ และก็เป็นโอกาสเสียวที่สุด จากนั้น ทำอะไรกันไม่ได้ ผู้ตัดสินเป่าจบเกม อาร์เจนตินา บุกมาเชือด เยอรมนี ไปอย่างน่าเบื่อ 1-0
รายชื่อนักเตะ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม

เยอรมนี : เรเน อั๊ดเลอร์ – ฟิลิปป์ ลาห์ม, แพร์ แมร์เตซัคเกอร์, เฌอโรม บัวเต็ง, เซร์ดาร์ ทาสซิ – มิชาเอล บัลลัค, บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์, เมซุต โอซิล, โธมัส มุลเลอร์ – มิโรสลาฟ โคลเซ, ลูคัส โพดอลสกี
ตัวสำรอง : มานูเอล นอยเอร์, อาร์เน ฟรีดริช, มาร์เซล ชาเฟอร์, โธมัส ฮิตเซิลสแปร์เกอร์, ปิโอเตอร์ โตรชอฟสกี, คริสเตียน เกนต์เนอร์, ซามี เคห์ดิรา, โทนี ครูส, มาร์โก มาริน, เฌโรนิโม บาเร็ตโต คาเคา, มาริโอ โกเมซ, อารอน ฮันต์, สเตฟาน เคลสลิง

อาร์เจนตินา : เซร์คิโอ โรเมโร – นิโกลัส โอตาเมนดิ, กาเบรียล ไฮน์เซ, วอลเตอร์ ซามูเอล, มาร์ติน เดมิเคลลิส – ฮวน เซบาสเตียน เวรอน,ฮาเวียร์ มาสเคราโน, โฮนาส กูเตียร์เรซ – ลีโอเนล เมสซี, กอนซาโล อิกัวอิน
ตัวสำรอง : มาเรียโน กอนซาโล อันดูจ์ดาร์, นิโกลาส์ บูร์ดิสโซ, เคลเมนต์ ฮวน โรดริเกซ, ฮาเวียร์ ปาสโตเร, มาริโอ อาเรียล โบลัตติ, เฆซุส ดาโตโล, ดีเอโก มิลิโต, เซร์คิโอ อเกวโร “กุน”, คาร์ลอส เตเบซ
สเปน อุ่นแข้งหรู บุกทุบ ฝรั่งเศส นิ่มๆ 2-0 ส่วน เนเธอร์แลนด์ เฉือน สหรัฐฯ หวิว 1-0 ขณะที่ อิตาลี หมดปัญญา ได้แค่เจ๊า แคเมอรูน 0-0 ศึกฟุตบอลอุ่นเครื่อง คืนวันพุธที่ผ่านมา…

ฟุตบอลกระชับมิตรทีมชาติประจำวันพุธที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา คู่ที่น่าสนใจ ปรากฏว่า ทัพ “กระทิงดุ” สเปน แชมป์ยูโร 2008 โชว์ฟอร์มเยี่ยม บุกไปอัดทีม “ตราไก่” ฝรั่งเศส แชมป์โลกปี 1998 ถึงสนามสต๊าด เดอ ฟรองช์ 2-0 โดยทีมเยือน ได้ประตูเปิดซิงจาก ดาบิด บีญา นาทีที่ 21 ก่อนที่ เซร์คิโอ รามอส จะมาปิดท้าย นาทีที่ 45

ขณะที่ ทีม “อัศวินสีส้ม” เนเธอร์แลนด์ เปิดสนามพีเอสวี สเตเดี้ยม เฉือนชนะ ทีม “พญาอินทรี” สหรัฐฯ หวุดหวิด 2-1 โดยเจ้าถิ่นนำห่างก่อน 2-0 จากจุดโทษของ เดิร์ก เคาท์ นาทีที่ 40และ คลาส ยาน ฮุนเตลาร์ นาทีที่ 73 ส่วน สหรัฐฯ ตีไข่แตกจาก คาร์ลอส โบกาเนกรา นาทีที่ 89

ด้านทีมแชมป์โลก 4 สมัย อิตาลี ผลงานฝืด ได้แค่เสมอกับ “หมอผี”แคเมอรูน 0-0 เช่นเดียวกับ ทีม”ฝอยทอง” โปรตุเกส ที่ได้แค่เบียดทีมชาติจีน 1-0 จากประตูชัยของ ฮูโก อัลไมดา นาทีที่ 39 ส่วน “หมีขาว” รัสเซีย บุกเสมอ ฮังการี 1-1 เจ้าถิ่น ได้ประตูนำก่อนจาก วิลมอส วานซ์ซัค นาทีที่ 39 ก่อนที่ ดินิยาร์ บิลยาเลตดินอฟ จะมาตีเสมอได้นาทีที่ 59

“จอมโหด” อุรุกวัย ผลงานเยี่ยม ถล่ม สวิตเซอร์แลนด์ 3-1 หลังจากโดนนำไปก่อน นาทีที่ 28 จากจุดโทษของ กอคฮาน อินแลร์ แต่สุดท้ายก็มายิงสามประตูรวดจาก ดีเอโก ฟอร์ลัน นาทีที่ 34, หลุยส์ ซัวเรส นาทีที่ 46 และ เอดินสัน โรแบร์โต โกเมซ คาวานี นาทีที่ 87

สรุปผลฟุตบอลกระชับมิตรทีมชาติวันพุธที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา

ตุรกี 1-0 ฮอนดูรัส
แอลจีเรีย 0-3 เซอร์เบีย
ฮังการี 1-1 รัสเซีย
แอฟริกาใต้ 1-1 นามิเบีย
โรมาเนีย 0-2 อิสราเอล
สวิตเซอร์แลนด์ 1-3 อุรุกวัย
ออสเตรีย 2-1 เดนมาร์ก
โปแลนด์ 2-0 บัลแกเรีย
เบลเยียม 0-1 โครเอเชีย
เนเธอร์แลนด์ 2-1 สหรัฐ
อิตาลี 0-0 แคเมอรูน
เวลส์ 0-1 สวีเดน
สกอตแลนด์ 1-0 สาธารณรัฐเช็ก
ฝรั่งเศส 0-2 สเปน
โปรตุเกส 1-0 จีน

ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

แสดงความคิดเห็น